8 อคติทางความคิดที่ส่งผลต่อประสบการณ์ของคุณ
ข่าวดีคือชีวิตของคุณอาจต่างจากที่คุณคิด แต่น่าเสียดายที่มีข่าวร้ายเช่นกัน แดเนียล คาห์เนแมน นักจิตวิทยาผู้ได้รับรางวัลโนเบลกล่าวว่า “ความมั่นใจที่ผู้คนมีต่อความเชื่อของตัวเองไม่ได้บ่งบอกว่าความเชื่อนั้นเป็นเรื่องจริง แต่บ่งบอกว่ามันสอดคล้องกับเรื่องราวทีความคิดของพวกเขาสร้างขึ้น
ทว่าเครื่องมือที่ความคิดใช้สร้างเรื่องราวไม่ได้มีเพียงประสบการณ์ ความหวัง ความปรารถนา และความกลัวของเรา แต่ยังมีอคติที่ขัดขวางไม่ให้เรามองความเป็นจริงอย่างเป็นกลาง ในแง่หนึ่ง ความเป็นจริงที่เรามีร่วมกันคือประสบการณ์ส่วนบุคคลล้วน ๆ คนที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้จะเชื่อว่าประสบการณ์ส่วนบุคคลของตัวเองคือการมองโลกอย่างเป็นกลาง สาเหตุที่คนเราอยู่ร่วมกันได้ยากไม่ใช่เพราะความบกพร่องทางสังคมที่มีอยู่เดิม แต่เป็นการขาดความเข้าใจเกี่ยวกับแง่มุมพื้นฐานที่สุดของตัวเองมีการศึกษาปรากฏการณ์นี้มาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ ซึ่งโดยทั่วไปเรียกกันว่า “สัจนิยมสามัญ (Naive realism)” หรือการสันนิษฐานว่าเรามองโลกตามความเป็นจริง และความรู้สึกของเราคือภาพแทนความเป็นจริงที่แม่นยำและเป็นกลาง นักจิตวิทยาชื่อเดวิด แมคเรนีย์ สรุปปรากฏการณ์ดังกล่าวไว้ดังนี้
“การวิจัยในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าความเชื่อของคุณและของผู้อื่นยังคงอ้างอิงจากสัจนิยมสามัญ คุณยังเชื่อว่าแม้ข้อมูลที่คุณได้รับจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่เมื่อคุณคิดและรู้สึกอะไรสักอย่างแล้ว ความคิดกับความรู้สึกนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือและสามารถคาดการณ์ได้ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าคุณไม่มีทางรับรู้ความเป็นจริงที่ “เป็นกลาง” หรือรู้ว่าความเป็นจริงที่คุณรับรู้ถูกจิตปรุงแต่งขึ้นมามากน้อยแค่ไหน เพราะคุณไม่เคยพบเจอสิ่งอื่นนอกจากข้อมูลที่ความคิดสร้างขึ้น ทุกสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับคุณล้วนเกิดขึ้นในหัวของคุณทั้งสิ้น"
แล้วบรรดาอคติที่ส่งผลกับเราอย่างรุนแรงมีอะไรบ้าง ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าแม้จะมีอคติจำนวนมากที่ระบุได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสร้างอคติอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาไม่ได้ อันที่จริงคนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะสร้างอคติขึ้นเอง แต่มีความเป็นไปได้ว่ามันเกิดจากการผสมผสานอคติต่อไปนี้เข้าด้วยกัน
01/ อคติจากการเชื่อว่าคนอื่นเป็นเหมือนตัวเอง (Projection)
เนื่องจากเราได้รับประสบการณ์ในโลกใบนี้ผ่านประสาทสัมผัสและความคิดของตัวเองเท่านั้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะยัดเยียดความชอบและการรับรู้ของตัวเองไปยังสิ่งที่เห็นและตีความตามนั้น พูดอีกอย่างก็คือ โลกใบนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่มันเป็น แต่เป็นอย่างที่เราเป็นต่างหาก เราประเมินเกินจริงว่าคนอื่นปกติธรรมดามากแค่ไหนโดยอิงจากความรู้สึก “แปลกแยก” และ “แตกต่าง”ของตัวเอง เรายังทึกทักเอาเองด้วยว่าคนอื่นคิดเหมือนที่เราคิด เพราะสิ่งเดียวที่เรารู้จักคือกระบวนการมองโลกและเสียงภายในหัวของเราเอง
02 อคติจากการคาดการณ์อนาคตจากชั่วขณะปัจจุบัน (Extrapolation)
เราคาดการณ์ว่าชั่วขณะปัจจุบันที่เราอยู่ในตอนนี้เป็นตัวแทนของภาพรวมทั้งชีวิต เราตั้งสมมุติฐานโดยอ้างอิงจาก “ความหมาย” ที่สถานการณ์ปัจจุบันมีต่อเราและเริ่มเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ จะเป็นอย่างที่มันเป็นตลอดไป นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเหตุการณ์เลวร้ายจึงดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่อาจข้ามผ่านไปได้ ในขณะที่ความสุขดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว (เมื่อเรากลัวว่าความสุขจะไม่คงอยู่ตลอดกาล เราก็จะสูญเสียมันไป และเมื่อเรากลัวว่าความโศกเศร้าจะคงอยู่ตลอดกาล เราก็จะสร้างมันขึ้นมา)
03 / อคติจากการปักใจเชื่อ (Anchoring)
