"ทำไม 'การให้' ถึงทำให้มีความสุขกว่าการรับ วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความเอื้อเฟื้อที่พิสูจน์ได้
ทุกศาสนาและปรัชญาสอนว่าการให้ดีกว่าการรับ แต่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เพิ่งสามารถอธิบายได้ว่าทำไม และคำตอบที่ได้ลึกกว่าที่คาดมาก
การค้นพบที่เปลี่ยนวงการจิตวิทยา
Elizabeth Dunn นักจิตวิทยาจาก University of British Columbia ทำการทดลองที่น่าสนใจมากในปี 2008 เธอให้เงินกลุ่มหนึ่งใช้จ่ายเพื่อตัวเอง และให้อีกกลุ่มใช้เงินจำนวนเท่ากันเพื่อคนอื่นหรือบริจาค จากนั้นวัดระดับความสุขของทั้งสองกลุ่ม ผลคือกลุ่มที่ใช้เงินเพื่อคนอื่นมีความสุขมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และที่น่าตกใจคือจำนวนเงินที่ใช้ไม่ได้ส่งผลต่อความสุขเท่ากับ "ทิศทาง" ที่เงินไป
สิ่งที่เกิดขึ้นในสมองเมื่อเราให้
การสแกน fMRI พบว่าการให้กระตุ้นสามพื้นที่ในสมองพร้อมกัน ได้แก่ Caudate Nucleus, Nucleus Accumbens และ Anterior Cingulate Cortex ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับที่ถูกกระตุ้นเมื่อได้รับรางวัล กินอาหารที่ชอบ หรือมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "Helper's High" และมันเป็นปฏิกิริยาทางเคมีจริงๆ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
การให้ไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน
งานวิจัยพบว่าการให้เวลา ความสนใจ ทักษะ หรือแม้แต่คำชมที่จริงใจกระตุ้นสมองในลักษณะเดียวกัน การอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมเพียง 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เชื่อมโยงกับระดับความสุขที่สูงกว่า ความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าที่ต่ำกว่า และแม้แต่อายุขัยที่ยาวกว่าในการศึกษาระยะยาว
Paradox ของการให้ — ยิ่งให้ยิ่งได้
Adam Grant นักจิตวิทยาจาก Wharton พบในงานวิจัยที่ใช้เวลาหลายปีว่า คนที่เขาเรียกว่า "Givers" หรือคนที่ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนมักอยู่ในสองขั้วสุด คือเป็นทั้งคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและน้อยที่สุดในกลุ่ม ความแตกต่างอยู่ที่การมีขอบเขต Givers ที่ประสบความสำเร็จให้ได้อย่างยั่งยืนเพราะรู้จักดูแลตัวเองด้วย ในขณะที่ Givers ที่เหนื่อยล้าให้จนหมดตัวเองและไม่เหลืออะไรให้คนอื่นต่อไป
วิธีเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด
ไม่ต้องรอให้มีเงินเหลือหรือมีเวลาว่าง ลองเริ่มจากสิ่งที่เล็กที่สุด เช่น การบอกคนที่ทำงานหนักว่าคุณเห็นและขอบคุณ การส่งข้อความหาเพื่อนที่นึกถึงแต่ไม่ได้ติดต่อนาน หรือการทิ้งทิปให้พนักงานที่บริการดีมากกว่าที่ควรจะให้ สิ่งเล็กๆ เหล่านี้สร้าง Helper's High ได้เหมือนกัน
ความสุขที่ยั่งยืนที่สุดมักเกิดจากการมองออกไปนอกตัวเอง ไม่ใช่การมองเข้าข้างใน
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้า
สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
วิเคราะห์ปกสลากฯ1/7/69
คลื่นความร้อนสูงระดับประวัติศาสตร์ถล่มยุโรป ยอดเสียชีวิตพุ่งเกินพันราย
10 จักรวรรดิ ที่เคยเป็นมหาอำนาจของโลกก่อนยุคปัจจุบัน
รวมไอเดียตั้งชื่อสุนัขสุดกวน ฟังแล้วจำง่าย ไม่ซ้ำใครแน่นอน
ทำไมกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ถึงใช้ 4 ล้อ? เรื่องเล็กที่คนเดินทางบ่อยถึงรู้ว่าต่างกันมาก
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
รักต้องห้ามในสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ต้องเอ่ยคำว่ารักก็รับรู้ได้ด้วยใจ-Le Silence de la mer (2004)
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
ฮิปโปฟิโอน่าโผล่เป็นพยานรัก ในโมเมนต์ขอแต่งงานที่สวนสัตว์ซินซินเนติ
สัปดาห์แฟชั่นปารีสเผชิญกับคลื่นความร้อน 41 องศาเซลเซียส ถุงน้ำแข็งกลายเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในงานแฟชั่นโชว์