ก่อนมีไฟแดง-เหลือง-เขียว สัญญาณจราจรแรกของโลกหน้าตาแบบไหน

หากถามว่าใครคือผู้บุกเบิกสัญญาณไฟจราจรยุคแรกของโลก ชื่อของ จอห์น พีค ไนท์ (John Peake Knight) วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญระบบสัญญาณรถไฟชาวอังกฤษ มักถูกกล่าวถึงเป็นคนแรก ๆ โดยสัญญาณจราจรที่เขาออกแบบถูกติดตั้งใกล้อาคารรัฐสภาในกรุงลอนดอนเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 1868
สัญญาณในยุคนั้นยังไม่ใช่ไฟแดง-เหลือง-เขียวแบบที่เราเห็นทุกวันนี้ แต่ใช้ แขนสัญญาณแบบ Semaphore สำหรับช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนใช้ตะเกียงแก๊สสีแดงและสีเขียว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ควบคุม
อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ใช้งานได้ไม่นาน เพราะไม่ถึงหนึ่งเดือนต่อมาเกิดการระเบิดจากระบบแก๊ส ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมได้รับบาดเจ็บรุนแรง โครงการสัญญาณแบบใช้แก๊สจึงถูกยกเลิกไป
บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไฟจราจร
จอห์น พีค ไนท์ (John Peake Knight)
เป็นผู้เสนอแนวคิดนำระบบสัญญาณที่ใช้กับทางรถไฟมาประยุกต์ควบคุมการจราจรบนถนนในลอนดอนเมื่อปี ค.ศ. 1868 ระบบของเขาใช้แขน Semaphore ร่วมกับตะเกียงแก๊สสีแดงและสีเขียวในเวลากลางคืน ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการใช้สัญญาณควบคุมการจราจรบนถนน
เลสเตอร์ ไวร์ (Lester Wire)
เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองซอลต์เลกซิตี รัฐยูทาห์ เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกสัญญาณจราจรระบบไฟฟ้า โดยในปี ค.ศ. 1912 เขาพัฒนาสัญญาณไฟสีแดงและสีเขียวที่ใช้พลังงานจากสายไฟของรถราง และสามารถควบคุมจากข้างถนนได้
วิลเลียม พอตต์ส (William Potts)
เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองดีทรอยต์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสัญญาณจราจรให้ใกล้เคียงกับแบบที่เราใช้ในปัจจุบัน ในปี ค.ศ. 1920 เขาสร้างสัญญาณไฟแบบ สามสีและสี่ทิศทาง โดยเพิ่มไฟสีเหลืองหรือสีอำพันเข้ามาระหว่างแดงกับเขียว เพื่อเป็นสัญญาณเตือนก่อนเปลี่ยนจังหวะไฟ ระบบสามสีต่อมากลายเป็นมาตรฐานที่แพร่หลาย
การ์เรตต์ มอร์แกน (Garrett A. Morgan)
นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันได้รับสิทธิบัตรสหรัฐฯ สำหรับสัญญาณจราจรแบบ สามตำแหน่ง เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1923 จุดสำคัญของระบบคือการเพิ่มช่วงที่หยุดการจราจรทุกทิศทางชั่วคราว ก่อนอนุญาตให้รถอีกทิศหนึ่งเคลื่อนที่ ช่วยให้รถที่ยังค้างอยู่ในทางแยกมีเวลาออกจากพื้นที่
จุดนี้ต่างจากความเข้าใจที่พบได้บ่อย เพราะสิทธิบัตรของมอร์แกน ไม่ได้เป็นไฟแดง-เหลือง-เขียวอัตโนมัติแบบปัจจุบัน แต่เป็นระบบ Semaphore ที่มีตำแหน่ง Stop, Go และหยุดทุกทิศทาง ส่วนระบบไฟสามสีได้รับการพัฒนาขึ้นก่อนหน้านั้นโดยวิลเลียม พอตต์ส
ดังนั้น หากจะเล่าประวัติของไฟจราจรให้ครบถ้วน อาจไม่สามารถยกเครดิตให้บุคคลเพียงคนเดียวได้ เพราะระบบที่เราใช้ทุกวันนี้เกิดจากการพัฒนาต่อเนื่องหลายช่วงเวลา ตั้งแต่สัญญาณ Semaphore และตะเกียงแก๊สของ John Peake Knight ไปจนถึงระบบไฟฟ้าของ Lester Wire ระบบสามสีของ William Potts และสัญญาณสามตำแหน่งที่ Garrett Morgan นำไปจดสิทธิบัตรในเวลาต่อมา
ที่มา: REFERENCES:
https://www.smithsonianmag.com/smart-news/chaotic-traffic-from-horse-drawn-carriages-inspired-the-worlds-first-traffic-lights-180985558/
https://connect.udot.utah.gov/2016/09/02/happy-birthday-lester-wire/
https://www.thehenryford.org/collections/explore/artifact/227457
https://highways.dot.gov/highway-history/general-highway-history/safer-stop-and-go-garrett-morgans-traffic-signal-legacy
เลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!
เตรียมใจ… คำที่เรามักลืม จนกระทั่งเหตุการณ์ในชีวิต ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
ตำนานจุดทศนิยมของผักโขมเกิดขึ้นจริงหรือไม่
แครอทจิ๋วในถุงทำมาจากอะไร
5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพง
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
รีวิวหนังดัง RUSH HOUR 3 คู่ใหญ่ฟัดเต็มสปีด 3
ตำนานจุดทศนิยมของผักโขมเกิดขึ้นจริงหรือไม่
แครอทจิ๋วในถุงทำมาจากอะไร
ทำไมองุ่นผ่าครึ่งในไมโครเวฟจึงเกิดประกายพลาสมา
น้ำตาลทรายแดงดีต่อสุขภาพกว่าน้ำตาลขาวจริงหรือ
สนามบินที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากที่สุดในประเทศไทย
กว่าจะเป็น 1 กระทู้บน Postjung ผมทำอะไรบ้าง? หลังบ้านตั้งแต่หาเรื่องจนตามผลหลังโพสต์
ทำไมองุ่นผ่าครึ่งในไมโครเวฟจึงเกิดประกายพลาสมา
เปิด 5 ประเทศที่กินข้าวน้อยที่สุดในโลก คนที่นั่นกินอะไรแทนข้าว?
จิตวิทยาของคนชอบเปิดเพลงเดิมซ้ำๆ เป็นร้อยรอบ: สมองกำลังใช้มันเป็นยารักษาแผลใจอยู่หรือเปล่า?
เปิดปริศนา 2,600 ปี! “มาดีเอส” (Madyes) ราชาไร้ตัวตน ผู้เคยปกครองเอเชีย หรือเป็นแค่เรื่องแต่งของประวัติศาสตร์?