ศึกรบภพรักเทพสวรรค์ ตอนที่17
ตอนที่ 17
ชื่อตอน ปกป้องลูกชาย
ในระหว่างการต่อสู้ที่ชุลมุนนั้นมู่กงและผิงฟงพวกเขาทั้งสองนั้นต้องการที่จะทำให้งานของพวกเขาสำเร็จ ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้โดยการกำจัดทุกสิ่งอย่างที่เป็นอุปสรรคต่องานของพวกเขา เพราะว่าดูๆแล้วฝ่ายของพวกเขานั้นเหมือนจะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ แม้ว่าจะมีกำลังมากกว่าก็ตามที เพราะว่าองค์หญิงฟางอี้หลง นางมีดาบวิเศษอัคคีเทวะ ซึ่งเป็นดาบวิเศษของท่านปรมาจารย์เผิงกวงซ่าน ที่มีอานุภาพรุนแรงมากๆเกินที่ใครๆจะต้านทานไได้ไหว จากการที่ประเมินดูเหตุการณ์ของการต่อสู้แล้วถ้า
หากว่าขืนปล่อยให้เหตุการณ์นั้นเป็นแบบนี้อยู่พวกเขานั้นคงจะต้องตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด แล้วแผนที่วางไว้ก็คงจะล้มเหลวไม่เป็นท่าในที่สุด
สงสัยว่าพวกเราคงต้องใช้แผน 2 แล้วล่ะนะมู่กง เขาเอ่ยกับผิงฟงในระหว่างที่เฝ้าสังเกตการณ์ต่อสู้ที่ลานกว้างมาสัก
ระยะหนึ่งมู่กง เขาส่งสัญญาณให้คนของเขา
นำสิ่งของสำคัญที่เขาต้องการใช้ออกมา เขาเปิดฝากล่องนั้นออก มันคือปีศาจแมงป่องพันปีที่มีฤทธิ์ร้ายกาจมากๆสามารถทำให้
ร่างกายของคนที่โดนทำร้ายนั้นทรมานอย่างแสนสาหัสเหมือนมีเข็ม นับพันนับหมื่นแสนล้านเล่มทิ่มแทง หรือหากว่าโดนทำร้ายหนักๆเข้าก็อาจจะทำให้ตายในเวลาอันรวดเร็ว มู่กงเขาเริ่มท่องมนต์ดำปลดปล่อยสั่งการ ให้เจ้าปีศาจแมงป่องนั้นตรงเข้าไปเล่นงานเจ้าหนุ่มรูปงาม ที่โผล่มาช่วยองค์หญิงฟางอี้หลงก่อนเป็นคนแรก ไอควันสีดำ พวยพุ่งเกิดเป็นรูปร่างคล้ายแมงป่องขนาดยักษ์ลอยมุ่งตรงเข้ามาหาเจ้าหนุ่มหน้าหยก ฉีฟ่งเทียน
นั่นมัน ปีศาจแมงป่องนี่ เซี่ยหลิงเฟย อุทานออกมาเบาๆ นางนั้นมีสายตาที่ว่องไว สังเกตเห็นพร้อมกับอุทานออกมาด้วยความที่นางนั้นก็เฝ้าจ้องมองดูแต่หนุ่มหน้าหยกฉีฟ่งเทียน อยู่แล้วด้วยสายสัมพันธ์แม่ลูก เลือดที่อยู่ในร่างกายนั้นย่อมมีความผูกพันต่อกันเป็นเรื่องปกติไวกว่าสิ่งใด นางไม่มีทางยอมให้ใครมาทำอะไรลูกชายเพียงคนเดียวของนางได้เป็นแน่แท้ พลังปราณที่รวดเร็ว รุนแรง ของนางถูกซัดออกมาจากฝ่ามือของนางและพุ่งตรงไปที่ร่างของเจ้าปีศาจแมลงป่อง
อร๊ากๆๆอร๊ากๆๆ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงหวีดร้องของเจ้าปีศาจก่อนที่มันจะทันได้ทำร้ายฉีฟ่งเทียน และถูกพลังลึกลับดึงเอาวิญญาณของมันกลับเข้าไปอยู่ในกล่องตามเดิม เหตุการณ์ที่เซี่ยหลิงเฟย นางช่วยเหลือฉีฟ่งเทียน นั้นฉีเหม่ยลี่ นางเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี มันสร้างความประหลาดใจให้กับนางมากๆว่าเหตุใด เซี่ยหลิงเฟย นางถึงได้ยื่นมือเข้าช่วยฉีฟ่งเทียนทั้งๆที่อยู่คนละฝ่ายกัน