ข้อมูลแรกที่เราได้รับมีอิทธิพลต่อเราอย่างมาก ตัวอย่างเช่น โลกทัศน์ของเรามีแนวโน้มที่จะพัฒนามาจากโลกทัศน์ของพ่อแม่ ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเราเชื่อจริง ๆในระหว่างการเจรจา คนที่ยื่นข้อเสนอก่อนจะเป็นฝ่ายสร้าง “ขอบเขตความเป็นไปได้” และถ้าเราได้ยินว่าคนสามคนที่ตีพิมพ์หนังสือได้รับค่าตอบแทนใกล้เคียงกัน เราก็จะเริ่มสันนิษฐานว่าตัวเองอาจได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่โดยพิจารณาจากข้อมูลอ้างอิงแรกที่ได้ยิน
04 / อคติจากการให้ความสนใจสิ่งเชิงลบมากกว่า (Negativity)
เราห้ามตัวเองไม่ให้มองอุบัติเหตุรถชนหรือสนใจข่าวร้ายก่อนไม่ได้ รู้ตัวอีกทีเราก็หมกมุ่นอยู่กับความพินาศและเรื่องราวดราม่าในชีวิตคนอื่นเสียแล้ว นี่ไม่ใช่เพราะเราเป็นพวกคลั่งไคล้สิ่งที่ไม่น่าอภิรมย์หรือชอบความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะเรามีความสามารถในการเลือกให้ความสนใจ ประกอบกับเรามองว่าข่าวเชิงลบมีความสำคัญและจริงจังมากกว่า มันจึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสนใจเป็นลำดับแรก อีกเหตุผลหนึ่งคือมันเกี่ยวข้องกับความลึกลับซับซ้อนด้วยเช่นกัน (เมื่อเราไม่รู้ว่าสิ่งเชิงลบเกิดขึ้นเพราะอะไร เราก็จะรู้สึกสนใจขึ้นมา)
05 / อคติจากการยึดติดข้อมูลเก่า ๆ (Conservatism)
อคติประเภทนี้เป็นพี่น้องกับ “อคติจากการปักใจเชื่อ” มันคือการเชื่อข้อมูลบางอย่างมากกว่าเพียงเพราะเราปักใจเชื่อเช่นนั้นมาตั้งแต่แรก พูดอีกอย่างก็คือ อคติจากการยึดติดข้อมูลเก่า ๆ คือความหวาดระแวงที่จะเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ แม้มันจะถูกต้องและเป็นประโยชน์มากกว่าก็ตาม
06 / อคติจากการเชื่อแบบผิด ๆ ว่าตัวเองมองเห็นแบบแผน (Clustering illusion)
อคติประเภทนี้เกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มมองเห็นแบบแผนในเหตุการณ์ที่ไร้ซึ่งแบบแผน เพราะจิตใต้สำนึกของเราตัดสินใจที่จะมองเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น เราเริ่มเห็นรถยนต์ที่อยากได้ปรากฏอยู่ทุกที่ หรือสังเกตเห็นทุกคนที่ใส่ชุดสีแดงในวันที่เราใส่ชุดสีแดง จิตใต้สำนึกของเราสร้างแบบแผนที่ดูไร้แบบแผนในสายตาของคนอื่น เพียงเพราะเรากำลังมีอคติในการเลือกรับข้อมูล
07/ อคติจากการเลือกรับข้อมูล (Confirmation)
นี่เป็นหนึ่งในอคติซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย มันเกิดขึ้นเมื่อเราเลือกฟังเฉพาะข้อมูลที่สนับสนุนหรือยืนยันความคิดที่เรามีอยู่ก่อนเกี่ยวกับไอเดียหรือปัญหาตรงหน้า นี่เป็นวิธีที่เราป้องกันไม่ให้จิตใจและโลกทัศน์ของตัวเองได้รับความเสียหาย ทั้งยังเป็นวิธีที่เรายืนยันคุณค่าของตัวเองด้วย
08 / อคติจากการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง (Choice-supportive)
เมื่อเราตั้งใจ “เลือก” บางสิ่ง เรามีแนวโน้มที่จะมองเห็นข้อดีของสิ่งนั้นมากกว่าและมองข้ามข้อบกพร่องไป เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่เราไม่ได้เลือกด้วยตัวเอง การมีอิสระที่จะเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองจึงสำคัญมาก เพราะมันจะส่งผลกับความเชื่อมโยงที่เรามีต่อสิ่งนั้นไปตลอด
5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลก
9 โรงเรียนที่เด็กสมัครล้นที่สุด รับน้อยแต่คนแย่งเพียบ
5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)
เจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทย
จังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯ
5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทย
เงินเดือนของพนักงานเก็บค่าผ่านทางทางด่วน
ถ้ำที่คนพื้นที่ก็ไม่อยากไป
ประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียว
นกเพนกวินชื่อดังของประเทศนอร์เวย์ ที่ถูกแต่งตั้งยศให้เป็นทหารชั้นนายพล
ประเทศที่“อากาศร้อนที่สุดในโลก”อุณหภูมิสูงกว่า 50°C
8 อาหารไทยรสจัด ที่“คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเริ่มกินน้อยลง”
นกเพนกวินชื่อดังของประเทศนอร์เวย์ ที่ถูกแต่งตั้งยศให้เป็นทหารชั้นนายพล
ขนลุก! ป้ายเตือนห้องน้ำจุดพักรถ "อย่าทิ้งผ้าอนามัย"
ประธานอาเซียนเรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวผู้ต้องขังและอองซานซูจี
10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วย
ประเทศที่"ทั้งประเทศอยู่บนภูเขา"
"กาแฟดำ"ไม่ได้มีดีแค่ทำให้ตื่น




