หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดื่มนม-น้ำเต้าหู้แทนน้ำก็เสี่ยง? ผู้เชี่ยวชาญเตือน ดื่มมากเกินไปอาจเพิ่มภาระตับและเสี่ยงไขมันพอกตับ


เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ระวัง! นมและน้ำเต้าหู้ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่หลายคนมองข้าม อาจเพิ่มภาระให้ตับและเพิ่มความเสี่ยง “ไขมันพอกตับ” ได้ หากดื่มผิดวิธี โดยเฉพาะการดื่มแทนน้ำเปล่าในปริมาณมากทุกวัน

นม-น้ำเต้าหู้ ก็ทำร้ายตับได้? ผู้เชี่ยวชาญเตือนคนรักสุขภาพ “2 เครื่องดื่ม” ไม่ควรดื่มแทนน้ำเปล่าตลอดทั้งวัน

หลายคนรู้ดีว่าการดื่มน้ำหวานหรือชานมไข่มุกเป็นประจำส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่า เครื่องดื่มที่เราคิดว่าเป็น “เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ” อย่างนมและน้ำเต้าหู้ ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่เพิ่มภาระให้ตับโดยไม่รู้ตัว หากนำมาดื่มแทนน้ำเปล่าในปริมาณมากเกินไป

คุณเวย์น (Wayne) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารจากมหาวิทยาลัยไต้หวัน ได้หยิบยกคำเตือนของ นพ.ซาโตชิ โอกาตะ (Dr. Satoshi Ogata) หัวหน้าแผนกศัลยกรรมตับจากโรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น ที่ระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานทุกวัน อาจส่งผลต่อการทำงานของตับโดยไม่รู้ตัว

ตามข้อมูลที่ระบุ หากปรับพฤติกรรมการดื่มและลดเครื่องดื่มที่ให้พลังงานเกินจำเป็น ค่าการทำงานของตับและภาวะไขมันพอกตับอาจดีขึ้นได้ภายในเวลาประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและพฤติกรรมโดยรวมของแต่ละคน

ทำไม “นม” และ “น้ำเต้าหู้” ถึงอาจส่งผลเสียต่อตับ หากดื่มแทนน้ำ?

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่านมสดและน้ำเต้าหู้เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ จึงดื่มในปริมาณมากในแต่ละวัน แต่ในความเป็นจริง เครื่องดื่มเหล่านี้ยังมีสารอาหารที่ให้พลังงานอยู่ในตัว

นม มีส่วนประกอบของน้ำตาลแลคโตส (Lactose) และไขมัน

น้ำเต้าหู้ แม้จะสั่งสูตรไม่ใส่น้ำตาล ก็ยังมีคาร์โบไฮเดรตและสารอาหารที่ให้พลังงาน หรือแคลอรีอยู่

หากดื่มเครื่องดื่มสองชนิดนี้แทนน้ำเปล่าตลอดทั้งวัน ร่างกายอาจได้รับพลังงานและน้ำตาลสะสมมากเกินไป ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ (Non-alcoholic Fatty Liver Disease - NAFLD) ได้

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนให้ระวัง “เครื่องดื่มน้ำอัดลมสูตรไร้น้ำตาล” (Zero/Diet Drinks) หรือเครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (代糖) เพราะความหวานเทียมอาจกระตุ้นความอยากอาหารในบางคน ทำให้อยากกินของหวานมากขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการลดน้ำหนักและการดูแลตับ

 

เครื่องดื่มแบบไหนที่ช่วยลดภาระให้ตับ?