ท่านประมุข ทำไมถึง เออ…..ผิงฟงเองก็สงสัยเช่นกัน ว่าสิ่งที่เซี่ยหลิงเฟยนางกระทำ นั้นมันเป็นเพราะเหตุใด แต่ที่เจ็บใจมากที่สุดก็คงจะเป็นมู่กง เพราะเขานั้นรู้สึกไม่ชอบใจที่เซี่ยหลิงเฟย นางลงมือช่วยเหลือหนุ่มรูปงามคนนั้น มู่กงเขาซึ่งมีจิตใจหลงรักนางมานานจึงรู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก ทำให้เขานั้น ยังอยากที่จะทำอะไรบางอย่างกับฉีฟ่งเทียนต่อเพื่อระบายอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน โมโห หงุดหงิดง่ายมากๆเขาชักดาบโลหิตของเขาออกมา แล้วก็เหาะลอยตัว พุ่งทะยานเข้าหาฉีฟ่งเทียนอย่างรวดเร็วอยาก ฉีฟ่งเทียนเขารีบยกดาบกิเลนไฟ ของเขาขึ้นมาปัดป้องดาบโลหิตอย่างรวดเร็ว กระบวนท่าทางการจู่โจมที่รุนแรงของดาบโลหิตมีพลังอนุภาพรุนแรงมาก จนร่างของฉีฟ่งเทียนนั้น ถอยล่นเซถลา ถอยหลังไปหลายก้าว
เก่ง มีพลังรุนแรงใช้ได้นี่ ฮ่าๆๆชักสนุกแล้วสิ ชอบจังเลยแบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย มีแรงเหลือเท่าไหร่ก็ใช้ออกมาให้เต็มที่เลยนะ ฉีฟ่งเทียน เขาหัวเราะเยาะอย่างสะใจและยังกล่าว ยั่วยุ ท้าทายมู่กงต่อ เพราะเขานั้นก็ชื่นชอบในการต่อสู้ไม่น้อย มันรู้สึกตื่นเต้น เลือดในร่างกายสูบฉีดมีพลังร่างกายเพิ่มขึ้น ยิ่งมีคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อมันยิ่งสนุกเพิ่มมากขึ้น
ท้าทายข้าดีนักนะ เจ้าหนุ่มเพี้ยงๆๆ มู่กง เขานั้นเมื่อโดนยั่วโทสะเขาก็ยิ่งรู้สึกโมโหมากขึ้นกว่าเดิม จากที่เคยเป็น เขานั้นฟาดฟันดาบโลหิตรุกหนัก เป้าหมายคือการทำลายล้าง ผู้ที่ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉีฟ่งเทียนเขานั้นก็ไม่ได้หวั่นเกรงอันใดไม่ เขานั้นสามารถปัดป้องรับได้ทุกกระบวนท่าและในบางครั้งเขาก็โต้ตอบกับมู่กงเช่นเดียวกัน อย่างไม่มีใครยอมใคร ผิงฟงนั้นนางมองดูมู่กง อยู่แล้วก็ถอนหายใจออกมาแบบยาวๆลึกๆ 2-3 ครั้ง เพราะสามารถคาดเดา ได้ว่าที่มู่กงเขานั้นดูดุดัน มุ่งมั่นที่จะเอาชนะชายหนุ่มรูปงามคนนั้นมากเป็นพิเศษนั้นเป็นเพราะสาเหตุอันใด ผิงฟงนางรู้ดีกว่าใครๆแต่นางก็ได้แต่ทำใจเพราะนางรู้ว่าไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงจิตใจของมู่กงได้ง่ายๆนางจึงได้แต่ทำใจและเข้าต่อสู้กับเหล่าองครักษ์คนอื่นขององค์หญิงฟางอี้หลง
ที่ลานกว้างเต็มไปด้วยกันต่อสู้แบบดุเดือดเลือดพล่านมากๆ
