มนตราตัณหา พันธนาการเลือด ตอนที่ 9
บทที่ 9: มนตราที่กลั่นจากความเชื่อใจ
ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่ลุกโชนด้วยเพลิงสงครามรอบด้าน เอเลียน่าประคองร่างของเคเลธไว้ในอ้อมแขน เลือดสีเข้มของเขายังคงไหลซึมผ่านนิ้วมือของเธอ แต่อักขระสีดำบนผิวหนังของจอมเวทหนุ่มกลับเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวนวลตาอย่างน่าอัศจรรย์
"เจ้า... เจ้ากำลังทำอะไร เอเลียน่า?" เคเลธพึมพำด้วยความอ่อนแรง แววตาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยเถ้าถ่านแห่งความแค้น บัดนี้กลับสั่นไหวด้วยความพิศวง
"ข้าไม่ได้ทำอะไร..." เอเลียน่าตอบพร้อมน้ำตาที่หยดลงบนแก้มของเขา "ข้าแค่... เชื่อใจเจ้า ข้าเชื่อว่าเนื้อแท้ของเจ้าไม่ใช่ปีศาจ และข้าไม่สนว่าอนาคตที่ข้าเคยมองเห็นจะเลวร้ายเพียงใด ข้าเลือก 'ปัจจุบัน' ที่มีเจ้าอยู่ตรงนี้"
ในวินาทีนั้นเอง พันธนาการเลือด ที่ข้อมือของทั้งสองไม่ได้บีบคั้นหรือสร้างความเจ็บปวดอีกต่อไป แต่มันหลอมรวมกลายเป็นเส้นแสงสีทองบริสุทธิ์ที่ถักทอเข้าหากัน มนตรานี้ไม่ได้เกิดจากการร่ายคำสาปหรือการสังเวยชีวิต แต่มันคือ "มนตราแห่งสัจจะ" ที่กลั่นออกมาจากความเชื่อใจที่ไร้เงื่อนไข
การผสานพลังที่โชคชะตาไม่ได้เขียนไว้
อักขระบนตัวเคเลธเริ่มเรืองแสงสว่างจ้า พลังเวทมนตร์ทมิฬที่เคยสูบกินอายุขัยของเขาถูกชำระล้างด้วยพลังแห่งการหยุดเวลาของเอเลียน่า จนกลายเป็นเวทมนตร์ชนิดใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่า "มนตรานิรันดร์"
ความโลภ: ถูกแทนที่ด้วยความเสียสละ
ความโกรธ: ถูกสยบด้วยความเมตตา
ความหลง: ถูกเปลี่ยนเป็นความรักที่ตื่นรู้
เคเลธยันกายลุกขึ้นยืนด้วยพละกำลังที่มหาศาลกว่าเดิม เขาไม่ได้ดูเหมือนจอมเวทนอกรีตที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เขาดูเหมือนเทพสงครามผู้พิทักษ์ เขายื่นมือมาให้เอเลียน่า "ถ้าโชคชะตากำหนดให้เราเป็นกุญแจสู่ความตาย... งั้นเรามาเปลี่ยนมันให้เป็นประตูสู่ชีวิตใหม่กันเถอะ"
เผชิญหน้ากองทัพหุ่นเชิด
ที่ขอบฟ้า กองทัพของกษัตริย์อัลดริกเคลื่อนพลเข้ามาใกล้จนเห็นเงาหอกนับพันเล่มสะท้อนแสงไฟ กษัตริย์ผู้โลภโมโทสันยืนอยู่บนราชรถทองคำ ดวงตาสำรองในคทาของเขาส่องแสงสีแดงฉานเพื่อตรวจจับตำแหน่งของลูกสาว
"ส่งตัวนางมา! แล้วข้าจะประทานความตายที่รวดเร็วให้แก่เจ้า!" เสียงของอัลดริกกึกก้องไปทั่วทุ่ง
เคเลธหันไปสบตาเอเลียน่า ทั้งคู่พยักหน้าให้กันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ พวกเขากุมมือกันแน่น แสงสีทองจากข้อมือแผ่ซ่านออกไปเป็นวงกว้าง ปกคลุมทุ่งหญ้าแห้งแล้งให้กลับมาเขียวขจีชั่วพริบตา เป็นการ "หยุดเวลา" ในระดับมหภาคที่แช่แข็งกองทัพทั้งกองทัพไว้ในห้วงขณะเดียว
"นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ของข้าคนเดียว..." เคเลธกระซิบ "แต่มันคือมนตราของเรา"
ลิลิธที่ซ่อนอยู่ในเงามืดกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะความริษยาของนางไม่อาจแทรกซึมเข้าไปในแสงสว่างที่เกิดจากความเชื่อใจนี้ได้ นางเริ่มจางหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัดพา
บททดสอบสุดท้าย
แต่ราคาของมนตราที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ย่อมสูงลิบ เอเลียน่ารู้สึกได้ว่าความทรงจำที่เหลืออยู่ของเธอเริ่มพร่าเลือน เธอเริ่มลืมชื่อตัวเอง ลืมว่าปราสาทที่เธอเติบโตมาเป็นอย่างไร แต่สิ่งเดียวที่เธอยังจำได้แม่นยำคือ "ไออุ่นจากมือของชายตรงหน้า"
"เคเลธ... ถ้าข้าจำอะไรไม่ได้เลยหลังจากนี้..."
"ข้าจะเล่าเรื่องของเราให้เจ้าฟังทุกวัน" เคเลธขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยมี "ข้าจะจำแทนเจ้าเอง จนกว่าโชคชะตาจะยอมศิโรราบให้แก่เรา"
กองทัพที่ถูกแช่แข็งเริ่มสั่นไหว กษัตริย์อัลดริกกำลังพยายามทำลายมนตรานี้ด้วยความโลภที่รุนแรง สงครามสุดท้ายกำลังจะปะทุขึ้นในบทถัดไป ที่ซึ่ง "กุญแจ" และ "จอมเวท" จะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
จบตอนที่9
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
โรงเรียนชายล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย
10 มหาวิทยาลัยน่าเรียนในไทย เทียบจุดเด่น คณะดัง และชีวิตรอบรั้ว
ส่องเลขจากข่าวดัง...ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
อาชีพไหนเงินเดือนสูง แต่คนลาออกเยอะ?
“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
5 อันดับมหาวิทยาลัยที่มีวิทยาเขตมากที่สุดในประเทศไทย
เลขเด็ด "หวยปฏิทินจีน" งวดวันที่ 1 มิถุนายน 69..งวดนี้มีเลขเด่นอะไร ส่องเลย!
เช็กราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 20 พ.ค. 69 ล่าสุด ดีเซล แก๊สโซฮอล์ 4 ค่ายใหญ่ ปตท. บางจาก เชลล์ คาลเท็กซ์
พลิกคดีเจ้าพ่อ MANGO ตกเหว! ตำรวจสเปนจับกุมลูกชาย ทลายข้อสงสัยอุบัติเหตุสู่ปมฆาตกรรม
😯 ชวนลองเข้ามาดูรวมภาพช่วงเวลาปรากฏการณ์เหตุการณ์สุดประหลาดที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งและตลกขบขัน 😃
วิทยาศาสตร์ยืนยัน ทำไมคน ‘อ่านนิยาย’ ถึงเข้าใจความรู้สึกคนอื่นได้ลึกซึ้งกว่าใคร