ใครจะคิดว่า! “ดอกดาวเรืองหม้อ” จะซ่อนโปรตีนชั้นยอดไว้แบบนี้
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งจากสื่อต่างประเทศอย่าง New York Post ซึ่งเล่าถึงการค้นพบที่น่าสนใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับพืชชนิดหนึ่งที่เรามักเห็นกันอยู่ทั่วไป แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีคุณค่าทางอาหารมากมายถึงเพียงนี้
พืชที่ว่านั้นคือ “ดอกดาวเรืองหม้อ” หรือในชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Calendula officinalis ดอกไม้สีเหลืองส้มที่หลายบ้านปลูกไว้ประดับสวนให้ดูสดใส บางคนก็ปลูกไว้หน้าบ้านหรือริมรั้วเพียงเพราะความสวยงามเท่านั้น แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ดอกไม้ธรรมดา ๆ ชนิดนี้กำลังถูกนักวิจัยจับตามองว่าอาจเป็น แหล่งโปรตีนจากพืชชนิดใหม่ ที่มีศักยภาพสูงมากในอนาคต
งานศึกษาระบุว่า ดอกดาวเรืองหม้อจำนวนไม่น้อยที่ถูกปลูกเป็นไม้ประดับนั้น เมื่อหมดช่วงความสวยงามก็มักถูกตัดทิ้ง กลายเป็นขยะทางการเกษตรจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เมื่อนักวิจัยนำดอกไม้เหล่านี้มาศึกษาอย่างจริงจัง กลับพบว่าภายในนั้นมีโปรตีนซ่อนอยู่ในปริมาณที่น่าสนใจ และสามารถนำมาสกัดออกมาเป็นโปรตีนจากพืชคุณภาพสูงได้
ที่น่าทึ่งกว่านั้นก็คือ โปรตีนที่สกัดจากดอกดาวเรืองหม้อมีความทนทานต่อความร้อนสูงถึงประมาณ 105 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าสูงกว่าโปรตีนจากพืชหลายชนิดที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เช่นโปรตีนจากถั่วลันเตาหรือถั่วลูกไก่ นอกจากนี้ยังพบว่ามีกรดอะมิโนสำคัญอย่างกรดกลูตามิกและกรดแอสพาร์ติก ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มรสชาติแบบ “อูมามิ” ให้กับอาหารได้เป็นอย่างดี ทำให้นักวิจัยมองว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นโปรตีนจากดอกไม้ชนิดนี้ถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสุขภาพ ขนมอบ หรือแม้แต่น้ำสลัดก็เป็นได้
นอกจากเรื่องโปรตีนแล้ว ดอกดาวเรืองหม้อยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มแคโรทีนอยด์และฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีบทบาทช่วยลดการอักเสบในร่างกายและช่วยปกป้องเซลล์จากความเสื่อม สารบางชนิดยังสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอและวิตามินซีได้ ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ผิวพรรณแข็งแรงขึ้น
งานวิจัยบางส่วนยังพบว่าสารสกัดจากดอกดาวเรืองหม้อสามารถช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็วขึ้น ลดอาการบวมแดง และยังช่วยบรรเทาอาการแผลกดทับในผู้ป่วยเบาหวาน รวมถึงอาการผื่นผิวหนังอักเสบได้ค่อนข้างดี โดยแทบไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง นี่จึงเป็นเหตุผลที่สมุนไพรชนิดนี้ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและยาสมุนไพรในหลายประเทศมานานแล้ว
ในมุมมองของผู้เขียนแล้ว เรื่องนี้ทำให้รู้สึกว่าโลกของธรรมชาติยังมีสิ่งที่มนุษย์เรายังไม่เข้าใจอีกมาก ดอกไม้ที่เราเห็นจนชินตา บางครั้งก็เป็นเพียงของตกแต่งสวนในสายตาของใครหลายคน แต่เมื่อมองให้ลึกลงไปกลับพบว่ามันอาจซ่อนคุณค่าทางอาหารและคุณค่าทางการแพทย์ไว้อย่างมหาศาล
ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น กระแสการกินโปรตีนให้เพียงพอต่อร่างกาย หรือที่เรียกว่า Protein-maxxing กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก การค้นพบแหล่งโปรตีนใหม่จากพืชจึงถือเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย เพราะมันอาจช่วยลดการพึ่งพาเนื้อสัตว์ และยังช่วยเปลี่ยนของเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าได้อีกด้วย
ผู้เขียนจึงมองว่า การค้นพบเช่นนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของโภชนาการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดใหม่ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด เพราะบางครั้งสิ่งที่มีค่ามากที่สุดอาจไม่ใช่อาหารราคาแพงจากที่ไกลแสนไกล แต่อาจเป็นเพียงพืชเล็ก ๆ ข้างบ้านที่เราเดินผ่านทุกวันโดยไม่เคยหันกลับมามองมันอย่างจริงจังก็เป็นได้
และใครจะรู้ บางทีในอนาคตอันใกล้ ดอกไม้สีเหลืองส้มที่เราเคยเห็นว่าเป็นเพียงไม้ประดับธรรมดา อาจกลายเป็นหนึ่งในแหล่งโปรตีนสำคัญของโลกก็เป็นได้
แหล่งอ้างอิง :
New York Post
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
จังหวัดแรกของประเทศไทย ที่ได้เริ่มระบบนำสายไฟลงใต้ดิน
รับ e-Bill แล้ว มิเตอร์น้ำส่งข้อมูลเองหรือเปล่า
จังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลย
เลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้าง
รอยกดทับบนพรม วางน้ำแข็งทับแล้วคืนรูปได้จริงไหม
ทำไมข้าวเหนียวเย็นแล้วแข็ง แต่อุ่นใหม่กลับนุ่ม
ทำไมดวงจันทร์ใกล้ขอบฟ้าจึงดูใหญ่กว่าตอนอยู่สูง
ทำไมชาวจีนจึงนิยมให้อั่งเปา ? เปิดความหมายซองแดงที่มากกว่าเงินในเทศกาลสำคัญ
ลดเงินสมทบประกันสังคม ที่ลดคือฝั่งนายจ้าง ไม่ใช่ลูกจ้าง
หมากฝรั่งติดกางเกงยีนส์ ทำไมน้ำแข็งช่วยให้แกะออกง่าย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ไดอารี่ 18/10/69
กรณีศึกษา: ผลกระทบของวัฒนธรรมการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมและมาตรการการจัดการความรุนแรงในองค์กร
100 คำคมสู้ชีวิตในวันที่ไม่เหลือใคร อ่านแล้วมีแรงลุกขึ้นสู้ แม้วันที่มืดมนที่สุด
เปิด 5 ตำแหน่งไฝผู้ชาย ตามความเชื่อโหงวเฮ้ง เชื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ และความมั่งคั่ง