องค์หญิงฟางอี้หลงนานๆเริ่มใช้พลังปานเทพกับดาบอัคคีเทวะในการต่อสู้กับท่านอ๋องฟางอี้ย่ง ผู้เป็นบิดาอย่างเต็มกำลัง สองพ่อลูกนั้นต่อสู้กันหลายกระบวนท่า อย่างสมศักดิ์ศรีจนกระทั่งถึงกระบวนท่าที่ 9 ในชื่อกระบวนท่า มังกรตะปบลูกแก้วสวรรค์ กับท่านอ๋อง
ฟางอี้ย่ง เป็นกระบวนท่าที่มีความรุนแรงมากๆ
เมื่อปะทะกับดาบไท้หลงอย่างเต็มกำลัง
ทำไมกันนะทั้งๆที่ นางอายุยังน้อยเพียงแค่นี้
ทำไมถึงได้เก่งกล้ามากๆมีพลังปราณที่แข็งแกร่งมากขนาดนี้นะ
จนข้านั้นไม่สามารถจะต้านทานได้อยู่แล้ว
ตู้มๆๆๆตู้มๆๆเสียงพลังอันมหาศาลของดาบอัคคีเทวะที่กระแทกเข้า กับดาบไท้หลง สุดแรงเกิด ทำให้ร่างของท่านอ๋องฟางอี้ย่ง ลอยถอยกระเด็นไปไกลมาก จนกระแทกเข้ากับกำแพงของลานกว้างของตำหนักฟางเต๋อ แล้วร่างของเขานั้นก็ตกลงที่พื้น แถมเกราะทองที่เขาสวมอยู่ก็แตกหลุดออกจากร่างกายของเขาอีก อึ๊กๆๆๆอึ๊กๆๆ เสียงของเขานั้นสะอึกด้วยความเจ็บปวดและพยายามที่จะยันกายลุกขึ้นยืน ไม่ธรรมดาจริงๆเลยเด็กสาวคนนี้เยี่ยมจริงๆ
ท่านพ่อ ท่านพ่อ …องค์หญิงฟางอี้หลง นางมองดูผู้เป็นบิดาของนางและรู้สึกเป็นห่วงเขามาก ถึงว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของนางก็ตามทีแต่ทว่าเมื่ออยู่กันในสนามรบก็ต้องทำให้เต็มที่
ข้าขออภัยท่านพ่อที่ข้าลงมือกับท่านรุนแรงเกินไปแต่ว่าข้านั้นจำเป็นต้องทำเช่นนี้เพราะท่านไม่ยอมปล่อยให้พวกข้าช่วยท่านอาจารย์ไปได้โดยง่าย แล้วองค์หญิงฟางอี้หลง นางก็หันไปจัดการกับเหล่าทหารจำนวนมากมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นยอดทหารฝีมือดีของท่านอ๋องฟางอี้ย่ง ต่อซึ่งไม่มีใครที่จะสามารถต้านทานพลังของ องค์หญิงได้สักคน ในระยะเวลาไม่นานพวกเขาก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อองค์หญิงฟางอี้หลง
ท่านเซียนเผิงซียี่
เขานั้นนิ่งมองดูการต่อสู้ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ทุกอย่างนั้นมีวิถีของตนเอง ปล่อยให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น
เซี่ยหลิงเฟย นางเองก็นั่งมองดูมู่กงต่อสู้กับฉีฟ่งเทียน ไม่วางสายตา จิตใจของนางนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชม ในลักษณะท่าทางที่องอาจ สามารถ สง่างามของฉีฟ่งเทียน แค่ได้มองดูเขาจากระยะไกล นางก็แสนจะปลาบปลื้มในอุรา มีความสุขอย่างแปลกประหลาด มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับนางมานานมากหลายสิบปี ตั้งแต่ที่นางนั้นต้องพรากจากฉีฟงเย่ ด้วยความจำใจและต้องมารับภาระหน้าที่ อันหนักอึ้ง ขึ้นเป็นประมุขพรรคมาร และเข้าแฝงตัวมาเป็นฮองเฮาของท่านอ๋องฟางอี้ย่ง เป็นผู้ควบคุมอำนาจของตำหนัก สวรรค์ฟางเต๋อ อย่างแท้จริง แต่ทว่ามู่กง เขากลับใช้กระบวนท่าดาบโลหิตที่หนักหน่วงและรุนแรงมากๆกับหนุ่มน้อยฉีฟ่งเทียน ทำให้ฉีฟ่งเทียน นั้นเริ่มเพลี่ยงพล้ำต่อมู่กง ฉีฟ่งเทียนเขานั้นพลาดท่าเสียที โดนมู่กงใช้ฝ่ามือเทวะท่าที่ 9 เข้าไป
