หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฤดูร้อนสุดท้าย ตอนที่ 04 สงกรานต์สุดท้าย

เขียนโดย Bougainvillea

-04-

สงกรานต์สุดท้าย

 

          ตลอดสองวันที่ผ่านมา พวกเราต่างพากันซ่อนตัวจากความวุ่นวายของเทศกาลสงกรานต์ แล้วใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เพื่อทำความรู้จักกันมากขึ้น และผลลัพธ์มันออกมาดีกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ฉันเริ่มรับรู้ได้ถึงความสนิทสนมที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเรา

           ฉันไม่รู้ว่าอะไร ทำให้พวกเราเปิดประตูห้องออกมาพร้อมกันกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อเดินลงไปหาน้ำดื่มข้างล่าง พอเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่หน้าประตูของตัวเอง ต่างคนต่างก็หลุดหัวเราะออกมาและพวกเราก็ตัดสินใจร่วมกันว่า วันสุดท้ายของสงกรานต์น่าจะเป็นวันที่เหมาะที่สุดสำหรับการไปเล่นน้ำตก

          วันนี้พวกเราจึงได้แต่เสี่ยงดวงเอาข้างหน้าว่าจะมีบ้านไหนยังไม่เบื่อหน่ายกับการดักรอเหยื่อวันสงกรานต์อยู่หน้าบ้านหรือเปล่า

          เขาเคยบอกกับฉันว่าเป็นคนไม่ค่อยชอบเข้าสังคมเท่าไรนัก ซึ่งนั่นก็เป็นอย่างหนึ่งที่พวกเราเหมือนกัน ฉันเองก็มีเพื่อนไม่มาก หมายถึงเพื่อนจริง ๆ ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังห่วงใยกันเสมอ เหมือนความสัมพันธ์ของแม่กับป้าสา บางครั้งฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าความรักในรูปแบบอื่นจะหน้าตาเป็นอย่างไร หรือจริง ๆ แล้วความรักทุกแบบอาจมีหน้าตาคล้ายกันหมด เพียงแค่ถูกเรียกต่างชื่อตามรูปแบบความสัมพันธ์

          สิ่งหนึ่งที่ฉันคิดว่าทุกความสัมพันธ์มีเหมือนกัน คือความเชื่อใจ และความใส่ใจที่ต่างฝ่ายต่างรับรู้ถึงกัน เพราะต่อให้พยายามดูแลอีกฝ่ายมากแค่ไหน หากอีกคนไม่อาจรับรู้ได้ ความใส่ใจนั้นก็คงส่งไปไม่ถึงอยู่ดี และสุดท้ายมันก็มักจบลงด้วยการจากลาที่เจ็บปวด

          ความคิดของฉันล่องลอยไปได้ไม่ไกลนัก ก่อนจะถูกดึงกลับมาด้วยความเย็นจากน้ำที่สาดเข้ามาเต็มใบหน้า พร้อมเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่วิ่งกรูกันเข้ามาปะแป้ง

          ฉันหันหลังกลับไปมองเขาก็พบว่าใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบแป้งสีขาว รอยยิ้มกว้างปรากฏอยู่บนริมฝีปากขณะที่สายตามองเด็กพวกนั้นด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนที่เขาจะใช้นิ้วจุ่มแป้งจากขันในมือเด็กคนหนึ่ง แล้วป้ายกลับลงบนแก้มของอีกฝ่ายเพื่อเอาคืน

          ฉันมองภาพงงครามปะแป้งตรงที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะหน้าตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ฉันรู้สึกว่าบางที...วันสงกรานต์ก็ไม่ได้แย่อย่างที่ฉันเคยคิดไว้เหมือนกัน

         

          เสียงน้ำตกไหลกระทบโขดหินดังเข้ามาในหูของฉัน ละอองน้ำเย็นวิ่งเข้าปะทะผิวเป็นระยะ แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านใบไม้ด้านบนลงมากระทบผิวน้ำจนเกิดประกายระยิบระยับ พวกเราสองคนแช่อยู่ตรงแอ่งน้ำตื้นใกล้โขดหินใหญ่ที่ใช้วางข้าวของกันไว้

          “พี่ได้หยิบแตงโมที่แม่หั่นมาด้วยไหม”

          “หยิบมาสิ พี่จะลืมได้ไง” เมื่อเช้าตอนพวกเรากำลังจัดของใส่ตะกร้า เขาบอกกับฉันว่าเขาชอบแตงโมที่ประเทศไทยมาก

