หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความลับที่ซ่อนอยู่ข้างรางรถไฟ ทำไมต้องมีหินโรยข้างทาง

เขียนโดย Mind Matter

เวลามองเห็นทางรถไฟสายยาวเหยียด ทอดผ่านทุ่งนาหรือไหลเลียบไหล่เขา สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาก็คือกองหินแตก ๆ โรยเรียงอยู่ใต้รางและสองข้างทาง หลายคนอาจนึกในใจว่า “เอาหินมากองไว้ทำไม ดูเกะกะ” แต่จริง ๆ แล้วหินพวกนี้ชื่อว่า “หินบัลลาสต์” (ballast) และมีบทบาทสำคัญยิ่งกว่ารูปลักษณ์ภายนอกเสียอีก

 

ถ้าย้อนกลับไปในยุคแรกเริ่มของรถไฟ สมัยที่เรือจักรไอน้ำพ่นควันวิ่งกันเพิ่งเกิด อังกฤษในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 คือบ้านเกิดของทางรถไฟสาธารณะสายแรกของโลก นั่นคือสายสต็อกตัน–ดาร์ลิงตัน ซึ่งเปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1825 ในตอนแรก รางรถไฟทำจากเหล็กหล่อหรือเหล็กดัดวางบนแผ่นหินหรือไม้หมอนโดยตรง บนพื้นดินที่อัดแน่น แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นทันที เมื่อรถไฟแล่นผ่าน น้ำหนักมหาศาลทำให้รางจมลงไปในดิน โดยเฉพาะเวลาฝนตก พื้นดินเปียกแฉะ หมอนไม้ก็โยกเยก รางเบี้ยวจนรถไฟตกรางบ่อยครั้ง วิศวกรในยุคนั้นจึงเริ่มมองหาวัสดุมาช่วยกระจายน้ำหนักและระบายน้ำ

 

และแล้วหินก็ถูกเรียกมาใช้งาน จากหลักฐานปรากฏว่าไม่นานหลังจากทางรถไฟสายแรกเกิดขึ้น ไม่เกินปี ค.ศ. 1830 การโรยหินแตก ๆ ไว้ใต้และรอบหมอนไม้เริ่มเป็นมาตรฐาน ถือว่ามีมาตั้งแต่ยุคแรกของรถไฟโลกจริง ๆ เพียงแต่ระยะแรก ๆ อาจยังไม่แพร่หลายเท่าภายหลัง ส่วนหนึ่งเพราะหินต้องใช้แรงงานคนทุบให้แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งเสียเวลามาก ก่อนจะมีเครื่องบดหิน ก่อนนั้นก็ใช้กรวด เศษอิฐทุบ หรือตะกรันจากเตาหลอมเหล็กทดลองไปบ้าง แต่พอทดลองแล้วพบว่าหินแตกที่แข็งและเหลี่ยมคมกว่าจับตัวกันแน่น ระบายน้ำได้ดี และไม่สลายตัวเร็วเท่าอิฐหรือตะกรัน

 

บทบาทของหินบัลลาสต์ไม่ได้แค่ระบายน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากล้อเหล็กที่วิ่งด้วยความเร็วสูง ช่วยกระจายน้ำหนักจากรางและหมอนให้กระจายลงสู่พื้นดินด้านล่างกว้าง ๆ ป้องกันไม่ให้รางยุบหรือจม ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะเผา อีกทั้งยังช่วยยึดหมอนไม้หรือหมอนคอนกรีตให้อยู่กับที่ ป้องกันการขยับเลื่อนตามแนวทางและแนวขวาง น้ำก็ไม่ขัง เพราะหินมีช่องว่างระหว่างกัน ทำให้น้ำไหลลงดินข้างทางได้ทันที วัชพืชก็ขึ้นได้ยาก เพราะหินแห้งและไม่ให้อาหารต้นไม้มากนัก

 

ส่วนข้อสงสัยว่าเคยมีความพยายามใช้วัสดุอื่นแทนหินหรือไม่ คำตอบคือมีมากมาย และยังเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะหินก็มีจุดอ่อนเช่นกัน เช่น เวลารถไฟวิ่งเร็วมาก ๆ หินกระเด็นกัดเซาะตัวรางและชิ้นส่วนใต้ท้องรถ เสียงดัง ฝุ่นฟุ้ง ต้องเติมหินใหม่ทุก ๆ หลายปีเพราะหินแตกและทรุดตัว ทางรถไฟในเมืองหรืออุโมงค์ก็ไม่ชอบหินเพราะทำความสะอาดยาก และการบำรุงรักษาค่อนข้างใช้แรงงานมาก

