"ตุ่นจมูกดาว" สัตว์ที่หน้าตาแปลกประหลาดที่สุดในโลก
เปิดมิติใหม่ของสิ่งมีชีวิตสุดอัศจรรย์ใต้ผืนดิน กับเรื่องราวของ "ตุ่นจมูกดาว" (Star-nosed Mole) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่ครอบครองตำแหน่งหนึ่งในสัตว์ที่หน้าตาแปลกประหลาดที่สุดในโลกจากแถบอเมริกาเหนือ ด้วยการรังสรรค์ของธรรมชาติที่เปลี่ยนอวัยวะส่วนหน้าให้กลายเป็นหนวดรูปดาวแผ่กระจายออกมารอบจมูก เปลี่ยนข้อจำกัดในการมองเห็นในโลกมืดใต้พิภพให้กลายเป็นสัมผัสอันทรงพลังที่เฉียบคมและรวดเร็วที่สุดจนยากที่สิ่งมีชีวิตใดจะเทียบเคียงได้
ตุ่นจมูกดาวมีถิ่นที่อยู่อาศัยหลักอยู่ในแถบพื้นที่ชื้นแฉะและดินเปียกของประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา แม้ว่ามันจะมีบรรพบุรุษเป็นสัตว์นักขุดดินที่มีสายตาพร่ามัวเหมือนตุ่นทั่วไป แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มันอาศัยอยู่มีความมืดมิดและเต็มไปด้วยโคลนตม ร่างกายของมันจึงวิวัฒนาการอวัยวะพิเศษขึ้นมาทดแทนการมองเห็น นั่นคือ "จมูกทรงดาว" ที่มีเส้นหนวดเนื้อสีชมพูอ่อนจำนวน 22 เส้นแผ่ออกมาคล้ายกับดาวทะเล
ความน่าทึ่งของหนวดทั้ง 22 เส้นนี้ คือการเป็นศูนย์รวมของระบบประสาทและเซลล์รับสัมผัสที่เรียกว่า "อวัยวะไอเมอร์" (Eimer's organs) มากกว่าหนึ่งแสนจุด ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นดวงตาคู่ที่สองคอยส่งสัญญาณภาพจำลองไปยังสมอง ส่งผลให้ตุ่นจมูกดาวมีความสามารถพิเศษดังนี้:
-
ตรวจจับความเคลื่อนไหวของเหยื่อรอบตัวได้อย่างแม่นยำในความมืดสนิท
-
แยกแยะประเภทของวัตถุและสิ่งแปลกปลอมได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่การแตะสัมผัส
-
ครองสถิติเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ "กินอาหารได้รวดเร็วที่สุดในโลก" โดยใช้เวลาเพียง 1 ใน 4 ของวินาที (ประมาณ 230 มิลลิวินาที) ในการระบุและกลืนกินเหยื่อ
นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญในการขุดเจาะอุโมงค์ลึกลงไปใต้ดินเพื่อสร้างรังนอนแล้ว ตุ่นจมูกดาวยังเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำและดำน้ำได้อย่างเก่งกาจ โดยอาหารโปรดของพวกมันส่วนใหญ่จะเป็นแมลง หนอน รวมถึงสัตว์น้ำขนาดเล็กตามก้นหนองน้ำ
ความสามารถที่ทำให้นักชีววิทยาต้องทึ่งคือ "ทักษะการดมกลิ่นใต้น้ำ" ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบได้ยากมากในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยมันจะทำการพ่นฟองอากาศขนาดเล็กออกจากรูจมูกลงสู่ผิวน้ำเพื่อให้ฟองอากาศนั้นไปจับเอากลิ่นของวัตถุหรือเหยื่อใต้น้ำ จากนั้นจึงทำการสูดดมฟองอากาศนั้นกลับเข้าสู่รูจมูกอีกครั้งเพื่อประมวลผลกลิ่น ทำให้มันสามารถล่าเหยื่อในน้ำขุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ต่างจากบนบก
แม้ว่าผู้คนจำนวนมากจะตั้งฉายาให้มันว่า “เอเลี่ยนใต้ดิน” เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแปลกตาจนน่ากลัว แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์ จมูกของมันถือเป็นหนึ่งในอวัยวะรับสัมผัสที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนที่สุดในอาณาจักรสัตว์ ปัจจุบันมันจึงกลายเป็นโมเดลสำคัญที่นักประสาทวิทยาและนักชีววิทยาใช้ในการศึกษาโครงสร้าง "ระบบประสาทการสัมผัส" เพื่อต่อยอดองค์ความรู้แก่มนุษยชาติ

“star-nosed-mole-3” by gordonramsaysubmissions
https://www.flickr.com/photos/54397539@N06/5153365977
เขียนโดย kyogisa
ทำงานไฮบริดสบายขึ้น แต่ 5 นิสัยเล็ก ๆ อาจทำให้สุขภาพแย่โดยไม่รู้ตัว
4 ผู้หญิงในประวัติศาสตร์ที่ถูกจดจำ เพราะไม่ยอมอยู่ในกรอบของยุคสมัย
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
มอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบ
ตรวจเต้านมยุคนี้ ทำไมอัลตราซาวด์อย่างเดียวอาจยังไม่พอ
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
7 เมืองเล็กอากาศดีในไทย ที่น่าไปพักใจ แต่ควรเช็กฤดูกาลก่อนเดินทาง
โชห่วยยังรอดได้ไหม เมื่อร้านใหญ่บุกถึงหน้าปากซอย
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
8 นาวิกโยธินอเมริกาที่ถูกจดจำ ไม่ใช่แค่เพราะเหรียญกล้าหาญ
โชห่วยยังรอดได้ไหม เมื่อร้านใหญ่บุกถึงหน้าปากซอย
7 เมืองเล็กอากาศดีในไทย ที่น่าไปพักใจ แต่ควรเช็กฤดูกาลก่อนเดินทาง
แคปพาโดเชีย: ดินแดนมหัศจรรย์แห่งถ้ำหินและปล่องไฟนางฟ้าในตุรกี
อีก 20 ปี ไทยมีลุ้นไปฟุตบอลโลกไหม? คำตอบอยู่ที่มากกว่าโควตา
ผู้บริโภคอย่ายอม! เปิดคู่มือส่ง 'อกไก่ปั่น' เข้าแล็บตรวจโปรตีน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?





