มนตราตัณหา พันธนาการเลือด ตอนที่ 10
บทที่ 10: เมื่อหัวใจเริ่มทรยศต่อแผนการ
ท่ามกลางกองทัพนับหมื่นที่ถูกหยุดนิ่งราวกับรูปปั้นหินภายใต้ "มนตรานิรันดร์" บรรยากาศรอบกายเอเลียน่าและเคเลธกลับเงียบงันจนน่าใจหาย มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่สอดประสานกันท่ามกลางทุ่งหญ้าที่กลับมาเขียวขจีอย่างผิดธรรมชาติ
เคเลธยืนกำกริชอักขระในมือแน่น ดวงตาสีเถ้าถ่านจ้องมองไปยังร่างของกษัตริย์อัลดริกที่ถูกแช่แข็งอยู่บนรถศึกทองคำ... นี่คือวินาทีที่เขาเฝ้ารอมาทั้งชีวิต วินาทีที่จะปลิดชีพชายผู้ทำลายทุกอย่างของเขา และใช้เลือดของเอเลียน่าสังเวยเพื่อดึงลิลิธกลับมาจากความตายตาม "แผนการ" ดั้งเดิม
แต่ทว่า... หัวใจของเขากลับเริ่มทรยศ
"เคเลธ..." เสียงของเอเลียน่าแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของใบไม้ เธอยังคงกุมมือเขาไว้แน่น แม้ดวงตาเนตรมนตราของเธอจะเริ่มพร่าเลือนจนมองไม่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนแล้ว "ทำไม... มือของเจ้าถึงสั่น?"
เคเลธสะบัดมือออกจากการเกาะกุมนั้นอย่างแรง เขาก้าวถอยหลังพลางคำรามในลำคอด้วยความสับสน "เจ้าไม่เข้าใจหรอก! ข้ามาที่นี่เพื่อแก้แค้น! ข้าพาเจ้ามาเพื่อเป็นเครื่องสังเวย! แผนการของข้าไม่เคยมีที่ว่างให้กับ... ความรู้สึกบ้าบอนี่!"
เขาพยายามร่ายมนตร์ทมิฬเพื่อเรียกเงาอาฆาตของลิลิธกลับมาอีกครั้ง เพื่อตอกย้ำเป้าหมายเดิมของตนเอง แต่ทว่าไอหมึกสีดำที่เคยทรงพลังกลับกลายเป็นเพียงควันไฟที่จางหายไปทันทีที่มันสัมผัสกับไออุ่นจากมนตราที่เขาสร้างร่วมกับเอเลียน่า
"เจ้าจะฆ่านางจริงๆ หรือ เคเลธ?" เสียงสะท้อนในใจของเขาดังขึ้น "เจ้าจะทำลายความอ่อนโยนเดียวที่เจ้าเคยได้รับในรอบร้อยปี เพียงเพื่อซากศพที่ไม่มีหัวใจอย่างนั้นหรือ?"
"เงียบ!" เคเลธตะโกนใส่ความว่างเปล่า
เอเลียน่าเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ แม้ร่างกายของเธอจะเริ่มอ่อนแรงจากการแบกรับเวทมนตร์มหาศาล "ข้าจำชื่อพ่อไม่ได้แล้ว... ข้าจำไม่ได้ว่าข้าคือเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรไหน... แต่ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนที่จะฆ่าใครเพื่อความพึงพอใจของตัวเองอีกต่อไปแล้ว เคเลธ"
เธอยื่นมือไปสัมผัสกริชที่อยู่ในมือสั่นเทาของเขา แล้วดึงมันเข้าหาอกซ้ายของเธอเอง
"ถ้าแผนการของเจ้ายังต้องการเลือด... ก็จงเอาไปเถอะ ข้ายินดีจะเป็นกุญแจดอกสุดท้ายให้เจ้า หากมันจะทำให้ความโกรธในใจเจ้ามอดดับลงได้"
วินาทีที่คมกริชแตะลงบนเนื้อผ้าสีขาวตรงตำแหน่งหัวใจ เคเลธรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงมา ความโลภที่จะได้คนรักเก่ากลับมาปะทะกับความหลงใหลในตัวผู้หญิงตรงหน้าอย่างรุนแรงจนเขากระอักเลือดออกมาเป็นสีดำสนิท
"ไม่..." เคเลธปล่อยกริชหลุดจากมือ เสียงเคร้งของโลหะกระทบหินดังบาดลึกเข้าไปในความเงียบ "ข้าทำไม่ได้... ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ เอเลียน่า!"
เขาทรุดลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ ความหยิ่งโสและแผนการที่เขาสร้างมานับศตวรรษพังทลายลงเหลือเพียงชายผู้แตกสลายคนหนึ่ง ความโกรธแค้นที่มีต่ออัลดริกยังคงอยู่ แต่ความรักที่มีต่อเอเลียน่ากลับกลายเป็นพันธนาการที่แข็งแกร่งกว่ามนตราใดๆ
ทว่า... ในขณะที่หัวใจของเคเลธพ่ายแพ้ต่อความรัก "รอยร้าว" ในมิติที่แช่แข็งไว้ก็เริ่มปรากฏขึ้น
กษัตริย์อัลดริกที่อยู่บนรถศึกเริ่มขยับนิ้วมือได้ทีละน้อย ความโลภอันแรงกล้าของเขากำลังเจาะทะลุมนตรานิรันดร์ที่เริ่มสั่นคลอนเพราะความลังเลในใจของเคเลธ
"เจ้าทรยศต่อเป้าหมายของตัวเอง... เคเลธ" เสียงของ
อัลดริกทุ้มต่ำและน่าขนลุกดังแทรกความเงียบขึ้นมา "และนั่นคือจุดจบของเจ้า!"
แสงสีทองจากมนตรานิรันดร์เริ่มแตกกระจายราวกับแก้วที่ร้าวระแหง... สัญญาณเตือนว่าแผนการที่ผิดพลาดกำลังจะนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิดในบทถัดไป
จบตอนที่10
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
เปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569
ย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้า
ชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหน
เช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดี
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
เลขนำโชค "อาม่า ให้ลาภ" 1 กันยายน 2569
ส่องเเนวทาง ม้าวิ่ง 1 กันยายน 2569
เปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?
Honda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
รั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์


