ไทยแลนด์โอนลี่ เปลี่ยนสัตว์ผู้รุกรานกลายเป็นอาหารโอชะ
มีเรื่องหนึ่งที่คนต่างชาติหลายคนฟังแล้วมักขมวดคิ้วก่อนหัวเราะตาม นั่นคือประเทศไทยมีความสามารถพิเศษในการเปลี่ยน “ศัตรูทางธรรมชาติ” ให้กลายเป็น “ของกินเล่น” ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ สัตว์ต่างถิ่นที่เข้ามารุกรานพื้นที่ สัตว์ที่ขยายพันธุ์เร็วเกินควบคุม หรือแมลงที่เกษตรกรอยากกำจัดให้หมดจากสวน บางประเทศเลือกใช้สารเคมี ใช้กับดัก ใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อควบคุมจำนวน แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยกลับมองอีกแบบว่า “กินได้ไหมก่อน”
ฟังดูเหมือนมุกตลก แต่เมื่อมองลึกลงไปจะพบว่านี่คือผลรวมของวัฒนธรรมอาหาร ประวัติศาสตร์ความอดทน และสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ฝังอยู่ในสังคมไทยมานานมาก คนไทยคุ้นเคยกับการใช้วัตถุดิบแทบทุกชนิดมาทำอาหาร ตั้งแต่พืชริมทาง แมลงตามฤดูกาล ปลาในนาข้าว ไปจนถึงสัตว์ที่ประเทศอื่นมองว่าแปลกเกินกิน ความคิดแบบ “มีอะไรใช้ให้คุ้ม” ฝังอยู่ในวิถีชีวิตตั้งแต่ยุคที่ทรัพยากรไม่ได้เหลือเฟือ อาหารจึงไม่ได้ถูกแบ่งง่าย ๆ ว่าอะไรสูงส่งหรืออะไรต่ำต้อย แต่แบ่งกันที่ปรุงอร่อยหรือไม่มากกว่า
จึงไม่แปลกที่เมื่อมีสัตว์ต่างถิ่นเข้ามาในไทย หลายครั้งคำถามแรกไม่ใช่ “กำจัดยังไง” แต่กลายเป็น “เอาไปผัดเผ็ดได้ไหม”
ตัวอย่างคลาสสิกมากคือ “หอยเชอรี่” เดิมไม่ได้เกิดในไทย แต่ถูกนำเข้ามาเลี้ยงหวังสร้างรายได้ ช่วงหนึ่งมีการโฆษณาว่าเป็นอาหารเศรษฐกิจ โตเร็ว ขายดี แต่สุดท้ายตลาดไม่รุ่ง หอยจำนวนมากถูกปล่อยลงแหล่งน้ำแล้วแพร่พันธุ์หนัก กัดกินต้นข้าวเสียหายไปทั่วนา ถ้าเป็นหลายประเทศอาจจบด้วยโครงการควบคุมระดับชาติ แต่ในไทยกลับเกิดเมนูสารพัดตามมา ทั้งลาบหอยเชอรี่ ผัดเผ็ดหอยเชอรี่ แกงคั่ว หรือเอาไปย่างกินกับน้ำจิ้มแจ่ว ถึงขนาดบางพื้นที่มีการรับซื้อจริงจัง เกษตรกรบางส่วนเปลี่ยนจากการด่าหอยในนา มาเดินถือถังลงจับแล้วขายสร้างรายได้เสริม
หรือ “ปลาซักเกอร์” ปลาหน้าตาประหลาดที่ติดตามตู้ปลาและถูกปล่อยลงแม่น้ำจนแพร่กระจายหนัก หลายพื้นที่บ่นว่าปลากลุ่มนี้แย่งอาหารปลาอื่น ขุดตลิ่งพัง และจับยาก ช่วงแรกสังคมไทยมองด้วยสายตารังเกียจ เพราะหน้าตาเหมือนสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ แต่ไม่นานก็เริ่มมีคลิปทดลองกิน เริ่มมีคนบอกว่าเนื้อแน่น เอาไปทอดกรอบได้ เอาไปทำปลาแดดเดียวได้ หรือแม้แต่ทำลูกชิ้นปลา สุดท้ายจากปลาที่ถูกมองว่าไร้ค่า กลับมีคนพยายามหาวิธีทำให้ขายได้
ปรากฏการณ์ไทยแลนด์โอนลี่นี้เห็นได้ชัดจากกรณีของปลาหมอคางดำที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ แม้ปลาชนิดนี้จะมีความอดทนสูง แพร่กระจายพันธุ์ได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ และกัดกินสัตว์น้ำท้องถิ่นจนแทบเกลี้ยงลำคลอง แต่พอเรื่องนี้ส่งถึงหูเหล่านักปรุงอาหารบ้านเราเท่านั้นแหละ สูตรเด็ดเคล็ดลับก็พรั่งพรูออกมาทันที ตั้งแต่การจับมาทำปลาแดดเดียวรสชาติเค็มกำลังดี การนำไปทอดกรอบจนเคี้ยวได้ทั้งกระดูก หรือแม้แต่การแปรรูปเป็นปลาร้าและน้ำปลาเพื่อเก็บไว้กินนานๆ จากเดิมที่เคยเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัว พอถูกจับมาคลุกเคล้ากับสมุนไพรไทย ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด แล้วลงไปอยู่ในกระทะน้ำมันร้อนๆ ความน่าเกรงขามก็ลดน้อยลงไปทันที กลายเป็นโปรตีนราคาถูกที่ช่วยลดค่าครองชีพไปได้อีกทาง