จนอาวุธของเขาดาบกิเลนไฟนั้นหลุดจากมือกระเด็นลอยไปตกที่พื้น
ฮ่าๆๆๆ เจ้าหนุ่มหน้าหล่อ เจ้าน่ะไม่รอดมือข้าแน่ๆมู่กง เขาหัวเราะอย่างสะใจ ที่เขานั้นสามารถเอาชนะและเป็นต่อ ฉีฟ่งเทียนได้แล้วเขาก็เดินลมปราณขั้นสูงขึ้น เพิ่มระดับสู่ขั้นที่ 11 เพื่อจะใช้สังหาร
ฉีฟ่งเทียน ดาบโลหิตเงื้อขึ้นสูงและกลายเป็นสีแดงคล้ายโลหิตของมนุษย์ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ร่างกายของ ฉีฟ่งเทียน แต่ในขณะนั้นก็มีพลังลึกลับบางอย่างเคลื่อนตัวมาพร้อมกับจอกสุราทองคำ ปะทะเข้ากับดาบโลหิตของเขา ก่อนที่ดาบจะฟันร่างของฉีฟ่งเทียนทำให้ดาบโลหิตของมู่กงนั้นเปลี่ยนทิศทางและกระเด็นไปปักอยู่ที่เสาของศาลาทางด้านทิศตะวันออกของลานกว้างนั้น
หึๆๆ ฉีฟ่งเทียนเขานั้นสามารถรับรู้ได้ถึงที่มาของพลังงานลึกลับที่มาช่วยเขาและจอกสุราทองคำนั้นก็มาจากฮองเฮาของท่านอ๋องฟางอี้ย่งเป็นจอกสุราทองคำของเซี่ยหลิงเฟยนั่นเอง ทำให้เขาเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่นางนั้นอยู่คนละฝ่ายแต่กลับช่วยเหลือเขาเช่นนี้
ท่านประมุข นี่มันอะไรกัน !! ทำไมท่านประมุขถึงได้ใช้พลังงานปราณมารเซี่ยกง ช่วยเหลือชายหนุ่มผู้นี้ มู่กงเขานั้นรู้สึกแปลกใจและนึกหาเหตุผลสนับสนุนไม่ออก มันรู้สึกสงสัยมากขึ้นทุกทีจากที่สงสัยอยู่แล้วว่าเพราะเหตุใดเซี่ยหลิงเฟยนั้นถึงได้ปกป้องและช่วยเหลือฉีฟ่งเทียนหลายครั้งเพราะนางนั้นไม่เคยมีนิสัยเมตตาต่อศัตรูเช่นนี้มาก่อน
องค์หญิงฟางอี้หลงและเหล่าองครักษ์ทั้ง 18 คน
ฉีเหม่ยลี่ ฉีฟ่งเทียนพวกเขานั้นต่างรีบเข้ามารวมตัวกัน
ที่ตรงลานกว้างบริเวณรอบๆร่างของท่านเซียนเผิงซียี่เพราะว่าเหล่าทหาร
ของตำหนักฟางเต๋อ นั้นมีทยอยเข้ามาเพิ่มเติมเรื่อยๆ
ไม่จบไม่สิ้น ถ้าขืนต่อสู้กันนานไป ก็คงจะไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่
ข้าว่านะพวกเราพาท่านอาจารย์เซียนเผิงซียี่ กลับหุบเขาเซียนต้าเผิง ก่อนดีกว่า ขืนอยู่นานไปพวกเราอาจจะเพลี่ยงพล้ำได้เพราะพวกเขามีกำลังพลเยอะมากมายแล้วก็ไม่รู้ว่าพวกเขามีแผนลับอะไรเตรียมรับมือจัดการกับพวกเราอยู่อีก
พะยะค่ะ องค์หญิง หมงต้าลี่ เขาตอบรับคำสั่งขององค์หญิงฟางอี้หลง พวกเราถอยดีกว่า แล้วพวกเขาทุกคนต่างก็รวมพลังกำหนดดวงจิตแล้วก็หายวับจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว
