หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

3 วัดป่าที่สวยและน่าไปเยือนในภาคตะวันออก

เขียนโดย puypuy

3 วัดป่าที่สวยและน่าไปเยือนในภาคตะวันออก

หากพูดถึงวัดป่าในภาคตะวันออกที่มีทั้งความสวยงาม ความสงบร่มรื่น และมีชื่อเสียงด้านการปฏิบัติธรรม 3 แห่งที่น่าสนใจ ได้แก่

1. วัดบุญญาวาส จ.ชลบุรี

วัดป่ากรรมฐานในอำเภอบ่อทอง ท่ามกลางผืนป่าที่เงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสวดมนต์และปฏิบัติธรรม

ประวัติวัดป่าบุญญาวาส จ.ชลบุรี

วัดบุญญาวาส ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เป็นวัดป่าที่มีบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และเหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม โดยมีแนวทางการปฏิบัติสืบเนื่องจากสายกรรมฐานของ หลวงปู่ชา สุภัทโท

จุดเริ่มต้นของวัด

เรื่องราวของวัดบุญญาวาสเริ่มต้นขึ้นเมื่อ พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต เดินทางเข้ามายังพื้นที่แห่งนี้เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2533

ในช่วงแรก ท่านพักอยู่เพียงรูปเดียวและใช้เวลาปฏิบัติธรรมท่ามกลางผืนป่าอย่างสงบเป็นเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ครอบครัวของโยมสุวารีได้ถวายที่ดินประมาณ 200 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม พื้นที่แห่งนี้ยังคงรักษาสภาพป่าไว้เป็นส่วนใหญ่ จึงกลายเป็นทั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมและแหล่งธรรมชาติที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่

เมื่อมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น สถานที่แห่งนี้จึงค่อย ๆ พัฒนาจากที่พักสงฆ์เป็นสำนักสงฆ์ และต่อมาได้รับการจัดตั้งเป็นวัดในช่วงประมาณ พ.ศ. 2546-2547

วัดป่าท่ามกลางธรรมชาติ

จุดเด่นของวัดบุญญาวาสคือบรรยากาศที่เงียบสงบและร่มรื่น รายล้อมด้วยต้นไม้และผืนป่า เหมาะสำหรับการสวดมนต์ นั่งสมาธิ และเดินจงกรม

ภายในวัดมี พระอุโบสถ ที่ตกแต่งอย่างงดงาม รวมถึง พระบรมธาตุบุญญาวาสเจดีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของวัด

เสน่ห์ของวัดบุญญาวาส

วัดแห่งนี้โดดเด่นจากการผสมผสานระหว่าง ธรรมชาติ ความสงบ และแนวทางการปฏิบัติธรรม ทำให้ผู้ที่เดินทางมาที่นี่ได้สัมผัสบรรยากาศของวัดป่าอย่างแท้จริง

สรุป:
วัดบุญญาวาสเริ่มต้นจากสถานที่ปฏิบัติธรรมกลางผืนป่า ก่อนพัฒนามาเป็นวัดป่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี จุดเด่นคือความสงบ ร่มรื่น ธรรมชาติ และแนวทางการปฏิบัติธรรมสายกรรมฐาน

2. วัดป่าเขาล้อม จ.ฉะเชิงเทรา

วัดป่าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาในอำเภอท่าตะเกียบ บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่น

ประวัติวัดป่าเขาล้อม จ.ฉะเชิงเทรา

ท่ามกลางผืนป่าและขุนเขาของอำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีวัดป่าแห่งหนึ่งที่โดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติและพุทธศิลป์ นั่นคือ วัดป่าเขาล้อม ตั้งอยู่ในตำบลคลองตะเกรา เป็นวัดที่มีบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และเหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม

จุดเริ่มต้นของวัด

เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็น สำนักสงฆ์ และเป็นวัดสาขาของ วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย ซึ่งอยู่ในแนวทางการปฏิบัติของสายกรรมฐานที่เกี่ยวข้องกับ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

เมื่อชุมชนและพุทธศาสนิกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น วัดจึงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พระพุทธรูปไม้ตะเคียน จุดเด่นของวัด