นพ.ซาโตชิ โอกาตะ แนะนำว่า ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับควรเริ่มจากการเปลี่ยนเครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน โดยเลือกเครื่องดื่มที่ไม่เติมน้ำตาล เช่น

น้ำเปล่า ซึ่งเป็นทางเลือกพื้นฐานที่ดีที่สุด

น้ำโซดาเปล่า สูตรไม่มีน้ำตาลและไม่มีแคลอรี

ชาไม่ใส่น้ำตาล เช่น ชาเขียว หรือชาอู่หลง

กาแฟดำ ไม่ใส่ครีมเทียมและน้ำตาล

3 เคล็ดลับการกิน ควบคู่การงดน้ำหวาน ช่วยดูแลตับใน 1 เดือน

นอกจากการปรับเครื่องดื่มแล้ว การปรับพฤติกรรมการกินตามคำแนะนำของคุณหมอญี่ปุ่น อาจช่วยให้การดูแลตับได้ผลดีขึ้น

  1. ลดข้าวแป้งลงครึ่งหนึ่ง

ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้อลงครึ่งหนึ่ง เช่น รับประทานข้าวสวยประมาณ 100 กรัม หรือเทียบเท่าข้าวปั้นก้อนในร้านสะดวกซื้อ 1 ก้อน เพื่อช่วยลดน้ำตาลส่วนเกินที่อาจสะสมในตับ

แต่ไม่ควรงดข้าวโดยเด็ดขาด เพราะร่างกายยังต้องการพลังงานจากกลูโคส

  1. ปรับสัดส่วนอาหาร “เน้นกับข้าว ลดข้าว”

จากเดิมที่มักกินข้าวเป็นหลักและมีกับข้าวเพียงเล็กน้อย ให้เปลี่ยนมาเป็นกินกับข้าวเป็นหลัก โดยเน้นโปรตีนไขมันต่ำและผัก แล้วให้ข้าวเป็นส่วนเสริมแทน

  1. เพิ่มปริมาณผักเป็น 2 เท่า

เมื่อลดปริมาณข้าวลง ให้ทดแทนด้วยการกินผักเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยตั้งเป้ากินผักให้ได้มากกว่า 350 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5-6 จานเล็ก ไม่ว่าจะเป็นผักต้ม ผักผัด หรือแกงจืดผัก

ใยอาหาร (Dietary Fiber) ในผักจะช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และอาจช่วยลดภาระการทำงานของตับได้

สรุป: ดูแลตับแบบสายกลาง ไม่ต้องตึงเกินไป

แพทย์ย้ำว่า วิธีข้างต้นไม่ใช่การบังคับให้ “เลิกกินน้ำตาล” ไปตลอดชีวิต แต่เป็นการปรับปริมาณน้ำตาลและพลังงานที่มากเกินไป ให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับร่างกาย

ในวันพิเศษ ยังสามารถผ่อนคลายด้วยการกินราเมงหรือดื่มชานมไข่มุกที่ชอบได้บ้าง เพียงแต่ในชีวิตประจำวันควรสร้างวินัยการกินที่ดี และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่ให้พลังงานแทนน้ำเปล่าจนมากเกินไป

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 142 ครั้ง
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
จาะลึกทุกกระแสข่าวสำคัญทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยประสบการณ์การวิเคราะห์ข่าวเชิงรุก มุ่งเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ (Multi-source Verification) เพื่อส่งมอบเนื้อหาที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันสถานการณ์ ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเบื้องลึกของทุกเหตุการณ์สำคัญได้อย่างชัดเจน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)หมาไทยทำไมต้องหลังอานบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6ส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้ว5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทสลาก 5 ภาค งวด 1/9/69 เปิดแนวทางเลขเด็ด เลขดัง คอหวยลองส่องชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกอำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ขนมและขนมไทยยอดนิยมของชาวต่างชาติ5 สุดยอดเกมแรกๆที่เข้ามาในไทยครั้งแรกมีเกมอะไร จำกันได้ไหม 5 ของกินแก้เจ็บคอแบบไทยๆ ที่ประหยัดและเห็นผลดีกว่ายาแผนปัจจุบัน 5 เครื่องครัวไทยโบราณ ที่ทนทานใช้ยาวนานจนรุ่นลูก ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย 
ตั้งกระทู้ใหม่