หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อย่าคิดว่าแค่แมลงตัวเล็ก 5 แมลงมีพิษในไทยที่อันตรายกว่าที่คิด บางชนิดแค่โดนตัวก็แผลไหม้

เขียนโดย rollwithus

สวัสดีชาวโพสต์จังกันทุกคน เวลาพูดถึงสัตว์อันตรายในประเทศไทย หลายคนมักนึกถึงงู ตะขาบ แมงป่อง หรือสัตว์ใหญ่มีพิษต่างๆ ใช่ไหม

 

แต่รู้ไหมว่า แมลงตัวเล็กๆ ที่เราเห็นอยู่ตามบ้าน ใต้ต้นไม้ หรือแม้แต่บินเข้าห้องนอนตอนกลางคืน บางชนิดอันตรายกว่าที่หลายคนคิดมาก และบางตัวไม่จำเป็นต้องกัดหรือต่อยด้วยซ้ำ

 

แค่สัมผัสโดนพิษของมันก็อาจทำให้ผิวหนังพุพอง แสบร้อน หรือในบางกรณีรุนแรงถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลได้เลย

 

ยิ่งช่วงหลังๆ ที่สภาพอากาศของไทยเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งฝนสลับร้อน อากาศชื้น และเมืองขยายเข้าใกล้พื้นที่ธรรมชาติ ทำให้แมลงหลายชนิดเริ่มเข้ามาใกล้คนมากขึ้น จนมีรายงานคนโดนแมลงมีพิษกันบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน

 

หนึ่งในแมลงที่คนไทยเจอกันบ่อยแต่หลายคนไม่รู้ว่าอันตรายมาก คือ ด้วงก้นกระดก หรือ Rove Beetle 

มันเป็นแมลงตัวเล็ก ลำตัวยาว สีส้มสลับดำ ดูเผินๆ เหมือนไม่มีพิษภัย แต่จริงๆ แล้วในตัวของมันมีสารพิษชื่อว่า เพเดอริน (Pederin) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ระคายเคืองรุนแรงมาก นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าสารชนิดนี้มีความเป็นพิษระดับสูงต่อเซลล์ผิวหนัง

 

ความน่ากลัวคือ ด้วงก้นกระดกไม่ได้กัดหรือใช้เหล็กในเลย อันตรายจะเกิดตอนที่คน ตบ บี้ หรือขยี้ ตัวมัน เพราะสารพิษจะไหลออกมาโดนผิวหนังทันที

 

ช่วงแรกอาจรู้สึกแค่คันหรือแสบเล็กน้อย แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมง ผิวจะเริ่มแดง พุพอง และกลายเป็นแผลคล้ายโดนน้ำกรดลวก บางรายเป็นหนักถึงขั้นผิวไหม้เป็นแนวยาว และถ้าเผลอเอามือไปขยี้ตาหลังสัมผัสพิษ อาจเกิดอาการตาอักเสบรุนแรงได้

 

ในช่วงหน้าฝนของไทย มักมีรายงานด้วงก้นกระดกบินเข้าคอนโด หอพัก และบ้านที่เปิดไฟตอนกลางคืนอยู่บ่อยๆ เพราะมันชอบแสงไฟมาก

 

อีกชนิดที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ็บคือ มวนเพชฌฆาต

ชื่อของมันไม่ได้ตั้งเล่นๆ เพราะแมลงชนิดนี้เป็นนักล่าโดยธรรมชาติ ใช้งวงแหลมแทงเหยื่อแล้วปล่อยน้ำย่อยเข้าไปละลายเนื้อด้านในก่อนดูดกิน

 

หากมันกัดคน อาการจะเจ็บปวดรุนแรงมาก หลายคนเปรียบว่าเจ็บกว่าผึ้งต่อยหลายเท่า บริเวณแผลมักบวมแดง ปวดแสบ และบางรายอาจเกิดอาการแพ้ร่วมด้วย

 

ในต่างประเทศ มวนบางสายพันธุ์ยังเป็นพาหะของโรคร้ายแรงอย่าง Chagas disease ด้วย แม้สายพันธุ์ในไทยจะยังไม่พบการแพร่โรคแบบนั้นชัดเจน แต่ก็ถือเป็นแมลงที่ไม่ควรจับเล่นเด็ดขาด

 

ส่วนอีกตัวที่หลายคนไม่ค่อยรู้จักคือ แมลงมันก้นแดง หรือด้วงน้ำมัน 

แมลงชนิดนี้มีสีสันค่อนข้างเด่น บางชนิดมีสีแดง ดำ หรือส้มสด เพื่อเตือนศัตรูว่าตัวเองมีพิษ ภายในตัวมีสารชื่อ แคนทาริดิน (Cantharidin) ซึ่งทำให้เกิดตุ่มพองและแผลไหม้บนผิวหนังได้

 

เพียงแค่จับหรือบี้มันเล่น สารพิษก็อาจติดมือและทำให้ผิวหนังพองเป็นตุ่มน้ำใส เจ็บแสบหลายวัน