สิ่งที่ทำให้วัดป่าเขาล้อมเป็นที่รู้จัก คือ พระพุทธรูปที่แกะสลักจากไม้ตะเคียนทอง

ไม้ตะเคียนส่วนหนึ่งถูกค้นพบใต้ดินในพื้นที่ระหว่างการก่อสร้าง เขื่อนสียัด บางส่วนพบอยู่ลึกหลายเมตร และมีสภาพเก่าแก่จนบางชิ้นมีลักษณะคล้ายไม้กลายเป็นหิน

ต่อมาไม้เหล่านี้ถูกนำมาถวายให้วัด และนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปหลายองค์ จนเกิดเป็นงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์

หนึ่งในองค์ที่โดดเด่นคือ หลวงพ่อพันปีศรีตะเคียนทอง พระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ มีความยาวประมาณ 10 เมตร

บรรยากาศท่ามกลางป่าและภูเขา

วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีภูเขาล้อมรอบ รายล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และป่าเบญจพรรณ ทำให้บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบและร่มรื่น

ผู้ที่เดินทางมาที่นี่สามารถสัมผัสทั้งความสงบของธรรมชาติและความงดงามของงานพุทธศิลป์ เหมาะสำหรับการสวดมนต์ นั่งสมาธิ และปฏิบัติธรรม

เสน่ห์ของวัดป่าเขาล้อม

วัดป่าเขาล้อมจึงไม่ได้มีเพียงความสวยงามของวัดป่าท่ามกลางขุนเขา แต่ยังมีเรื่องราวของ ไม้ตะเคียนเก่าแก่และพระพุทธรูปไม้แกะสลัก ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวัด

สรุป:
วัดป่าเขาล้อม จ.ฉะเชิงเทรา คือวัดป่าที่ผสมผสาน ธรรมชาติ ความสงบ และพุทธศิลป์ ได้อย่างลงตัว จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือพระพุทธรูปไม้ตะเคียน โดยเฉพาะหลวงพ่อพันปีศรีตะเคียนทอง พระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ที่มีเรื่องราวน่าสนใจอยู่เบื้องหลัง

3. วัดป่าคลองกุ้ง จ.จันทบุรี

วัดป่ากรรมฐานสำคัญของภาคตะวันออก มีความเกี่ยวข้องกับสายกรรมฐานของหลวงปู่มั่น และท่านพ่อลี ธมฺมธโร

ประวัติวัดป่าคลองกุ้ง จ.จันทบุรี

วัดป่าคลองกุ้ง ตั้งอยู่บนถนนท่าแฉลบ ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เป็นวัดป่าที่มีความสำคัญด้านการปฏิบัติกรรมฐาน และมีประวัติความเกี่ยวข้องกับ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

จุดเริ่มต้นของวัด

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2478 ท่านพ่อลี ธมฺมธโร เดินธุดงค์มายังจังหวัดจันทบุรี และเข้าพักปักกลดบริเวณ ป่าช้าคลองกุ้ง ซึ่งในเวลานั้นเป็นพื้นที่ป่าที่เงียบสงบและเหมาะสำหรับการภาวนา

ท่านพ่อลีได้แสดงธรรมและสอนการปฏิบัติกรรมฐานแก่ชาวบ้าน จนเกิดความศรัทธาและเลื่อมใส ต่อมาจึงมีการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และกลายมาเป็น วัดป่าคลองกุ้ง

วัดสำคัญในเส้นทางของท่านพ่อลี

วัดป่าคลองกุ้งมีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่แนวทางการปฏิบัติกรรมฐาน ท่านพ่อลีใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมและสั่งสอนพระภิกษุ สามเณร รวมถึงพุทธศาสนิกชน

วัดแห่งนี้จึงนับเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์สายกรรมฐานของภาคตะวันออก ก่อนที่ท่านพ่อลีจะเดินทางไปสร้าง วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ ในเวลาต่อมา

พระอุโบสถที่โดดเด่น

อีกหนึ่งจุดเด่นของวัดคือ พระอุโบสถขนาดใหญ่ ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยงดงาม ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาและกิจกรรมด้านการปฏิบัติธรรม

พระอุโบสถหลังปัจจุบันสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2549 และมีการประกอบพิธีปิดทองฝังลูกนิมิตและผูกพัทธสีบในเวลาต่อมา

