โรงภาพยนตร์ในประเทศไทยยุคแรกเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร
ก่อนมีโรงหนังแบบวันนี้ คนไทยยุคแรกดูภาพยนตร์กันอย่างไร
ก่อนที่โรงภาพยนตร์จะกลายเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมอย่างทุกวันนี้ การชมภาพยนตร์ในประเทศไทยเคยเป็นเรื่องใหม่และน่าตื่นเต้นอย่างมาก เพราะคนไทยในเวลานั้นยังไม่คุ้นเคยกับภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏอยู่บนจอ
จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กำหนดให้วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2440 เป็นวันกำเนิดภาพยนตร์ในประเทศไทย จากหลักฐานในหนังสือพิมพ์บางกอกไตมส์ที่ประกาศการฉายภาพยนตร์เก็บค่าเข้าชม ณ โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ ใกล้ประตูสามยอด นับเป็นหลักฐานการฉายภาพยนตร์ต่อสาธารณชนที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบในปัจจุบัน
ในช่วงแรกจึงยังไม่ได้มีโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่แบบที่เรารู้จักในปัจจุบัน แต่ภาพยนตร์ค่อย ๆ เข้ามาเป็นมหรสพรูปแบบใหม่ ก่อนจะพัฒนาไปสู่ธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่เป็นระบบมากขึ้น
ภาพเคลื่อนไหวกลายเป็นของแปลกใหม่
ในยุคนั้น ความบันเทิงของคนไทยส่วนใหญ่ยังเกี่ยวข้องกับการแสดงสด เช่น ละคร โขน หนัง และการละเล่นต่าง ๆ
เมื่อภาพเคลื่อนไหวถูกนำเข้ามา ผู้ชมจึงได้พบกับสิ่งที่แตกต่างจากการแสดงบนเวที เพราะเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้บนฟิล์มสามารถนำกลับมาฉายซ้ำให้ผู้ชมจำนวนมากดูได้อีกครั้ง
ความแปลกใหม่นี้ทำให้ภาพยนตร์ค่อย ๆ ได้รับความสนใจ และกลายเป็นมหรสพอีกชนิดหนึ่งของสังคมไทย
จากการฉายชั่วคราวสู่โรงภาพยนตร์
ในช่วงแรก การฉายภาพยนตร์ยังอาศัยสถานที่ที่สามารถรองรับผู้ชมได้ ก่อนที่ความนิยมจะนำไปสู่การสร้างอาคารซึ่งออกแบบสำหรับการฉายภาพยนตร์โดยเฉพาะ
ตัวอย่างสำคัญที่ยังหลงเหลือมาถึงปัจจุบันคือ ศาลาเฉลิมธานี หรือโรงหนังนางเลิ้ง ซึ่งเปิดฉายภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2461 และหอภาพยนตร์ระบุว่าเป็นอาคารโรงภาพยนตร์เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยที่ยังคงอยู่
โรงภาพยนตร์ยุคแรกจึงไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมระบบเสียง จอขนาดใหญ่ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างที่เราคุ้นเคย แต่ค่อย ๆ พัฒนาจากมหรสพชนิดใหม่ไปสู่กิจการโรงภาพยนตร์เต็มรูปแบบ
หนังเงียบไม่ได้หมายความว่าโรงหนังเงียบ
ภาพยนตร์ยุคแรกจำนวนมากเป็น ภาพยนตร์เงียบ หมายความว่าฟิล์มยังไม่มีเสียงพูดและเสียงประกอบที่บันทึกมาพร้อมภาพ
แต่บรรยากาศภายในโรงไม่ได้เงียบตามชื่อ เพราะระหว่างการฉายอาจมีการบรรเลงดนตรีสดประกอบ ตัวอย่างเช่นศาลาเฉลิมธานีในยุคหนังเงียบมีวงดนตรีบรรเลงประกอบการฉาย
ผู้ชมในเวลานั้นจึงไม่ได้เพียงนั่งมองภาพบนจอ แต่ประสบการณ์การดูหนังยังผูกเข้ากับเสียงดนตรีและบรรยากาศภายในโรงด้วย
โรงหนังกลายเป็นความบันเทิงของคนเมือง
เมื่อกิจการภาพยนตร์เติบโต โรงหนังก็ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ
หลักฐานจากช่วงทศวรรษ 2460 ยังแสดงให้เห็นถึงโปรแกรมฉายภาพยนตร์ของโรงต่าง ๆ รวมถึงโรงหนังนางเลิ้ง ขณะที่สยามภาพยนตร์บริษัทมีเครือข่ายโรงภาพยนตร์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แสดงให้เห็นว่าธุรกิจการชมภาพยนตร์ในเวลานั้นพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นของแปลกใหม่แล้ว
การไปดูหนังจึงไม่ได้มีความหมายเพียงการชมภาพบนจอ แต่ยังเป็นกิจกรรมทางสังคม เป็นพื้นที่นัดพบและใช้เวลาว่างร่วมกัน ซึ่งแนวคิดนี้ยังคงอยู่กับโรงภาพยนตร์มาจนถึงปัจจุบัน
ไทยเริ่มมีบทบาทในการสร้างภาพยนตร์
เมื่อคนไทยคุ้นเคยกับเทคโนโลยีภาพยนตร์มากขึ้น การถ่ายทำภาพยนตร์ในสยามก็เริ่มเกิดขึ้นตามมา
หอภาพยนตร์ระบุว่า กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ ทรงถ่ายภาพยนตร์ในสยามตั้งแต่ พ.ศ. 2443 เป็นอย่างน้อย และทรงเป็นชาวสยามรายแรกที่จัดฉายภาพยนตร์เผยแพร่สู่สาธารณชน
ต่อมาใน พ.ศ. 2465 ยังมีการตั้งกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง เพื่อผลิตภาพยนตร์ข่าว สารคดี และภาพยนตร์เผยแพร่กิจการต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์เริ่มมีบทบาทมากกว่าความบันเทิงเพียงอย่างเดียว
จากโรงหนังในอดีตสู่โรงภาพยนตร์ยุคใหม่
เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป โรงภาพยนตร์ก็เปลี่ยนตาม
จากภาพยนตร์เงียบและฟิล์มขาวดำ พัฒนามาสู่ภาพสี ระบบเสียง จอขนาดใหญ่ และการฉายแบบดิจิทัล
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมคือแนวคิดพื้นฐานของโรงภาพยนตร์ นั่นคือการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนมานั่งชมเรื่องราวบนจอร่วมกัน
จากวันที่ภาพเคลื่อนไหวเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับผู้ชมชาวสยามใน พ.ศ. 2440 จนถึงวันที่การเดินเข้าโรงหนังกลายเป็นกิจกรรมธรรมดา เรื่องราวของโรงภาพยนตร์ยุคแรกจึงสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างหนึ่งสามารถค่อย ๆ เปลี่ยนรูปแบบความบันเทิงและวิถีชีวิตของผู้คนได้มากเพียงใด
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) — นิทรรศการปฐมกาลภาพยนตร์ในสยาม
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) — Sala Chalermthani: The oldest surviving movie theatre in Thailand
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) — ภาพยนตร์สยาม นิตยสารภาพยนตร์เล่มแรกของไทย
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) — ข้อมูลประวัติกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจและกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว
REFERENCES:
https://www.fapot.or.th/main/news/824
https://www.fapot.or.th/main/information/article2/view/160
https://www.fapot.or.th/main/information/article/view/260
https://www.fapot.or.th/main/sculpture
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69
เทียบ 5 สำนักงวด 1 ต.ค. 69 เลขไหนซ้ำกัน? 3-5-8 โผล่หลายโพย
กรุงเทพฯ เคยน้ำท่วมนาน 4 เดือน! ย้อนรอยมหาอุทกภัยปี 2526
ไขความลับยีราฟ: ทำไมลิ้นต้องยาวครึ่งเมตรและมีสีน้ำเงินเข้ม?
นอนน้ำลายไหลไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่ไม่ได้แปลว่าหลับลึก — จริง ๆ แล้วเกิดจากอะไร?
โอกาส 1 ในล้านที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มันยากขนาดไหนกัน?
รางวัลที่ 1 เลขไหนที่ไม่ค่อยโผล่มา? ดูสถิติ 478 งวดแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงไม่ถูกสักที
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
โรงเรียนกวดวิชายุค 90s หายไปไหน ทำไมสยามไม่เหมือนเดิม
ไม่ใช่แค่ภาพการเกษตรธรรมดา! เปิดลายแทงของดีเมืองนนท์ ตีเลขหน้าสลากฯ งวด 1 ตุลาคมนี้
ปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เลข 56-08-69 เปิดอีกชั้น 95 จากวันออกรางวัล
Google Earth เช็กได้ไหมว่าบ้านเราอยู่ในแอ่ง? ดู Elevation Profile ได้ แต่ห้ามใช้แทนแผนที่น้ำท่วม
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
เจ็บแต่จริง! ความรักเปลี่ยนความจริงไม่ได้ หยุดเอาหัวใจไปเสี่ยงกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
ไม่ใช่ญาติ แล้วทำไมคนไทยเรียกกันว่า “พี่ ป้า น้า อา”? คำเรียกญาติกำลังทำอะไรกับระยะห่างของคน
ทำไมถุงขยะเต็มแล้วดึงออกจากถังยาก ทั้งที่ยกข้างนอกได้สบาย? ตัวการไม่ได้มีแค่น้ำหนัก
กรุงเทพฯ เคยน้ำท่วมนาน 4 เดือน! ย้อนรอยมหาอุทกภัยปี 2526