สัมผัสลี้ลับ ชวนขนลุกสยองที่ "วัดพุทไธสวรรค์"
แสงแดดในยามบ่ายคล้อยทอดยาวลงมาบนลานอิฐเก่าๆ ของวัดพุทไธสวรรค์ จ.อยุธยา กลุ่มเพื่อนห้าคนที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ก็เพิ่งลงจากรถด้วยเสียงหัวเราะลั่นด้วยความคึกคักจากการเดินทางไกล
“ที่นี่โคตรขลังเลยว่ะ” ตั้มพูดพลางพร้อมกับยกกล้องขึ้นมาถ่ายเจดีย์สูงที่ตั้งเด่นสง่าตรงหน้า
“ขลังหรือร้อนกันแน่” เมย์บ่น พลางพัดหน้าตัวเองไปด้วย
พวกเขากำลังเดินชมรอบวัดแห่งนี้ ถ่ายรูปและหยอกล้อกันตามประสาเพื่อน แต่หนึ่งคนในนั้นอย่าง นนท์ กลับดูเงียบกว่าปกติ เขามองไปรอบๆ บริเวณดังกล่าว เหมือนกำลังจะฟังอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่ได้ยิน
“เป็นไรวะ?” บอลสะกิดถาม
“เปล่า…เหมือนได้ยินเสียงใครเรียก” นนท์ตอบเบาๆ
ทุกคนพากันหัวเราะ คิดว่าเป็นมุกหลอนเล่นๆ ขำๆ แต่พอแดดเริ่มอ่อนลงเท่านั้น บรรยากาศรอบวัดก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่าแปลกประหลาด มีลมเย็นพัดผ่านทั้งที่อากาศยังร้อนอยู่
ขณะเดินไปด้านหลังเจดีย์ นนท์ถึงกับหยุดกึก
“ได้ยินอีกแล้ว…” เขาบ่นพึมพำ
“เลิกหลอนแล้วเดินไปต่อเหอะ” เมย์พูด แต่เสียงเธอเริ่มสั่นเล็กน้อย
ทันใดนั้น นนท์เหมือนกำลังถูกอะไรบางอย่างดึงดูดเอาไว้ เขาเดินแยกออกไปทางซากกำแพงเก่าๆ ทั้งๆ ที่คนอื่นยังไม่ทันห้าม ไม่ให้ไป
“นนท์! เดี๋ยวก่อน!” เพื่อนๆ รีบตาม
เมื่อพวกเขาไปถึงสถานที่แห่งนั้น กลับเห็นนนท์ยืนหันหลังนิ่งๆ อยู่หน้าช่องกำแพงมืดๆ ตามลำพัง
“มึงยืนทำอะไร?” ตั้มถาม
นนท์ค่อยๆ หันหลังกลับมา สีหน้าของเขาดูซีดเผือด ดวงตาเหมือนกำลังมองทะลุผ่านทุกคนไป
“เขายืนอยู่ตรงนั้น…” นนท์ชี้ไปที่ความว่างเปล่า
ทุกคนมองตามไปที่ที่นนท์ชี้ แต่กลับไม่มีอะไรเลย
“ใคร?” บอลถามเสียงเบา
“ผู้ชาย…ใส่ชุดโบราณ…เขา…ไม่มีหน้า…”
สิ้นคำพูดไม่นาน ก็มีลมแรงพัดวูบ เสียงเหมือนมีคนเดินลากเท้าดังมาจากทางด้านหลัง ทุกคนรีบหันขวับ แต่ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
เมย์เริ่มร้องไห้ “กลับกันเถอะพวกเรา ฉันไม่โอเคแล้วนะ”
แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะขยับ ก็มีเสียงแหบแห้งดังมาใกล้หูนนท์
“ช่วย…ข้า…”
นนท์ถึงกับสะดุ้งทันที แล้วล้มลงกับพื้น เพื่อนๆ รีบเข้าไปช่วยประคอง
“นนท์! นนท์! เป็นอะไร!”
เขาหายใจแรงขึ้น ก่อนจะพูดอย่างเสียงสั่นเครือ “เขาบอกว่า…ถูกทิ้งไว้ที่นี่…ไม่มีใครจำเขาได้…”
บรรยากาศรอบตัวดูเงียบกริบไปทันตา เหมือนเวลากำลังจะหยุดเดิน
ทันใดนั้น ก็มีเสียงระฆังวัดดังขึ้นเองทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ใกล้บริเวณนั้นเลย
ก้อง…ก้อง…ก้อง…
“ไป! พวกเรารีบไปเดี๋ยวนี้!” ตั้มตะโกน
พวกเขาช่วยกันพยุงนนท์วิ่งออกจากบริเวณนั้น โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย
เมื่อทั้งหมดขึ้นรถได้ ทุกคนต่างพากันเงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไรกันสักพักใหญ่
สุดท้าย บอลหันกลับไปถามเบาๆ
“เมื่อกี้…มึงเห็นจริงๆ ใช่ไหม”
นนท์มองออกไปนอกหน้าต่างรถที่กำลังแล่นออกไปจากวัด ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า
“…เขายังยืนมองพวกเราอยู่ตรงนั้น”
หลังได้ยินดังนั้น ก็ไม่มีใครกล้าหันหลังกลับไปมองอีกเลย
และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่นนท์หลับตา เขามักจะได้ยินเสียงเดิมซ้ำๆ “อย่าลืมข้า…”
เขียนโดย Mac Casanova
ทำไมฝนชอบตกตอนเลิกงาน หรือเราแค่จำมันได้แม่นกว่าช่วงอื่น
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ปลูกมะนาวไว้กินเอง วิธีลดค่าครัวช่วงหน้าแล้ง เริ่มได้แม้มีพื้นที่น้อย
แฟชั่นแปลกที่คนยังใส่จริง จากยีนส์เอวซ้อนถึงสักลูกตา
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
จุดเริ่มต้นคาราบาว จากวงนักศึกษาในฟิลิปปินส์ สู่ตำนานเพลงเพื่อชีวิตไทย
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
นาซีเลอมักในสิงคโปร์อาจแพงขึ้น เมื่อราคาข้าวกดดันอาหารริมทาง
ผลไม้แพงระดับประมูล ทำไมเมล่อน 2 ลูกถึงขายได้หลายล้านบาท
มอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบ
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
7 มหาวิทยาลัยไทยพื้นที่กว้างระดับเมืองย่อม ที่ไม่ได้มีแค่อาคารเรียน
ไชโย เลิกโฉนดชุมชนเสียที
ทำเองก็ได้นะ :: ผัดดอกไม้กวาด หมูสับ
จุดเริ่มต้นคาราบาว จากวงนักศึกษาในฟิลิปปินส์ สู่ตำนานเพลงเพื่อชีวิตไทย
แฟชั่นแปลกที่คนยังใส่จริง จากยีนส์เอวซ้อนถึงสักลูกตา
นาซีเลอมักในสิงคโปร์อาจแพงขึ้น เมื่อราคาข้าวกดดันอาหารริมทาง