 

วิศวกรและนักวิจัยพยายามหาทดแทนมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีการทดลองใช้ยางรถยนต์เก่าบดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกับหิน หรือใช้พลาสติกรีไซเคิลขึ้นรูปเป็นก้อนคล้ายหิน มีการใช้ตะกรันเหล็กซึ่งเป็นของเหลือจากโรงงานเหล็กอีกจำนวนมาก บางสายใช้คอนกรีตสำเร็จรูปหล่อเป็นแท่งเรียงกันแทนหิน อีกแนวทางที่น่าสนใจคือการใช้แผ่นยางหนุนใต้หมอน หรือการวางรางบนพื้นคอนกรีตแข็งทั้งแผ่น โดยไม่มีหินเลย แบบนี้เรียกว่า slab track หรือทางรถไฟแผ่นพื้นคอนกรีต ซึ่งญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ใช้ในเส้นทางรถไฟความเร็วสูง เช่น ชินคันเซ็นหรือ TGV เพราะพื้นคอนกรีตไม่ต้องบำรุงหินบ่อย ไม่มีหินกระเด็น และเดินทางได้นิ่งกว่า แต่ข้อเสียคือสร้างแพงมาก เวลาซ่อมใต้รางทำได้ยากกว่าการขุดหินแล้วปรับใหม่

 

แม้ทุกวันนี้ทางรถไฟหลายสายในโลกยังใช้หินบัลลาสต์เป็นหลัก เพราะต้นทุนต่ำและซ่อมแซมง่ายด้วยเครื่องจักรทันสมัย แต่ก็มีการเปลี่ยนไปใช้แผ่นคอนกรีตในบางเส้นทางที่ต้องการความเร็วและความนิ่ง โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงหรือรถไฟฟ้าใต้ดินที่อยู่ในอุโมงค์ การใช้วัสดุอื่นทดแทนหินจึงมีอยู่จริง แต่ไม่ได้มาแทนที่หมดจด เพราะหินธรรมชาติยังมีข้อดีหลายอย่างที่วัสดุสังเคราะห์เทียบได้ยาก โดยเฉพาะความสามารถในการระบายน้ำธรรมชาติและการดูดซับพลังงานโดยไม่เสื่อมสภาพเร็วเกินไป

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 211 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่เล็กที่สุดในไทย อันดับ 1 คือสมุทรสงคราม ไม่ใช่ภูเก็ต3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย3 ตำบลที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทยเจาะลึกตำนานและความจริง "เหล็กไหล" จากความเชื่อสู่มุมมองวิทยาศาสตร์ซาเล้ง-รถพ่วงข้างมีทางถูกกฎหมายแล้ว! ขนส่งเปิดจดทะเบียน รย.12 ภาษีปีละ 150 บาทวิวสวย สะพานห้วยตอง3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทยจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยทำไมแมงกะพรุน ปลาดาว ฟองน้ำ และปะการังอยู่ได้โดยไม่มีหัวใจหุบผาม่าหลิงเหอ รอยแยกกลางกุ้ยโจวที่สวยเหมือนแกลเลอรีน้ำตกห้างที่มีขนาดกว้างใหญ่ที่สุด ที่ตั้งอยู่ในเขตต่างจังหวัดของไทยKhao Yai ธรรมชาติบำบัด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เกิดเหตุวุ่นวายก่อนเริ่มเกม! อุปกรณ์ฝึกซ้อมของทีมชาติอังกฤษถูกขโมยอายุ 30 แล้วควรลดอาหารแบบไหน ถ้าไม่อยากบวมง่ายและน้ำหนักขึ้นเร็วWhy Thailand’s Roadside Cafes Make Road Trips Feel Humanทำไมแมงกะพรุน ปลาดาว ฟองน้ำ และปะการังอยู่ได้โดยไม่มีหัวใจซาเล้ง-รถพ่วงข้างมีทางถูกกฎหมายแล้ว! ขนส่งเปิดจดทะเบียน รย.12 ภาษีปีละ 150 บาทเจาะลึกตำนานและความจริง "เหล็กไหล" จากความเชื่อสู่มุมมองวิทยาศาสตร์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เกาะสวย น้ำใส น่าเที่ยวบุญและบาปของแต่ละศาสนาพลังงานจากแสงแดด5 จังหวัดที่เล็กที่สุดในไทย อันดับ 1 คือสมุทรสงคราม ไม่ใช่ภูเก็ต
ตั้งกระทู้ใหม่