"ป่าช้า" มรดกทางภาษาและมิติการจัดการพื้นที่ผู้วายชนม์ของคนไทย
ถ้าลองมองย้อนไปในมุมของภาษาศาสตร์และประวัติศาสตร์ คำว่า "ช้า" ตัวนี้ไม่ได้มีความหมายเกี่ยวอะไรกับความอืดอาด ยืดยาด หรือวิญญาณที่ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าอย่างที่ชอบเอามาล้อกัน แต่มันแฝงไปด้วยรากศัพท์โบราณและการแบ่งขอบเขตทางสังคมของคนรุ่นก่อนที่ลึกซึ้งกว่านั้นเยอะ
ข้อสันนิษฐานทางภาษา คำว่า "ช้า" มาจากไหนกันแน่
ถ้าลองไปค้นดูข้อวิเคราะห์ของนักภาษาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์จริง ๆ จะพบว่าคำว่าช้ามีที่มาที่ไปที่น่าสนใจและมีหลักฐานรองรับอยู่หลัก ๆ สองสามแง่มุม ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนสะท้อนวิธีคิดของคนยุคก่อนได้เป็นอย่างดี
อย่างแรกคือคำว่า ช้า ที่แปลว่า ชั่ว หรือ เลวร้าย เรื่องนี้มีบันทึกไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานว่า ในภาษาไทยโบราณคำว่าช้าสามารถสื่อถึงความชั่วร้ายหรือสิ่งอัปมงคลได้ เหมือนที่เราคุ้นหูกันในคำว่า "ชั่วช้า" นั่นเอง พอเอาคำนี้มารวมกัน ป่าช้าจึงมีความหมายตรงตัวว่าเป็นป่าที่เป็นพื้นที่อัปมงคลหรือไม่เป็นมงคล ซึ่งตรงเป๊ะกับความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อสถานที่ฝังศพมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
อีกมุมหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องของ ป่าที่อยู่คงทน "ช้านาน" เพราะในอดีตเวลาชุมชนขยายตัว ชาวบ้านก็มักจะถางป่ารอบ ๆ เพื่อทำมาหากินกันจนโล่ง จะเหลือก็แต่ผืนป่าที่เป็นพื้นที่ฝังศพเท่านั้นที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวนหรือตัดไม้ทำลายป่าเลย ส่งผลให้ป่าส่วนนี้คงอยู่คู่ชุมชนได้ยาวนานกว่าป่าบริเวณอื่น คนโบราณจึงเรียกกันติดปากว่าป่าที่อยู่ช้านาน จนสุดท้ายเหลือย่อสั้น ๆ แค่คำว่าป่าช้า
นอกจากนี้ ในมุมของนักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ยังมีการตั้งข้อสังเกตเพิ่มด้วยว่า คำว่าช้าอาจจะมีความเชื่อมโยงกับคำในกลุ่มตระกูลภาษาไทถิ่นอื่น ๆ ที่ใช้เรียกผี สิ่งลี้ลับ หรือพิธีกรรมเกี่ยวกับคนตายมาตั้งแต่โบราณ ก่อนจะถูกส่งต่อและคลี่คลายมาใช้เรียกแดนละทิ้งร่างของผู้วายชนม์ในเวลาต่อมา

ทำไมต้องเอาไปไว้ใน "ป่า" ส่องกุศโลบายเบื้องหลังการจัดสรรพื้นที่
การที่คนโบราณเลือกใช้คำว่าป่านำหน้า และต้องตั้งป่าช้าไว้ห่างไกลจากตัวชุมชน ถ้าตัดเรื่องความกลัวผีออกไป จริง ๆ แล้วมันคือเรื่องของการบริหารจัดการระบบเมืองและสุขอนามัยที่ฉลาดมาก
เหตุผลแรกคือระบบสุขอนามัยของชุมชนเอง เพราะการจัดการศพในสมัยก่อนไม่ได้มีระบบปิดหรือเตาเผาที่มิดชิดควบคุมมลพิษได้แบบทุกวันนี้ การแยกพื้นที่เอาศพออกไปไว้ในป่าลึกจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคระบาด และช่วยหลีกเลี่ยงเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่จะไปรบกวนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
เหตุผลต่อมาคือเรื่องความเชื่อและพิธีกรรม คนโบราณเขาให้ความสำคัญกับการแยกโลกของคนเป็นและคนตายออกจากกันอย่างเด็ดขาด พื้นที่ที่มีการจัดการศพจะถูกมองว่าเป็นพื้นที่ชายขอบที่มีพลังงานลบ จึงไม่ควรเอามาตั้งอยู่ปะปนกับย่านที่อยู่อาศัยเพื่อความสบายใจของชุมชน
สุดท้ายคือเรื่องของการวางผังเมืองและข้อกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดเจนมากอย่างในกฎหมายตราสามดวงสมัยอยุธยา มีการตรากฎห้ามเอาไว้เลยว่า ห้ามจัดการศพหรือเผาศพภายในกำแพงเมืองเด็ดขาด พื้นที่จัดการศพจึงต้องถูกขยับออกไปอยู่รอบนอกเมือง ซึ่งในยุคนั้นพื้นที่รอบนอกเมืองก็มักจะมีสภาพเป็นป่ารกชัฏ
เพราะฉะนั้น คำว่าป่าช้าจึงไม่ได้เป็นแค่ถ้อยคำที่เอาไว้ขู่ให้เด็กกลัวผี แต่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ชิ้นเล็ก ๆ ที่บอกเล่าสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ความเชื่อ และการจัดระเบียบสังคมในอดีต มันแสดงให้เห็นว่าคนโบราณมีวิธีคิดที่เฉียบคมในการเลือกใช้ธรรมชาติเป็นพื้นที่รองรับความตาย เพื่อรักษาความสะอาด ความปลอดภัย และความสงบสุขให้แก่โลกของคนเป็นได้อย่างลงตัวที่สุด
เขียนโดย davin
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้า
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
รายได้ 10 สายการบินชั้นนำ
3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
ลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลก
สถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
404 Not Found คืออะไร? ทำไมจู่ ๆ เข้าเว็บไซต์ไม่ได้
ทำไมกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ถึงใช้ 4 ล้อ? เรื่องเล็กที่คนเดินทางบ่อยถึงรู้ว่าต่างกันมาก
ร้อนทุบสถิติ! เยอรมนีเดือด 41.7 องศา วิกฤตจนยางมะตอยรางรถไฟ "ละลาย"
4 จุดสะสมเชื้อโรคในบ้านที่คนมักมองข้าม ใช้ทุกวันแต่ไม่ค่อยได้เช็ด

