นักวิทยาศาสตร์ พบสัญญาณชั้นเพชรขนาดใหญ่บนดาวพุธ
เขียนโดย dukedick
ดาวพุธอาจดูเหมือนดาวเคราะห์เล็ก ๆ ที่เราเคยท่องจำกันในห้องเรียนว่าอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด แต่เอาจริง ๆ นะ ดาวดวงนี้ยังมีอะไรให้มนุษย์งงได้อีกเยอะมาก มันเป็นดาวเคราะห์ลำดับแรกจากดวงอาทิตย์ มีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะ และเป็นดาวเคราะห์หินที่ต้องอยู่กับสภาพสุดขั้ว ทั้งร้อนจัดในด้านกลางวัน และหนาวจัดในด้านกลางคืน
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ดาวพุธไม่ได้เป็นแค่ “ก้อนหินร้อน ๆ ใกล้ดวงอาทิตย์” แล้วจบแค่นั้น โครงสร้างภายในของมันแปลกกว่าที่คิดมาก นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าดาวพุธมีแกนกลางโลหะขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับตัวดาว จนบางครั้งถูกมองเหมือนดาวเคราะห์ที่มีแกนโลหะใหญ่ แล้วมีเปลือกหินหุ้มอยู่ด้านนอกมากกว่าจะเป็นดาวหินธรรมดา
ประเด็นที่ทำให้ดาวพุธถูกพูดถึงอีกครั้ง มาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ปี 2024 ซึ่งเสนอว่า ลึกลงไปบริเวณรอยต่อระหว่างแกนกลางกับแมนเทิลของดาวพุธ อาจมี ชั้นเพชร ซ่อนอยู่ งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่ามนุษย์ไปเจอเพชรเป็นเม็ด ๆ บนผิวดาว แต่เป็นการเสนอจากข้อมูลด้านธรณีฟิสิกส์ แบบจำลอง และการทดลองแรงดันสูงในห้องทดลอง
ผมว่าเสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ตรงคำว่า “อาจมี” นี่แหละ เพราะมันทำให้เรื่องฟังดูตื่นเต้น แต่ยังต้องเล่าให้ตรง ดาวพุธเคยถูกยาน MESSENGER ของ NASA สำรวจ และพบหลักฐานว่าพื้นผิวของดาวมีคาร์บอนอยู่มาก ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกตีความว่าเกี่ยวข้องกับแกรไฟต์ หรือคาร์บอนในรูปแบบหนึ่งบนเปลือกดาว ข้อมูลชุดนี้กลายเป็นจุดตั้งต้นให้มีการตั้งคำถามว่า ถ้าดาวพุธมีคาร์บอนมาก แล้วในส่วนลึกที่มีแรงดันและความร้อนสูง คาร์บอนบางส่วนจะเปลี่ยนเป็นเพชรได้หรือไม่
ภาพที่หลายคนจินตนาการอาจเป็นดาวทั้งดวงเต็มไปด้วยอัญมณี แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก งานวิจัยเสนอว่าชั้นเพชรอาจอยู่ลึกใกล้รอยต่อระหว่างแกนกลางกับแมนเทิล ไม่ใช่บนพื้นผิวที่ยานหรือกล้องจะเห็นได้โดยตรง รายงานวิทยาศาสตร์บางแหล่งระบุว่าความหนาของชั้นดังกล่าวอาจอยู่ในระดับหลายกิโลเมตร และมีการพูดถึงค่าประเมินสูงสุดราว 18 กิโลเมตร แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในกรอบของแบบจำลอง ไม่ใช่การยืนยันจากการเก็บตัวอย่างจริง
นักวิทยาศาสตร์พยายามทดสอบแนวคิดนี้ด้วยการจำลองสภาพภายในดาวพุธในห้องทดลอง พวกเขาใช้แรงดันสูงมากและอุณหภูมิระดับสูง เพื่อดูว่าคาร์บอนภายใต้สภาพใกล้เคียงกับส่วนลึกของดาวพุธจะเปลี่ยนสถานะได้อย่างไร ผลที่ได้ชี้ว่า ภายใต้เงื่อนไขบางแบบ คาร์บอนสามารถอยู่ในรูปเพชรได้ และอาจเกิดการสะสมเป็นชั้นเมื่อแกนกลางของดาวค่อย ๆ เย็นตัวลง
จริง ๆ แล้วคำว่า ชั้นเพชรบนดาวพุธ ฟังดูเหมือนข่าวชวนฝันมาก แต่ถ้าจะเล่าแบบไม่หลอกคนอ่าน ต้องบอกให้ชัดว่าเพชรเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายแบบเหมืองเพชรบนโลก มันอาจอยู่ลึกลงไปหลายร้อยกิโลเมตร ในพื้นที่ที่ร้อน แรงดันสูง และแทบไม่มีทางเข้าถึงได้ด้วยเทคโนโลยีตอนนี้ ต่อให้มีอยู่จริง ก็ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะบินไปขุดกลับมาได้ง่าย ๆ
เรื่องนี้ยังโยงไปถึงคำถามใหญ่กว่าแค่ดาวพุธ เพราะถ้าดาวเคราะห์หินขนาดเล็กใกล้ดวงอาทิตย์สามารถมีชั้นคาร์บอนลึกที่เปลี่ยนเป็นเพชรได้จริง นักวิทยาศาสตร์อาจต้องมองดาวเคราะห์หินดวงอื่นด้วยสายตาใหม่ โดยเฉพาะดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีองค์ประกอบคล้ายกัน หรือมีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบสูงกว่าโลก
