ยังหาเป้าหมายชีวิตไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าเรากำลังช้ากว่าคนอื่น
มีช่วงหนึ่งที่เปิดโซเชียลขึ้นมา แล้วรู้สึกเหมือนคนรอบตัวกำลังไปข้างหน้ากันหมด
คนนั้นสอบติดคณะที่อยากเรียน
คนนี้เริ่มทำงานพิเศษ
อีกคนวางแผนอนาคตไว้เรียบร้อย
บางคนพูดถึงอาชีพที่อยากทำ เหมือนรู้มาตั้งนานแล้วว่าชีวิตต้องไปทางไหน
ส่วนเรานั่งอยู่ที่เดิม แล้วถามตัวเองว่า
แล้วเราล่ะ จะไปทางไหนดี?
ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับวัยรุ่นหลายคน และบางครั้งมันไม่ได้ทำให้แค่สับสน แต่ยังทำให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังช้ากว่าคนอื่น
ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เราอาจกำลังเอา บทที่ 3 ของชีวิตตัวเอง ไปเทียบกับบทที่ 10 ของคนอื่น
คนหนึ่งรู้ว่าตัวเองอยากเป็นหมอ อีกคนอยากทำธุรกิจ อีกคนตั้งใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ขณะที่เรายังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชอบอะไร
แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่าเดินถูกทาง?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครไปถึงเป้าหมายก่อน แต่อยู่ที่ว่าเป้าหมายนั้นเป็นสิ่งที่เราอยากไปถึงจริง ๆ หรือเป็นเพียงเส้นทางที่เลือกเพราะเห็นคนอื่นกำลังเดินไปทางนั้น
การมีเป้าหมายเร็วไม่ได้แปลว่าจะมีความสุขกว่าเสมอไป
และการยังไม่มีเป้าหมายตอนนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตไม่มีอนาคต
ลองเปลี่ยนจากการถามตัวเองว่า
โตขึ้นต้องเป็นอะไร?
เป็นคำถามที่เล็กลงก่อน
ตอนนี้มีอะไรที่อยากลอง?
อยากลองทำงานด้านไหน
อยากเรียนรู้อะไร
มีเรื่องอะไรที่ทำแล้วรู้สึกสนุกจนลืมเวลา
หรือมีอะไรที่เคยลองแล้วรู้สึกว่า “แบบนี้ไม่เอาแล้ว”
คำตอบพวกนี้อาจดูเล็ก แต่ทั้งหมดกำลังช่วยต่อจิ๊กซอว์ของตัวเราเอง
บางคนค้นพบสิ่งที่ชอบจากการเรียน
บางคนค้นพบจากงานพิเศษ
บางคนรู้จักตัวเองมากขึ้นหลังจากทำบางอย่างพลาด
และบางคนต้องลองผิดลองถูกหลายครั้ง กว่าจะเจอทางที่เหมาะกับตัวเอง
เพราะ การรู้ว่าไม่ชอบอะไร ก็ถือเป็นความรู้เกี่ยวกับตัวเองเหมือนกัน
อย่ารีบเลือกหรือตัดสินใจเพียงเพราะกลัวตามคนอื่นไม่ทัน
เห็นเพื่อนสมัครคณะนั้น ก็สมัครตาม
เห็นคนอื่นเริ่มทำธุรกิจ ก็อยากทำบ้าง
เห็นคนอื่นมีเป้าหมาย ก็รีบหาเป้าหมายของตัวเองขึ้นมา
สุดท้ายเราอาจได้คำตอบที่ดูดีบนกระดาษ แต่กลับไม่ใช่ชีวิตที่อยากใช้จริง ๆ
ชีวิตไม่ใช่การแข่งขันที่ทุกคนออกจากจุดเดียวกัน แล้วต้องไปถึงเส้นชัยพร้อมกัน
บางคนเริ่มค้นหาตัวเองตั้งแต่อายุ 15
บางคน 20
บางคน 30
และบางคนเปลี่ยนเส้นทางอีกหลายครั้งหลังจากนั้น
ไม่มีปฏิทินฉบับไหน หรือนาฬิกาเรือนใด ที่จะบอกเราได้ว่า
ถึงวัยนี้ต้องรู้แล้วว่าชีวิตจะเอายังไง
ถ้าวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน ก็อาจไม่จำเป็นต้องรีบวิ่ง
ลองเดินไปทางที่สนใจก่อนหนึ่งก้าว
ถ้าใช่ ค่อยเดินต่อ
ถ้าไม่ใช่ ก็เปลี่ยนทาง
เพราะบางครั้ง เราไม่ได้ค้นพบเส้นทางจากการยืนคิดอยู่กับที่ แต่ค้นพบจากการลองเดิน แล้วค่อยรู้ว่าเส้นไหนเหมาะกับเรา
และในวันที่เห็นคนอื่นกำลังไปได้ไกล อย่าเพิ่งใช้ชีวิตของเขามาตัดสินว่าตัวเองล้มเหลว
บางทีคนอื่นอาจกำลังวิ่งอยู่บนถนนของเขา
ส่วนเรายังอยู่ตรงทางแยกของตัวเอง
การหยุดดูแผนที่สักพัก ไม่ได้แปลว่าเราแพ้คนอื่น
มันอาจหมายถึงเรากำลังพยายามเลือกให้ดีว่า ชีวิตที่กำลังจะเดินต่อไปนั้น เป็นชีวิตที่ตัวเองต้องการจริง ๆ หรือเป็นเพียงชีวิตที่เลือกเพราะกลัวว่าจะตามคนอื่นไม่ทัน
เพราะสุดท้าย เป้าหมายที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การไปให้ถึงเร็วกว่าใคร
แต่คือการได้รู้ว่า ทางที่เลือกเดินนั้น เป็นทางที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่จริง ๆ
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย




