เล่นมือถือในที่มืด ทำไมตาล้ากว่าปกติ? เรื่องใกล้ตัวที่เกือบทุกคนควรรู้
ในยุคนี้ พฤติกรรมที่แทบทุกคนน่าจะเคยทำคือการนอนเล่นมือถือหลังปิดไฟก่อนนอนครับ บางคนแค่เช็กแชต บางคนไถ TikTok ยาวๆ รู้ตัวอีกทีก็ตีหนึ่งตีสองไปแล้ว
หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ในมุมของจักษุแพทย์และงานวิจัยด้านสายตา พฤติกรรมแบบนี้มีผลต่อ “ความล้าของดวงตา” มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเวลาที่เราใช้งานหน้าจอในห้องมืดเป็นเวลานาน
คำถามคือ ทำไมเล่นมือถือในที่มืดถึงรู้สึกแสบตา ล้าตา หรือปวดตาง่ายกว่าปกติ ทั้งที่ก็ใช้มือถือเครื่องเดิม ความสว่างเท่าเดิม?
ถ้ามองในเชิงกลไกของร่างกาย เวลาที่เราอยู่ในห้องมืด ม่านตาจะขยายเพื่อรับแสงให้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่พอเปิดหน้าจอมือถือที่มีแสงสว่างจ้า ดวงตาจะต้องปรับตัวหนักขึ้น เพราะรอบข้างมืด แต่จอกลับสว่างอยู่จุดเดียว ทำให้เกิดความต่างของแสง (Contrast) สูงกว่าปกติ
ผลที่ตามมาคือหลายคนจะเริ่มมีอาการล้าตา แสบตา หรือปวดตาได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าใช้งานต่อเนื่องนานๆ แบบไม่พักสายตา
อีกจุดที่คนมักไม่รู้ตัวคือ เวลาเราเพ่งหน้าจอ อัตราการกะพริบตาจะลดลงอัตโนมัติ พอกะพริบตาน้อย น้ำตาที่เคลือบดวงตาก็ระเหยเร็วขึ้น จนเกิดอาการตาแห้ง เคืองตา หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในตาได้ง่ายขึ้น
ส่วนเรื่อง “แสงสีฟ้า” ปัจจุบันวงการแพทย์ยังไม่ได้สรุปชัดว่าแสงสีฟ้าจากมือถือทำลายจอประสาทตาโดยตรงในระดับอันตรายรุนแรง แต่มีข้อมูลค่อนข้างชัดว่าแสงสีฟ้ามีผลต่อวงจรการนอน และอาจทำให้หลับยากหรือคุณภาพการนอนแย่ลง โดยเฉพาะคนที่เล่นมือถือก่อนนอนเป็นเวลานาน
เพราะฉะนั้น วิธีลดความเสี่ยงจริงๆ ไม่ได้ซับซ้อนเลยครับ เช่น เปิดไฟสลัวในห้องแทนการเล่นในความมืดสนิท ลดความสว่างหน้าจอ เปิดโหมดถนอมสายตา และใช้กฎ 20-20-20 คือทุก 20 นาที ให้ละสายตาไปมองไกลประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที วิธีง่ายๆ พวกนี้ช่วยลดอาการล้าตาได้ค่อนข้างเยอะ
สุดท้ายแล้ว ดวงตาเราไม่เหมือนมือถือที่พังแล้วเปลี่ยนจอใหม่ได้ครับ บางอาการอาจไม่ได้เกิดทันที แต่เป็นการสะสมระยะยาวจากพฤติกรรมเดิมๆ ทุกคืนมากกว่า
ผมเลยอยากถามชาวโพสต์จังหน่อยครับ... ทุกวันนี้ยังมีใครเป็นสายปิดไฟไถมือถือก่อนนอนอยู่บ้างไหม? แล้วเริ่มมีอาการตาล้า ตาแห้ง หรือนอนหลับยากกันบ้างหรือยังครับ?
และถ้ามีพี่ๆ สายแพทย์ พยาบาล หรือคนทำงานด้านสายตาอยู่ในบอร์ดนี้ อยากรู้เหมือนกันว่าทุกวันนี้เคสอาการตาล้าจากหน้าจอในคนวัยทำงานเพิ่มขึ้นเยอะขนาดไหนแล้ว 👇👇👇
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
American Academy of Ophthalmology (AAO) — Blue Light from Digital Devices and its Effect on Human Retina and Sleep Cycles
World Health Organization (WHO) — Digital Eye Strain and Visual Health Management Guidelines
Journal of Biophotonics — Physical Effects of Contrast-Induced Visual Fatigue in Low-Light Environments
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 1000+ บทความ | 600+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
รายได้จากการชกมวยของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์”
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
One day trip หนีกรุงไปดูวัดเก่าแก่ในอดีตที่ปัจจุบันจมอยู่ใต้น้ำ
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
รู้จัก "สาวไทย" ที่สื่อนอกให้ฉายา "นักบินที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์"
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?