ความมหัศจรรย์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับปลาเท่านั้น หากย้อนกลับไปดูเหล่าแมลงศัตรูพืชที่เคยระบาดทำลายพืชพรรณทางการเกษตรจนเสียหายหลายแสนไร่ ชาวบ้านก็มีวิธีจัดการที่เด็ดขาดไม่แพ้กัน เมนูแมลงทอดที่วางขายอยู่ตามตลาดนัดทั่วประเทศส่วนหนึ่งก็มาจากเหล่าผู้บุกรุกเหล่านี้ทั้งนั้น เมื่อแมลงกลายเป็นสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นมา พลังในการกำจัดย่อมเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาดโดยอัตโนมัติ กลายเป็นว่าผู้บุกรุกที่เคยเดินสายทำลายไร่นา กลับต้องมาหนีตายจากการถูกล่าเพื่อไปเป็นของว่างแสนอร่อยเคี้ยวเพลินแทน
“แมงดานา” ที่บางประเทศเห็นแล้ววิ่งหนี แต่คนไทยเอาไปทำน้ำพริกกลิ่นหอมจนกลายเป็นเอกลักษณ์ หรือ “ไข่มดแดง” ที่ชาวต่างชาติบางส่วนมองเป็นเรื่องเหนือจินตนาการ แต่สำหรับหลายจังหวัดภาคอีสานกลับถือเป็นวัตถุดิบราคาแพงตามฤดูกาล
จุดน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่เรื่อง “กินได้” แต่อยู่ตรงวิธีคิดที่ยืดหยุ่นมาก คนไทยจำนวนมากไม่ได้มองสัตว์หรือแมลงเหล่านี้ด้วยกรอบเดียวว่าเป็นสิ่งสกปรกหรืออันตรายเสมอไป หากผ่านการทำความสะอาด ปรุงสุก และรสชาติใช้ได้ ก็พร้อมเปิดใจทันที วัฒนธรรมอาหารไทยมีความกล้าทดลองสูงมาก ยิ่งถ้ามีเครื่องแกง มีสมุนไพร มีการทอดกรอบ ย่างถ่าน หรือผัดพริกเกลือ หลายอย่างเปลี่ยนภาพลักษณ์ได้ทันที
อีกเหตุผลสำคัญคืออาหารไทยเน้นรสจัด การปรุงเข้มข้นช่วยลดข้อจำกัดของวัตถุดิบบางชนิดได้ดี สัตว์ที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เมื่อนำไปคั่วพริกแกง ใส่ใบมะกรูด ตะไคร้ กระชาย หรือพริกสด กลับกลายเป็นเมนูชวนกินขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ หลายครั้งคนที่บอกว่า “ไม่มีทางกินเด็ดขาด” พอถูกเสิร์ฟแบบไม่เฉลยก่อน กลับกินหมดจานโดยไม่รู้ตัว
เรื่องแบบนี้ยังสะท้อนอารมณ์ขันของสังคมไทยด้วย เวลามีข่าวสัตว์ต่างถิ่นระบาด อินเทอร์เน็ตไทยมักเต็มไปด้วยคอมเมนต์แนว “เอาไปทอดน้ำปลา” “ผัดกะเพราเลย” “ส่งสูตรมา” กลายเป็นวัฒนธรรมร่วมแบบหนึ่ง คือยิ่งสัตว์ชนิดไหนเพิ่มจำนวนมาก คนยิ่งเริ่มคิดเมนูได้มากตามไปด้วย ความตลกอยู่ตรงที่หลายครั้งพูดเล่นไปพูดเล่นมา สุดท้ายมีคนทำกินจริง แล้วดันอร่อยจริงอีกต่างหาก
แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าสัตว์ทุกชนิดควรถูกจับมากินทันที เพราะบางประเภทมีเชื้อโรค สะสมสารพิษ หรือส่งผลต่อสุขภาพหากปรุงไม่ถูกต้อง หลายกรณีต้องอาศัยความรู้ทางอาหารและความปลอดภัยควบคู่กันไป แต่ภาพรวมสะท้อนนิสัยอย่างหนึ่งของสังคมไทยได้ชัด คือเมื่อเจอปัญหา คนไทยมักเริ่มจากการปรับตัวก่อน ไม่ได้รีบยอมแพ้ง่าย ๆ