วัดป่าท่ามกลางเมืองจันทบุรี

แม้ว่าวัดจะตั้งอยู่ในพื้นที่เมือง แต่ภายในยังคงมีต้นไม้ใหญ่และพื้นที่ร่มรื่น ทำให้บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การสวดมนต์ นั่งสมาธิ และเดินจงกรม

ปัจจุบันวัดยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและการปฏิบัติธรรมสำหรับประชาชนและผู้สนใจ

เสน่ห์ของวัดป่าคลองกุ้ง

จากจุดเริ่มต้นที่เคยเป็นเพียงป่าช้าอันเงียบสงบ วัดป่าคลองกุ้งได้พัฒนามาเป็นวัดป่าที่มีความสำคัญด้านกรรมฐานของจังหวัดจันทบุรี

สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้น่าสนใจคือการผสมผสานระหว่าง ประวัติศาสตร์สายกรรมฐาน ความสงบของธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา

สรุป:
วัดป่าคลองกุ้ง จ.จันทบุรี เป็นวัดป่าที่มีประวัติยาวนานและเกี่ยวข้องกับ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร ผู้บุกเบิกวัดในปี พ.ศ. 2478 จุดเด่นของวัดคือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สายกรรมฐาน พระอุโบสถที่งดงาม และบรรยากาศร่มรื่นใจกลางเมืองจันทบุรี

สรุป

ทั้ง 3 แห่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสงบของวัดป่า พร้อมชมความงดงามของธรรมชาติและพุทธศิลป์ในภาคตะวันออก

เนื้อหาโดย: puypuy
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
puypuy's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย puypuy
นักเขียนสาย Hot Topic และคอนเทนต์จัดอันดับ ถ่ายทอดเรื่องใกล้ตัวและประเด็นที่คนสนใจให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว พร้อมมุมมองที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: puypuy
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 69เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญเหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสนมาทำความรู้จัก“เอบิว”ผลไม้ทองคำ เนื้อเหลืองทอง รสหวานละมุนสนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลยAI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปีอย่าเพิ่งซื้อที่! ดูครุฑให้เป็น สิทธิไม่เหมือนกันแจกสูตร “ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด” เนื้อนุ่มเปื่อย รสกลมกล่อม หอมหวานอมเปรี้ยวแพท ณปภา ตันตระกูล คลอดลูกสาว “น้องเซญ่า” เรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดภาพแรกของครอบครัวทำไมหมาถึงไล่กัดคน ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งถูกไล่ และควรรับมืออย่างไรเจาะลึกวงจรชีวิตยุงลาย ตั้งแต่ไข่ ลูกน้ำ ตัวโม่ง จนถึงวันที่ต้องดูดเลือดรวมเลขดัง 16 ส.ค. 69: 7 ตัวเลขถูกพูดถึงซ้ำในกระแส — แผงขายดีจริงหรือแค่ดังในข่าว?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มาทำความรู้จัก“เอบิว”ผลไม้ทองคำ เนื้อเหลืองทอง รสหวานละมุน"กันตนา" เปิดตัว "พระเอก - นางเอก AI" คู่แรกของไทย..สร้างปรากฏการณ์การใหม่ในซีรี่ส์แนวตั้งการศึกษาไทยวัดผลมากเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับฟินแลนด์และสิงคโปร์ บทเรียนจากระบบสอบสองแบบทำไมหมาถึงไล่กัดคน ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งถูกไล่ และควรรับมืออย่างไรซูมลึกตอนจูบ เมื่อปุ่มบนลิ้นเสียดสีกันและจุลชีพนับล้านข้ามไปหาอีกคน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มาทำความรู้จัก“เอบิว”ผลไม้ทองคำ เนื้อเหลืองทอง รสหวานละมุนการศึกษาไทยวัดผลมากเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับฟินแลนด์และสิงคโปร์ บทเรียนจากระบบสอบสองแบบทำไมหมาถึงไล่กัดคน ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งถูกไล่ และควรรับมืออย่างไรเจาะลึกวงจรชีวิตยุงลาย ตั้งแต่ไข่ ลูกน้ำ ตัวโม่ง จนถึงวันที่ต้องดูดเลือด
ตั้งกระทู้ใหม่