          “เฟื่องจะกินเหรอ” ฉันพยักหน้า

          “เดี๋ยวพี่ว่ายไปเอามาให้” เขาเดินขึ้นจากน้ำขึ้นไปบนโขดหินที่มีตะกร้าวางอยู่ แสงแดดกระทบกับหยดน้ำที่เกาะบนเรือนร่างของเขาส่องแสงระยิบระยับเข้ากับผิวขาวของเขา ขณะที่เงาในส่วนที่แสงส่องไม่ถึงขับให้กล้ามหน้าท้องของเขาดูชัดขึ้น ฉันรีบหลุบสายตาลงทันทีเมื่อรู้ตัวว่ามองนานเกินไป

          เนื้อแดงของแตงโมที่หั่นเป็นสามเหลี่ยมถูกยื่นมาให้ฉัน ฉันว่ายไปข้างหน้าเพื่อรับแตงโมสีแดงฉ่ำชิ้นนั้น

          “เป็นถ้ำมองมองเหรอ”

          “เปล่านะ เราก็มองไปเรื่อย พี่มายืนตรงที่เรามองอยู่ทำไมล่ะ”

          “อยากมองก็บอกสิ พี่ให้มองได้เป็นชั่วโมง”

          “พี่ลามกละ”

          “พี่ยังไม่ได้คิดอะไรเลย” มุมปากของเขายกยิ้มกว้าง

          “พี่ไปเรียนคำว่าถ้ำมองมาจากไหนเนี่ย”

          “ถึงพี่จะพูดไทยสำเนียงแปลก ๆ แต่พี่ก็เป็นลูกครึ่งนะ” เขาก้มลงมากัดแตงโมในมือฉันไปคำหนึ่งหน้าตาเฉย

          “พี่มากินของเราทำไมเนี่ย!”

          “ก็พี่หยิบมาชิ้นเดียว”

          “พี่ก็ไปหยิบมาอีกชิ้นสิ”

          “ขี้เกียจเดินแล้ว”

          “งั้นเราไปหยิบเอง” ฉันยื่นแตงโมที่เหลืออยู่ให้เขา

          “เดี๋ยวพี่ไปเอง น้ำตรงนั้นมันลึก”

          “ตอนแรกเราก็ว่ายมาด้วยกัน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

          “แต่ครั้งนี้เฟื่องจะว่ายไปคนเดียว”

          “เราว่ายน้ำเป็น”

          “แต่”

          “เชื่อใจกันหน่อยสิ” ฉันจ้องไปยังนัยน์ตาเป็นกังวลของเขา

          “โอเค พี่เชื่อใจเฟื่อง...แต่ระวังหน่อย” ฉันพยักหน้ารับ

          ฉันว่ายกลับไปหยิบชิ้นใหม่จากตะกร้าหวายที่วางอยู่อีกฝั่ง แล้วจึงว่ายกลับมานั่งลงตรงที่เดิมข้างกายของเขา

          “เห็นไหม เราไม่เป็นอะไร” เขาดูคลายกังวลลงเล็กน้อย

          “นี่ของพี่” ฉันสลับแตงโมชิ้นใหม่ใส่ฝ่ามือของเขา แต่เขากลับสลับเอาชิ้นเดิมคืนไป

          “เฟื่องเอาชิ้นนั้นไปเถอะ ชิ้นนี้มันเหลือนิดเดียวแล้ว”

          “ขอบคุณค่ะ” ความหวานฉ่ำของแตงโมแผ่กระจายอยู่เต็มปากทันทีที่กัดลงไป

          “เลอะหมดแล้ว” เขาไม่ว่าเปล่า ดึงมือของฉันไปเช็ดกับกางเกงขาสั้นที่เริ่มแห้งหมาด ๆ จากอากาศร้อนผ่าว ฉันได้แต่นั่งนิ่งไปชั่วครู่ เพราะไม่ทันตั้งตัวกับสัมผัสนั้น

          “ก่อนกลับบ้าน เราแวะถ่ายรูปตรงแปลงดอกทานตะวันด้วยกันไหม”

          “พี่ไม่ค่อยชอบถ่ายรูปเท่าไหร่”

          “โถ่ ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกไง เผื่อตอนพี่กลับไปแล้ว จะได้หยิบมาดู” เขาหันมามองฉันนิ่ง ๆ เหมือนกำลังจับผิดอะไรบางอย่าง

          “เฟื่องจะบอกว่าพี่...will miss you.” เขาพูดช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มบางที่มุมปาก น้ำเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยตรงท้ายประโยคทำเอาทุกอย่างฟังดูกำกวมสำหรับคนไม่เก่งภาษาอังกฤษแบบฉัน ฉันไม่แน่ใจว่านั่นเป็นประโยคคำถาม หรือกำลังบอกอะไรบางอย่างกับฉันกันแน่

          “เราไม่ได้หมายความแบบนั้น” ฉันเลือกที่จะคิดว่ามันคือประโยคคำถาม

          “พี่รู้”