ลึกลงไปอีกนิด เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับอาหารโดยตรง ประเทศไทยเป็นสังคมที่ “อาหาร” อยู่กลางชีวิตประจำวันแทบทุกอย่าง การคุย การเดินทาง การทำงาน การรวมญาติ หรือแม้แต่การแก้เครียด มักมีของกินเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ จึงไม่แปลกที่เมื่อมีสิ่งแปลกใหม่เข้ามา คนจำนวนมากจะเริ่มต้นจากคำถามเรื่องรสชาติก่อนด้านอื่น
ยิ่งในชนบท ความคิดสร้างสรรค์ด้านอาหารยิ่งเห็นชัด ชาวบ้านจำนวนมากรู้จักธรรมชาติรอบตัวละเอียดมาก รู้ว่าฤดูไหนจับอะไรได้ รู้ว่าแมลงชนิดใดกินได้ รู้ว่าพืชชนิดใดต้องลวกก่อนถึงปลอดภัย ความรู้เหล่านี้ไม่ได้มาจากตำราเสมอไป แต่มาจากการส่งต่อกันในครอบครัว รุ่นสู่รุ่น จึงเกิดวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลายมากจนบางครั้งคนเมืองยังตกใจเอง
หลายประเทศมองแมลงเป็นทางเลือกอาหารแห่งอนาคตเพราะโปรตีนสูง ใช้ทรัพยากรน้อย แต่วิถีแบบนี้มีอยู่ในไทยมานานแล้ว เพียงแต่คนไทยไม่เคยรู้สึกว่าต้องทำให้ดูล้ำสมัย เพราะถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว รถเข็นขายจิ้งหรีดทอด ดักแด้ไหม หรือหนอนไม้ไผ่ อาจดูแปลกสำหรับนักท่องเที่ยว แต่สำหรับคนไทยจำนวนมาก นั่นคือของกินเล่นหน้าโรงเรียนหรือของแกล้มธรรมดา
คำว่า “ไทยแลนด์โอนลี่” จึงไม่ได้หมายถึงเรื่องแปลกเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตด้วย สัตว์ผู้รุกรานที่หลายประเทศมองด้วยความปวดหัว เมื่อมาอยู่ในไทยกลับมีโอกาสถูกจับเข้าครัว ถูกตั้งชื่อเมนู ถูกรีวิวในยูทูบ ถูกขายในตลาดนัด แล้วบางครั้งยังกลายเป็นของหายากราคาแพงอีกต่างหาก
มีเสน่ห์บางอย่างอยู่ในแนวคิดนี้ เพราะแทนที่จะมองธรรมชาติด้วยความห่างเหิน คนไทยจำนวนมากกลับมีความสัมพันธ์แบบใกล้ชิดกว่า มองเห็นว่าสิ่งรอบตัวสามารถกลายเป็นอาหารได้เสมอถ้ามีความรู้และฝีมือการปรุงเพียงพอ ต่อให้หน้าตาแปลก รูปร่างน่ากลัว หรือเดิมทีถูกมองว่าเป็นปัญหา ก็ยังมีโอกาสถูกเปลี่ยนสถานะใหม่บนจานข้าว
และบางที นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมอาหารไทยถึงเต็มไปด้วยรายละเอียด สนุก และคาดเดายาก เพราะสังคมไทยไม่ค่อยปิดประตูใส่วัตถุดิบแปลก ๆ ง่ายนัก หากมีคนกล้าชิม มีคนกล้าปรุง และมีน้ำจิ้มเด็ดพอ ทุกอย่างก็มีสิทธิ์กลายเป็นเมนูยอดนิยมได้ทั้งนั้น
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
มูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
จักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่เคยตก
มนุษย์กลัวตายในแต่ละวัฒนธรรมเหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
"นอสตราดามุสจีน" ทำนายจะเกิดเหตุการณ์ 911 รอบใหม่..โลกจะล่มสลายในอีก 20 ปีข้างหน้า
วอร์เรน บัฟเฟตต์ วัย 96 ปี วางมือจากตำแหน่งประธานกรรมการของเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์! หลังจากดำรงตำแหน่งมา 61 ปี เขาได้ส่งมอบตำแหน่งต่อให้กับฮาวาร์ด บุตรชายของเขา

