ขนมไทยโบราณใกล้สูญหาย ที่เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยรู้จัก
สวัสดีชาวโพสต์จังกันทุกคน ในยุคที่คาเฟ่ขนมหวานสไตล์เกาหลีหรือเบเกอรี่ฝรั่งเศสครองเมืองแบบนี้ รู้ไหมว่า ขนมไทยโบราณ หลายชนิดที่มีประวัติยาวนานนับร้อยปี กำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของคนไทย
บางอย่างชื่อฟังดูประหลาดจนเด็กสมัยนี้ทำหน้าสงสัย บางอย่างก็มีกรรมวิธีการทำที่ประณีตและยากจนหาคนสืบทอดแทบไม่ได้
วันนี้ขอพาทุกคนย้อนเวลากลับไปทำความรู้จักกับ 5 ขนมไทยที่ ใกล้สูญพันธุ์ ถ้าเจอที่ไหนบอกเลยว่าต้องรีบซื้อมาชิมด่วน
1. ขนมบุหลันดั้นเมฆ
แค่ชื่อก็กินขาดแล้ว ขนมชนิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ลักษณะจะเป็นขนมน้ำดอกไม้สีฟ้าครามจากอัญชัน (แทนสีท้องฟ้ากลางคืน) ตรงกลางเจาะรูแล้วหยอดสังขยาสีเหลืองทอง (แทนดวงจันทร์)
รสชาติจะนุ่มละมุนและมีกลิ่นหอมของควันเทียน เป็นขนมที่ต้องใช้ความใจเย็นในการหยอดเพื่อให้ ดวงจันทร์ ออกมาสวยงามพอดีคำ ปัจจุบันหาทานยากมากเพราะคนทำมักจะท้อกับความละเอียดอ่อนของมัน
2. ขนมเกสรลำเจียก
ขนมพื้นบ้านชื่อดังจากจังหวัดอ่างทองที่เริ่มหาทานยากขึ้นทุกวัน ทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมน้ำกะทิ ร่อนผ่านตะแกรงลงในกระทะร้อนๆ จนเป็นแผ่นบางคล้ายตาข่าย
แล้วม้วนใส่ไส้ที่ทำจากมะพร้าวขูดกวนกับน้ำตาลและน้ำลอยดอกมะลิ ความยากคือการร่อนแป้งให้เป็นเส้นใยที่สวยงามและไม่ขาดออกจากกัน รสชาติจะหอมฟุ้งและมีความหวานมันที่เป็นเอกลักษณ์สุดๆ
3. ขนมเรไร (รังไร)
ใครเห็นตอนแรกอาจจะนึกว่าเป็นเส้นหมี่หลากสี แต่จริงๆ แล้วมันคือขนมไทยที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมแป้งท้าวยายม่อม นำไปกดผ่านแม่พิมพ์จนออกมาเป็นเส้นฝอยๆ คล้ายรังนก
เวลาทานต้องโรยด้วยมะพร้าวทึนทึกขูด ราดหัวกะทิสดเค็มหวาน และโรยน้ำตาลทรายผสมงาคั่ว เป็นขนมที่มี Texture สนุกมากในปาก แต่เพราะขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากทั้งการกวนแป้งและกดเส้น ทำให้ร้านขนมไทยส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ทำขาย
4. ขนมพระพาย
ขนมมงคลที่มักใช้ในพิธีแต่งงานสมัยก่อน ตัวขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำสมุนไพรสีสวยๆ ห่อไส้ถั่วเขียวกวนรสหวานนำไปนึ่งจนแป้งใสเหนียวนุ่ม แล้วราดด้วยกะทิสดข้นๆ รสชาติจะหนึบหนับคล้ายโมจิของญี่ปุ่น
แต่มีความหอมแบบไทยๆ ชื่อของขนมสื่อถึงความร่มเย็นเป็นสุขเหมือนสายลม ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยขนมชนิดอื่นที่ทำง่ายกว่าไปอย่างน่าเสียดาย
5. ขนมส้มปันนี (สัมปันนี)
ขนมไทยที่มีความหมายกินใจว่า อันเป็นที่รัก เป็นขนมแห้งที่ทำจากแป้งมันสำปะหลังคั่วจนสุก ผสมกับน้ำกะทิและน้ำตาลกวนจนเข้ากันแล้วนำไปกดใส่พิมพ์เป็นรูปดอกไม้สวยงาม จุดเด่นคือความรู้สึก ละลายในปาก
พร้อมกลิ่นหอมของควันเทียนและกะทิที่อบอวลไปทั่ว เป็นขนมที่มีความละเอียดอ่อนสูงมาก ใครที่ได้ทานจะรู้สึกถึงความใส่ใจของคนทำแบบเต็มๆ
ความน่าเสียดายคือขนมเหล่านี้มักจะทำเก็บไว้ได้ไม่นาน และต้องการฝีมือการทำแบบ Handmade ล้วนๆ ทำให้ในอนาคตอันใกล้มันอาจจะเหลือเพียงแค่ชื่อในตำราอาหารเท่านั้น
แหล่งที่มา
ฐานข้อมูลขนมไทยและอาหารว่างโบราณ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม)
บทวิเคราะห์การอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านไทย (สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล)
สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
เขียนโดย rollwithus
สำรวจรายได้และค่าตัวนักร้องไทย ปี 2025-2026 ใครอยู่กลุ่มท็อป
สัญลักษณ์ "ปลา" ท้ายรถ มันคืออะไร แล้วติดไว้ทำไม?
ทำไมเพลงเก่าๆ เมื่อ 15-20 ปีที่แล้ว พอกลับไปฟังอีกครั้งยังเพราะเหมือนเดิม
ข้าราชการ 5 กลุ่มนี้ ใครได้เงินเดือนมากกว่ากัน
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/6/69
ไรเดอร์หื่น! ตั้งกล้องแอบถ่าย นร.หญิง ตอนเผลอ..หลายคนหวั่นใจกลัวเอาไปโพสต์ลงโซเชียล
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 1 มิถุนายน 69..ซื้อหวย รวยไม่ไหวแล้ว!!
“คาปิบารา” เจ้าแห่งความชิล! สัตว์ฟันแทะยักษ์ที่ครองใจชาวเน็ตทั่วโลก
"มิตซูบิชิ มอเตอร์" ประกาศการกลับมาผลิต รถยนต์รุ่นปาเจโร่อีกครั้ง!!
แนวทางเลขเด็ด "ทักษามหาเฮง" งวด 1 มิ.ย.69 มีทั้งเลขเด่น เลขรอง และเลขท้าย 2 ตัว
7 ประโยชน์ของมะขามป้อม
5 อาชีพที่เกษียณแล้วเงินเดือนมากที่สุดในประเทศไทย
จริงหรือไม่!! แปรงสีฟัน ยิ่งแพงยิ่งดี
มนุษย์สายพันธุ์อื่นหายไปจากโลก
ประเทศที่นิยมใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดในโลก
5 อาชีพที่เกษียณแล้วเงินเดือนมากที่สุดในประเทศไทย
สัญลักษณ์ "ปลา" ท้ายรถ มันคืออะไร แล้วติดไว้ทำไม?
นาขั้นบันไดสวยในไทย บ้านป่าบงเปียงและจุดชมวิวภาคเหนือที่น่าไปสักครั้ง