ความหวังในการเข้าใจดาวพุธมากขึ้นต้องฝากไว้กับภารกิจ BepiColombo ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ภารกิจนี้ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2018 และประกอบด้วยยานโคจร 2 ลำ คือ Mercury Planetary Orbiter ของ ESA และ Mio หรือ Mercury Magnetospheric Orbiter ของ JAXA
BepiColombo ไม่ได้ถูกส่งไปเพื่อขุดหาเพชร แต่ข้อมูลจากยานอาจช่วยตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับดาวพุธได้มากขึ้น ทั้งสนามแม่เหล็ก สนามแรงโน้มถ่วง พื้นผิว และโครงสร้างภายในของดาว ข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยให้แบบจำลองเรื่องชั้นเพชรถูกทดสอบหนักขึ้น ว่ามันเป็นไปได้แค่ไหน และเกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการของดาวพุธอย่างไร
ผมว่าข่าวนี้ควรเล่าให้สนุกได้ แต่ต้องไม่เล่าเกินจริง เพราะเส้นแบ่งระหว่าง “วิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น” กับ “พาดหัวขายฝัน” มันบางมาก ดาวพุธอาจมีชั้นเพชรซ่อนอยู่จริง หรือแบบจำลองในอนาคตอาจถูกปรับใหม่เมื่อมีข้อมูลเพิ่มขึ้นก็ได้ จุดนี้แหละที่ทำให้วิทยาศาสตร์ยังมีชีวิต ไม่ใช่คำตอบตายตัวที่พูดครั้งเดียวแล้วจบ
ดาวพุธจึงไม่ใช่แค่ดาวเคราะห์เล็กใกล้ดวงอาทิตย์ แต่เป็นเหมือนห้องทดลองธรรมชาติที่เก็บความลับของระบบสุริยะยุคแรกไว้ลึกมาก ใต้พื้นผิวที่ดูแห้งแล้งและเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาต อาจมีเรื่องของคาร์บอน แกนโลหะ และแรงดันมหาศาลกำลังเล่าอดีตของดาวทั้งดวงอยู่เงียบ ๆ คำถามคือ ถ้าวันหนึ่งเรารู้จักดาวพุธดีขึ้นจริง ๆ มันจะยังเหลือความลับอะไรให้เราประหลาดใจอีกบ้าง
แหล่งที่มา: Nature Communications, ESA, JAXA, Phys.org
อ้างอิง:
Nature Communications: A diamond-bearing core-mantle boundary on Mercury
Phys.org: Modeling study proposes a diamond layer at Mercury’s core-mantle boundary
JAXA: BepiColombo Mercury Exploration Mission
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
พบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติ
จังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯ
5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)
9 โรงเรียนที่เด็กสมัครล้นที่สุด รับน้อยแต่คนแย่งเพียบ
5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทย
5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลก
เจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทย
เงินเดือนของพนักงานเก็บค่าผ่านทางทางด่วน
ประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียว
ถ้ำที่คนพื้นที่ก็ไม่อยากไป
ประเทศที่“อากาศร้อนที่สุดในโลก”อุณหภูมิสูงกว่า 50°C
เปิดโพยของกินตลาดนัดไทย เมนูไหนขายง่าย คนซื้อซ้ำบ่อยกว่าที่คิด
เปิดโพยของกินตลาดนัดไทย เมนูไหนขายง่าย คนซื้อซ้ำบ่อยกว่าที่คิด
จีบผู้ชายไม่ติดเพราะ “หน้าตาธรรมดา” ? บทเรียนรักข้างเดียวที่ทำให้หลายคนต้องคิดใหม่เรื่องความสวย
เปิดรายชื่อ 15 จังหวัดไทย ที่ชาวต่างชาติกำลังปักหมุดลงทุน
จังหวัดอันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่ปลูกและส่งออกลิ้นจี่มากที่สุด
5 อันดับตลาดนัด ยอดฮิตของคนไทย
เผยความลับใต้กล้องจุลทรรศน์ของ “ดาวทะเลค้างคาว” ภาพเล็กจิ๋วที่ทำให้เราเห็นความมหัศจรรย์ของชีวิตอีกมุมหนึ่ง
มิลค์กี้ซี : ปรากฏการณ์ทะเลเรืองแสงสีขาวน้ำนม ความลึกลับกลางมหาสมุทรที่นักวิทยาศาสตร์ยังตามหา
เปิดโพยของกินตลาดนัดไทย เมนูไหนขายง่าย คนซื้อซ้ำบ่อยกว่าที่คิด
ล้อหิน 700 ปีแห่งอินเดีย ทำไมคนโบราณถึงสลักไว้รอบวิหารสุริยเทพ?”
