หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มาทำความรู้จัก “Trauma” บาดแผลทางใจในอดีต ที่อาจส่งผลถึงปัจจุบัน


เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

 

ประสบการณ์ในอดีตคือสิ่งสำคัญที่หล่อหลอมตัวตน ส่งผลต่อพฤติกรรมในปัจจุบัน และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กำหนดเส้นทางชีวิตในอนาคต ประสบการณ์ที่ดีมักนำพาให้ชีวิตเดินหน้าไปสู่ความงดงาม แต่หลายครั้งชีวิตก็อาจหยิบยื่นเรื่องเลวร้ายเข้ามาบั่นทอนหัวใจ

เมื่อชีวิตไม่ได้เป็นไปตามที่ใฝ่ฝัน ประสบการณ์ที่ย่ำแย่อาจดึงรั้งให้เราจมดิ่ง และย้อนกลับไปยังความเจ็บปวดในอดีตอยู่เสมอ

บทความนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ “Trauma” หรือบาดแผลทางใจ พร้อมแนวทางในการสำรวจสภาพจิตใจและวิธีรับมือเบื้องต้น เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจความทุกข์ของตนเอง และค่อย ๆ เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

หากต้องการทำความเข้าใจวิถีแห่งการเยียวยาจิตใจ สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นรู้จักรากเหง้าของบาดแผลเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง

 

Trauma คืออะไร? ความบอบช้ำที่ซ่อนอยู่ใต้รอยร้าว

คำว่า Trauma หรือทราวม่า มีรากศัพท์จากภาษากรีกโบราณ หมายถึงความเสียหาย อันตราย หรือบาดแผลที่เกิดจากการฉีกขาด

ในทางการแพทย์และจิตวิทยา Trauma หมายถึงประสบการณ์ของบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อภาวะทางอารมณ์อย่างรุนแรง จนระบบจิตใจไม่สามารถประมวลผลหรือรับมือกับสภาวะเหล่านั้นได้ในขณะนั้น อาจก่อให้เกิดอาการตกใจ ภาวะช็อก หรือการปฏิเสธไม่ยอมรับอารมณ์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หรือสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยอาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองโดยตรง หรือเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นก็ได้

กระบวนการเกิดบาดแผลและการเปลี่ยนแปลงของสมอง

ประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรง อาจเข้าไปบ่อนทำลายความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในการใช้ชีวิต ก่อให้เกิดความหวาดกลัวลึก ๆ ว่าสิ่งเลวร้ายอาจเกิดขึ้นอีกเมื่อใดก็ได้

เมื่อจิตใจได้รับแรงกระแทกซ้ำ ๆ หรือมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้หวนคิดถึงความทรงจำที่เจ็บปวด สมองอาจเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบการตอบสนอง โดยมีความไวต่อตัวกระตุ้นที่เป็นภัยคุกคามสูงขึ้น

สิ่งนี้อาจทำให้บุคคลนั้นพัฒนากลไกการเอาตัวรอด ด้วยการหลีกเลี่ยงหรือหลีกหนีออกจากสิ่งกระตุ้น เนื่องจากไม่สามารถทนต่อภาวะทางอารมณ์และปฏิกิริยาทางร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันได้

อย่างไรก็ตาม มนุษย์แต่ละคนมีความสามารถในการประมวลผลประสบการณ์ที่แตกต่างกัน บาดแผลทางใจที่คนหนึ่งมองว่ารุนแรง อาจไม่ได้สร้างความทุกข์ทรมานในระดับเดียวกันให้กับอีกคน ความเข้าใจในความแตกต่างนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินสภาพจิตใจ

ประเภทของ Trauma

โดยทั่วไป สามารถแบ่งประเภทของความบอบช้ำทางจิตใจตามลักษณะและความถี่ของเหตุการณ์ได้เป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

Acute Trauma หรือการบาดเจ็บทางจิตใจอย่างเฉียบพลัน
เกิดจากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หรือเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างหนัก เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ การถูกทำร้ายร่างกาย การสูญเสียคนรักอย่างกะทันหัน ภัยพิบัติธรรมชาติ หรือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่วิกฤตต่อชีวิต

Chronic Trauma หรือความบอบช้ำทางจิตใจเรื้อรัง
เกิดจากเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยผู้ประสบเหตุไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือพาตัวเองออกไปจากสถานการณ์นั้นได้ เช่น การถูกบูลลี่ในโรงเรียน ความรุนแรงในครอบครัว หรือการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

บาดแผลเรื้อรังลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อบุคลิกภาพ การใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ และอาจเกี่ยวข้องกับภาวะเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ PTSD ได้ในบางกรณี

ผลกระทบจากอดีตที่ตามหลอกหลอนถึงปัจจุบัน

บุคคลที่ใช้ชีวิตอยู่กับบาดแผลทางใจที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา อาจต้องเผชิญกับปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และการเข้าสังคม โดยมีอาการที่ควรสังเกตเบื้องต้น เช่น