          “...” ฉันรีบหลุบสายตาลงมองแตงโมในมือทันที

          “ไว้เราถ่ายรูปด้วยกัน”

 

          ในที่สุด พวกเราก็มายืนข้างกันข้างสวนดอกทานตะวันของแม่ที่กำลังเงยหน้า ลืมตา อ้าปากรับแสงแดดตรงเหนือหัว มีเพียงพวกเราสองคนที่พยายามก้มหน้า หรี่ตา และเม้มปาก หนีแสงแดดตอนเที่ยง

          ไหล่ของพวกเราชนกัน แต่ไม่มีใครเลือกที่จะเบี่ยงตัวออกจากกัน เสื้อผ้าที่เริ่มแห้งเสียดสีกันแผ่วเบาขยับเคลื่อนไหวพร้อมกับใบเขียวของดอกทานตะวันที่เสียดสีกันตามแรงลมที่พัดผ่าน

          “ทำไมถึงให้เรามาถ่ายด้วยเนี่ย”

          “ก็พี่บอกว่าถ่ายรูปด้วยกันไง”

          “เราหมายถึงเราจะถ่ายให้พี่ต่างหาก” แชะ!

          “เฮ้ย!” หน้าตายู่ยี่ของฉันถูกบันทึกไว้เป็นภาพนิ่งในกล้องฟิล์มที่ไม่สามารถแย่งมาลบได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ มีทางเดียวที่มันจะไม่ออกสู่สายตาชาวโลกคือการไม่ล้างฟิล์ม ซึ่งดูจากรอยยิ้มมุมปากนั่นแล้วก็คงไม่มีทาง

          “โอเค เรียบร้อย”

          “เรายังไม่ทันตั้งตัวเลย ถ้าหน้าตาเราหน้าเกลียดจะทำยังไง”

          “แบบนี้แหละ ธรรมชาติดี” และก่อนที่ฉันจะได้ทันโวยวาย ขายาว ๆ ของเขาก็เดินไปยังจักรยานที่พิงอยู่ข้างรั้วไม้แล้วปั่นออกไปอย่างไม่เร่งรีบ แต่ความไม่เร่งรีบนั่น ทำให้ฉันแพ้ราบคาบ

เนื้อหาโดย: Bougainvillea
สามารถอ่านล่วงหน้าได้ที่ ReadAWrite นามปากกา สวนขวัญและดาวเรือง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Bougainvillea's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 31 ครั้ง
เขียนโดย Bougainvillea
นักเขียน-นิยาย บทความออนไลน์ นามปากกา Bougainvillea/สวนขวัญและดาวเรือง
ช่องทางติดตามอื่น ๆ
TikTok: Bougainvillea (@belloda.4)
YouTube: Raelynn Jann (https://youtu.be/0OdeIR7A3Zw?si=OFdT55sczba6xlrB)
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทยทำไมหลายบริษัทเริ่มลดความสำคัญของการประเมินปลายปีอายุ 35 ยังไม่แก่ แต่ทำไมหลายคนเริ่มเจอแรงกดดันในที่ทำงานซื้อประกันสุขภาพวันนี้ ทำไมต้องมองไกลกว่าเบี้ยปีแรกคอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลหลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุดเยาวราชปี 2488 ภาพเก่าที่ทำให้เห็นกรุงเทพฯ วันที่รถรางยังวิ่งกลางเมือง"เลี้ยะฮาร์" หอยตากแดด เมนูเด็ดแห่งแดนเขมร5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทยหินฟีฟ่า ชัยภูมิ เสาหินธรรมชาติที่ดูคล้ายถ้วยบอลโลกปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่นทำไมบางคนมีเงิน แต่เลือกใช้ชีวิตเหมือนไม่อยากให้ใครรู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
6 อาคารหน้าตาแปลก ที่ทำให้สถาปัตยกรรมดูเหมือนหลุดจากจินตนาการทึ่งทั่วโลก : แคปิตอล เกต "หอเอนแห่งอาบูดาบี" อาคารที่เอนโดยฝีมือมนุษย์ที่มากที่สุดในโลกรีวิวหนังดัง HOPPERS เด้งโดดเปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์เหตุใดคนแปลกหน้ากลับสนับสนุนคุณมากกว่าคนใกล้ตัว?เห็ดระโงกที่กินได้กับเห็ดระโงกพิษ(ระงาก)ต่างกันยังไง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ตำนานผีตาโขนเสียงกวาดใบไม้ตอนตีสามอย่าดูถูกพลังชาวเน็ต! จากแชตกลุ่มขำ ๆ กลายเป็นสงครามกระบองโฟม "Josh Fight" สุดเดือดสงครามอีมู 1932 เมื่อออสเตรเลียส่งทหารไปจัดการนก แต่กลับล้มเหลว
ตั้งกระทู้ใหม่