ตุบๆๆ เซี่ยหลิงเฟย นางใช้กำปั้นทุบลงที่โต๊ะข้างๆที่นั่งของนางด้วยความไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนัก นางไม่กล้าใช้พลังปราณมารเซี่ยกง จัดการกับองค์หญิงฟางอี้หลงในตอนที่จะหนีไปเพราะว่า ฉีฟ่งเทียนเขายืนใกล้และเอาร่างบังร่างขององค์หญิงไว้ เซี่ยหลิงเฟยนางกลัวว่าฉีฟ่งเทียนจะได้รับอันตราย นางจึงได้แต่จำใจ ทำวางเฉยไม่ทำอะไร ปล่อยให้พวกเขาหนีไปเพราะความที่กลัวว่าหากใช้พลังงานมารเซี่ยกง มันจะทำให้ฉีฟ่งเทียนเขาได้รับอันตราย เขาเป็นคนที่นางนั้นเป็นห่วงเป็นใย ยิ่งกว่าชีวิตของนาง
โธ่โว้ย !! มู่กง เขาตะโกนเสียงดังด้วยความโมโห เพราะทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ เขาหันหน้ามามองดูเซี่ยหลิงเฟย ด้วยความไม่เข้าใจในตัวของนาง ว่าทำไมนางถึงไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างได้แต่นิ่ง ทั้งที่ก็ได้วางแผนกันไว้เรียบร้อยแล้ว แต่นางกลับนิ่งเฉยและปล่อยองค์หญิงและพวกไปแบบง่ายๆ เขาได้แต่เงยหน้าหันมามองนาง ซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยท่าทีเรียบเฉย จิตใจของเขาในตอนนี้นั้น งุนงง สงสัย และคิดอะไรไม่ออก ว่าท่านประมุข ผู้ไม่เคยลังเล ที่จะกำจัดศัตรูมาก่อน แต่ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่ นางถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้
จบตอนที่ 17. ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะค่ะ
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทย
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
เปิดกรุ 5 มหาวิทยาลัยที่รวยที่สุดในไทย รายได้พุ่งระดับพันล้าน บริหารทรัพย์สินเก่งจนน่าทึ่ง
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
3 จังหวัดปลาร้าขึ้นชื่อในอีสาน รสนัวต่างกันอย่างไร
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
กิน ‘ไข่ไก่’ วันละ 2 ฟอง ช่วยบำรุงสมอง-เพิ่มความจำจริงไหม? เปิดอินไซต์โภชนาการจาก Harvard
"แก้วน้ำ" สุดล้ำอายุ 2,400 ปีที่เมืองหางโจว ประเทศจีน
ทำไมยิ่งโตเพื่อนยิ่งหาย? เจาะ 3 อุปสรรควัยผู้ใหญ่ พร้อมวิธีสร้างมิตรภาพแท้ใหม่อีกครั้ง
รู้ยัง? มนุษย์เรามี 'ปุ่ม Reset' อยู่ที่เพดานปาก! เทคนิคลับระงับอาการ Brain Freeze ใน 5 วินาที
“ใบตองตึง” ไม่ใช่ใบกล้วย! เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนเข้าใจผิด
สุนัขตำรวจได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จากการพบหญิงชราวัย 90 ปีที่หายตัวไป