มีอาการวิตกกังวล และรู้สึกหวาดกลัวอย่างรุนแรงเกินปกติ

อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว

เผชิญกับอาการแพนิค ปัญหาการนอนหลับ และฝันร้ายบ่อยครั้ง

เกิดภาพจำหรือความทรงจำย้อนกลับไปในเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ Flashback

รู้สึกสิ้นหวัง มองโลกในแง่ร้าย และมีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ

อาจพัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้า การใช้สารเสพติด หรือพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง

ตามคู่มือวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต หรือ DSM-5 กลุ่มโรคที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจและปมบาดแผล ได้แก่ Reactive Attachment Disorder, Uninhibited Social Engagement Disorder, Post-Traumatic Stress Disorder หรือ PTSD, Acute Stress Disorder และ Adaptation Disorders

แนวทางการดูแลและเยียวยาบาดแผลใจ

แม้ความปรารถนาลึก ๆ ของผู้มีบาดแผลคือการลบความทรงจำร้าย ๆ ออกไปให้หมด แต่กลไกของสมองไม่สามารถทำเช่นนั้นได้โดยง่าย เป้าหมายของการบำบัดรักษาจึงไม่ใช่การลืม แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความทรงจำนั้นโดยเจ็บปวดน้อยลง

แนวทางรับมือเบื้องต้น ได้แก่

ทำความเข้าใจและเท่าทันตัวเอง
สังเกตว่าสิ่งใดคือตัวกระตุ้น หรือ Trigger ที่ทำให้เกิดความรู้สึกแย่ ร่างกายและอารมณ์ตอบสนองอย่างไรเมื่อเจอสิ่งนั้น

ปรับมุมมองความคิด
ตระหนักรู้เมื่อมีความคิดลบต่อตัวเอง ค่อย ๆ ปรับความคิดให้ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน และเพิ่มพลังบวกให้ใจทีละน้อย

ฝึกผ่อนคลายร่างกาย
เมื่อเกิดความเครียดหรือตื่นตระหนก อาจใช้เทคนิคการหายใจอย่างเป็นระบบ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือการฝึกสติ เพื่อดึงร่างกายกลับสู่ภาวะสงบ

เบี่ยงเบนความสนใจ
เมื่อรู้ตัวว่าจิตใจเริ่มจมดิ่ง ให้พาตัวเองออกไปทำกิจกรรมอื่นเพื่อเปลี่ยนจุดโฟกัส เช่น การออกกำลังกาย ทำงานบ้าน เล่นดนตรี หรือทำงานอดิเรกที่ชอบ

เชื่อมต่อกับสังคม
การพูดคุยระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้วางใจ หรือรับฟังมุมมองใหม่ ๆ จากผู้ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อาจช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและช่วยเยียวยาจิตใจได้

พึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ
หากอาการที่มีอยู่รุนแรง กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือยาวนานเกินไป การเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อรับการประเมินและบำบัดอย่างเหมาะสม คือทางออกที่ควรให้ความสำคัญ

เหตุการณ์ที่สร้าง Trauma มักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นในชีวิต ทว่าเมื่อมันทิ้งรอยแผลไว้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ ยอมรับในความเจ็บปวดอย่างเข้าใจ และไม่ละเลยที่จะมองหาความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

บาดแผลในอดีตอาจไม่สามารถลบเลือนไปทั้งหมด แต่เราสามารถดูแล รักษา และทำให้รอยแผลนั้นส่งความเจ็บปวดน้อยลง เพื่อค่อย ๆ คืนความสุขและความมั่นคงให้แก่หัวใจในการก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างงดงาม

เนื้อหาโดย: ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
อ้างอิง Perrotta, Giulio. (2020). Psychological Trauma: Definition, Clinical Contexts, Neural Correlations and Therapeutic Approaches Recent Discoveries.
ธีร์จุฑา จรัสโยธินนุวัฒน์. (2547). ประสบการณ์ความสะเทือนใจของผู้ประสบเหตุการณ์ไฟไหม้: กรณีศึกษาชุมชนในเขตบางยี่ขัน [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 80 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: goldfish13, famai, projor007, Freya Rune, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, kyogisa, davin, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวประเทศไทยมีศาลอะไรบ้างเกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?เงินใหม่ถูกสร้างแล้วหายไปไหนวัดความจนจากอะไรได้บ้างทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้างใครเป็นคนกำหนดเงินเยียวยาประชาชน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ฮิลใจ จิตวิทยา นานาสาระพัน
ถอดรหัสชื่อตำนาน "MK Restaurant": ตัวย่อ 2 อักษรที่คนไทยเรียกติดปาก ย่อมาจากอะไร?Fact Check: พิมพ์ด่าด้วย "อิโมจิ" ถูกฟ้องได้ทุกกรณี จริงหรือ?เมื่อหัวหลุดแต่ใจไม่ยอมแพ้! วินาทีสุดทรหดของ AI T800 บนสังเวียนมวยหุ่นยนต์ที่เซินเจิ้นตั้งค่าหน้าจอ "โหมดมืด" ช่วยถนอมสายตาจริงหรือไม่?
ตั้งกระทู้ใหม่