หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 เรื่องน่ารู้ของลอนดอน เมืองที่ซ่อนประวัติศาสตร์ไว้กลางความทันสมัย


เขียนโดย kingjimjim

ลอนดอนไม่ได้มีเสน่ห์แค่หอนาฬิกา ถนนสวย หรือรถเมล์สีแดง แต่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ซ้อนอยู่แทบทุกมุม ตั้งแต่ร่องรอยโรมัน ไฟไหม้ครั้งใหญ่ สงครามโลก ไปจนถึงเครือข่ายสนามบินที่เชื่อมเมืองนี้กับทั้งโลก

นี่คือ 5 เรื่องที่ช่วยให้มองลอนดอนได้ลึกกว่าเมืองท่องเที่ยวทั่วไป และอาจทำให้การเดินชมถนนในเมืองนี้สนุกขึ้นกว่าเดิม

  1. City of London กับ London ไม่ใช่พื้นที่เดียวกัน

คำว่า London ที่คนทั่วไปพูดถึง มักหมายถึง Greater London หรือพื้นที่เมืองหลวงขนาดใหญ่ที่รวมย่านท่องเที่ยว ย่านธุรกิจ และชุมชนต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน

แต่ใจกลางของเมืองยังมีอีกพื้นที่หนึ่งที่มีสถานะเฉพาะ คือ City of London หรือที่เรียกกันว่า The City และ Square Mile พื้นที่นี้มีขนาดเพียงประมาณ 1.12 ตารางไมล์ แต่มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการเงินของโลก

จุดที่ทำให้หลายคนแปลกใจคือ City of London มีนายกเทศมนตรีในตำแหน่ง Lord Mayor และมีกองกำลังตำรวจของตัวเอง แปลว่าลอนดอนที่นักท่องเที่ยวคุ้นตา ไม่ได้เป็นเมืองชั้นเดียวแบบที่เห็นจากแผนที่ แต่มีโครงสร้างทางประวัติศาสตร์และการปกครองซ้อนอยู่ข้างใน

ถ้าเดินอยู่ในย่าน The City แล้วเห็นอาคารเก่าอยู่ติดกับตึกกระจกสูง นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมืองส่วนนี้คือพื้นที่ที่อดีตกับการเงินยุคใหม่อยู่ในเฟรมเดียวกันจริง ๆ

  1. จุดเริ่มต้นของลอนดอนมาจาก Londinium

รากของลอนดอนย้อนกลับไปได้ถึงยุคโรมัน เมื่อชาวโรมันตั้งถิ่นฐานขึ้นราว ค.ศ. 43 ในชื่อ Londinium หรือ ลอนดิเนียม

สิ่งที่น่าสนใจคือเมืองยุคแรกไม่ได้เป็นเพียงชุมชนเล็ก ๆ แต่มีการสร้างกำแพงล้อมเมืองเพื่อป้องกันการรุกราน ร่องรอยของกำแพงโรมัน หรือ London Wall ยังหลงเหลือให้เห็นในบางจุดของย่าน The City

การเดินในลอนดอนจึงไม่ใช่แค่เดินผ่านอาคารสวย ๆ แต่บางเส้นทางอาจพาคุณผ่านโครงเมืองที่มีรากมาจากเมื่อราว 2,000 ปีก่อน ถนนบางสายในปัจจุบันยังวางตัวตามแนวโครงสร้างเดิมที่สืบมาจากยุคโรมัน

นี่คือเหตุผลที่ลอนดอนให้ความรู้สึกพิเศษ เมืองไม่ได้เก็บประวัติศาสตร์ไว้เฉพาะในพิพิธภัณฑ์ แต่ปล่อยให้มันอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันของคนเมือง

  1. Great Fire of London เปลี่ยนหน้าตาเมืองไปตลอดกาล

ปี ค.ศ. 1666 เป็นหนึ่งในปีที่ลอนดอนจดจำไม่ลืม เพราะเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่เรียกว่า Great Fire of London เพลิงเริ่มจากร้านขนมปังในตรอก Pudding Lane ก่อนลุกลามอย่างหนัก

บ้านเรือนไม้กว่า 13,000 หลังถูกเผาทำลาย รวมถึงมหาวิหารเซนต์พอลหลังเก่าด้วย เหตุการณ์นี้เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเมือง

หลังไฟไหม้ ลอนดอนต้องคิดใหม่เรื่องการสร้างบ้านเรือน วัสดุอย่างอิฐและปูนเข้ามาแทนไม้มากขึ้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากไฟในอนาคต ภาพเมืองที่เราเห็นในปัจจุบันจึงมีส่วนหนึ่งที่เติบโตจากบทเรียนครั้งนั้น

อีกด้านหนึ่ง ไฟไหม้ครั้งใหญ่นี้ยังถูกเล่าต่อในฐานะเหตุการณ์ที่ช่วยกำจัดเชื้อกาฬโรคที่ระบาดอยู่ในเมือง แม้จะเป็นช่วงเวลาหนักหนา แต่ผลที่ตามมากลับหล่อรูปเมืองให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม

  1. The Blitz ทำให้ลอนดอนมีบาดแผลจากสงครามโลกครั้งที่ 2

ลอนดอนเคยผ่านช่วงเวลาที่มืดที่สุดช่วงหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 กับเหตุการณ์ The Blitz เมื่อกองทัพอากาศเยอรมันทิ้งระเบิดใส่เมืองติดต่อกันนานถึง 57 คืน

ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างหนัก ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตและสูญเสียที่อยู่อาศัย สถานีรถไฟใต้ดินกลายเป็นที่หลบภัยของชาวเมืองในช่วงที่เสียงระเบิดดังอยู่เหนือพื้นดิน

คำว่า Keep Calm and Carry On จึงไม่ใช่แค่ประโยคเท่ ๆ บนโปสเตอร์หรือของที่ระลึก แต่สะท้อนภาพความอดทนของผู้คนในเมืองที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอน

หลังสงคราม ลอนดอนถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ สิ่งที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นการปะติดปะต่อระหว่างอาคารเก่าและอาคารสมัยใหม่ บางมุมดูคลาสสิก บางมุมดูโมเดิร์น และหลายมุมบอกเล่าว่าเมืองนี้เคยผ่านอะไรมา

  1. ลอนดอนมีสนามบินนานาชาติหลักถึง 6 แห่ง

ความเป็นมหานครของลอนดอนไม่ได้อยู่แค่ในเขตเมือง แต่ขยายออกไปถึงระบบการเดินทางทางอากาศ เมืองนี้มีสนามบินหลักที่รองรับผู้โดยสารจากทั่วโลกถึง 6 แห่ง

Heathrow คือสนามบินที่ใหญ่และคึกคักที่สุด ส่วน Gatwick เป็นสนามบินหลักอีกแห่งทางตอนใต้ ขณะที่ Stansted และ Luton มักถูกพูดถึงในฐานะสนามบินที่รองรับสายการบินราคาประหยัด

City Airport มีขนาดเล็กกว่าและอยู่ใกล้ใจกลางเมือง เหมาะกับกลุ่มนักธุรกิจ ส่วน Southend อยู่ไกลออกไปทางตะวันออก การมีสนามบินกระจายหลายทิศทำให้ลอนดอนเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของยุโรปและโลก

สำหรับนักเดินทาง เรื่องนี้มีประโยชน์มาก เพราะคำว่า “บินไปลอนดอน” อาจไม่ได้หมายถึงสนามบินเดียวกันเสมอ ก่อนจองตั๋วหรือที่พักควรเช็กสนามบินปลายทางให้ดี ระยะทางเข้าเมืองและค่าเดินทางอาจต่างกันพอสมควร

ลอนดอนจึงเป็นเมืองที่อ่านได้หลายชั้น ชั้นหนึ่งคือเมืองหลวงที่ทันสมัย อีกชั้นคือเมืองเก่าที่ผ่านไฟ สงคราม และการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุค ใครเดินเมืองนี้แบบรู้เรื่องราวเบื้องหลัง จะพบว่าถนน อาคาร และกำแพงบางชิ้น มีอะไรให้มองมากกว่าความสวยงาม

เนื้อหาโดย: kingjimjim
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kingjimjim's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 93 ครั้ง
เขียนโดย kingjimjim
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: kingjimjim
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เพิ่งรู้ว่า Google เกือบไม่ได้ใช้ชื่อนี้! ย้อนดูชื่อแรกสุดที่ฟังดูไม่เหมือนเสิร์ชเอนจินระดับโลกทองขึ้นลงแรง ก่อนซื้อทอง 1 บาทต้องดูอะไรให้คุ้มกว่าราคาขายออกNVIDIA Control Panel ปลดระวางแล้ว คนใช้ GeForce ต้องรู้อะไรหลังย้ายไป NVIDIA appมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย“น้องเต้าหู้” ยกกระเป๋าลงจากแกร็บคาร์ ทำท้ายรถเป็นรอย โดนไรเดอร์เรียก 2 พันของใช้ยุค 90–2000 ที่เด็กวันนี้อาจไม่รู้จัก แต่เคยอยู่ในชีวิตเราทุกวันเข้าคาเฟ่แล้วคิดไม่ออก สั่งเมนูไหนดีให้รอดทั้งกาแฟและขนมเลขเด็ด "พญาบึ้งดำ"วันที่ 16 มิถุนายน 2569ความวิจิตรเหนือกาลเวลา: ถอดรหัส "Thai Tiara" มงกุฎแห่งอัตลักษณ์ไทยโดยเมซงฝรั่งเศสน้ำส้มไบเล่หายไปไหน จากขวดแก้วหน้าร้านโชห่วย สู่แบรนด์ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จักเพิ่งรู้ว่า รถใช้น้ำมันคันแรกของโลก หน้าตาเหมือนรถซาเล้งสามล้อ แถมเมียต้องแอบขโมยไปขับ!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แท้จริงแล้วมันไม่ใช่พยาธิ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
“ปูอัด” ไม่ได้ทำจากปู! แล้วแท้จริงแล้วมันทำมาจากเนื้ออะไรกันแน่?รถไฟฟ้าที่น่าใช้ที่สุด 2026จังหวัดที่ชอบปลาร้าที่สุด มีความผูกพันกับการกินปลาร้ามากที่สุดจังหวัดที่ใช้ไฟฟ้าน้อยที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่