 

สมัยก่อนในต่างประเทศเคยมีการนำสารจากด้วงชนิดนี้ไปใช้แบบผิดๆ ในยาปลุกกำลัง จนมีคนเสียชีวิตจากพิษสะสมมาแล้ว เพราะสารนี้ส่งผลต่อระบบไตและทางเดินปัสสาวะโดยตรง

 

ส่วนแมลงที่คนไทย รู้จักแต่ยังประเมินอันตรายต่ำไป ก็คือ ต่อหัวเสือ

หยอกๆๆ 🤣🤣

ต่อหัวเสือของไทยถือว่าดุและหวงรังมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนและต้นฤดูฝน หากเข้าใกล้รังหรือทำให้มันรู้สึกถูกคุกคาม มันสามารถเรียกพวกออกมารุมต่อยพร้อมกันได้ทันที

 

พิษของต่อหัวเสือมีผลต่อระบบประสาท กล้ามเนื้อ และไต ถ้าโดนต่อยหลายจุดพร้อมกันอาจเกิดอาการช็อก ความดันตก ไตวายเฉียบพลัน หรือเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในคนที่แพ้พิษแมลง

 

แทบทุกปีในไทยจะมีข่าวชาวบ้านหรือคนงานโดนต่อหัวเสือรุมต่อยจนเสียชีวิตอยู่เรื่อยๆ เพราะหลายคนคิดว่าเป็นแค่ ต่อธรรมดา แล้วพยายามไล่รังเอง

 

อีกชนิดที่หลายคนโดนตั้งแต่เด็กแต่ไม่รู้ว่ามีพิษคือ หนอนบุ้ง หรือบุ้งขน 

ขนของมันไม่ได้เป็นแค่ขนนุ่มๆ ธรรมดา แต่เชื่อมต่อกับต่อมพิษขนาดเล็ก เมื่อสัมผัส ขนจะหักและแทงเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคัน แสบ ผื่นแดง หรือปวดร้อนเหมือนโดนไฟลวก

 

บางคนที่แพ้หนักอาจมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ หายใจติดขัด หรือเกิดอาการแพ้รุนแรงได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่เผลอจับเล่น

 

นอกจาก 5 ชนิดนี้แล้ว ประเทศไทยยังมีแมลงและสัตว์ขาปล้องมีพิษอีกจำนวนมาก เช่น ผึ้งป่า แมลงก้นงอน ตะขาบ หรือแมงมุมบางชนิด ซึ่งหลายตัวอาจไม่ได้อันตรายถึงชีวิตสำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าเกิดอาการแพ้รุนแรงก็สามารถกลายเป็นเหตุฉุกเฉินได้เหมือนกัน

 

แพทย์แนะนําว่า หากเจอแมลงแปลกๆ ที่ไม่รู้จัก อย่าใช้มือเปล่าจับหรือตบโดยเด็ดขาด เพราะแมลงมีพิษหลายชนิดจะปล่อยสารพิษออกมาตอนถูกขยี้

 

ถ้าเผลอสัมผัสพิษ ควรรีบล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หลีกเลี่ยงการเกา และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากเริ่มมีอาการบวมมาก หายใจลำบาก เจ็บรุนแรง หรือมีไข้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

 

บางครั้ง อันตรายที่สุด อาจไม่ใช่สัตว์ตัวใหญ่ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่เราเผลอมองข้ามทุกวันก็ได้ 

 

แหล่งที่มา
• กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
• คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
• สมาคมกีฏวิทยาแห่งประเทศไทย
• Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
• National Geographic

เนื้อหาโดย: rollwithus
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
rollwithus's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 151 ครั้ง
เขียนโดย rollwithus
นักเขียนอิสระสายสาระความรู้ ข่าวสาร และการติดตามเลขเด็ดที่ผู้คนสนใจ เน้นการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและเรียบเรียงให้อ่านง่าย กระชับ และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Thorsten
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เองวิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่งใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทยโรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้วอำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการจีนเตรียมสร้างแผงโซลาร์ยักษ์ ขนาด 1 กิโลเมตรบนอวกาศสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/695 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดประวัติเครื่องหมาย # จากปุ่มโทรศัพท์ สู่สัญลักษณ์เปลี่ยนโลก!รีวิวหนัง HONEST THIEF ทรชนปล้นชั่วกล้องชัด!หนุ่มใหญ่ซิ่งเก๋ง บุกขโมยดาบสมเด็จพระเจ้าตาก - ลูกแก้วองค์จตุคามรามเทพเงินเดือน สารวัตรทหาร (ส.ห.)รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รอน วีสลีย์ แผลในใจวัยเด็กกับ "พี่น้องแกล้งกัน"รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะเมืองที่มี “ความเครียด” ที่สุดในโลก4 ของเก่า ที่แพงที่สุดในโลก
ตั้งกระทู้ใหม่