5 สายงานที่คนตกงานมากที่สุดในไทย (อิงเทรนด์ตลาดแรงงานจริง)

ตลาดแรงงานไทยไม่ได้เปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ หลายงานที่เคยดูมั่นคง เริ่มถูกบีบให้ใช้คนน้อยลง เพราะเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และ AI เข้ามาทำงานบางส่วนแทนคนได้จริง ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติช่วงปลายปี 2568 ระบุว่า ไทยยังมีผู้มีงานทำราว 39.7 ล้านคน และกำลังแรงงานรวมมากกว่า 40 ล้านคน แต่โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ว่ามีงานหรือไม่มีงานแล้ว มันคือ “งานแบบไหนกำลังถูกลดความสำคัญลง”
ผมว่าเรื่องนี้ต้องพูดกันตรง ๆ เพราะคำว่า “ตกงาน” ในปี 2026 ไม่ได้แปลว่าบริษัทปิดแล้วคนโดนเลิกจ้างอย่างเดียว หลายครั้งมันมาในรูปแบบไม่รับคนเพิ่ม ไม่ต่อสัญญา ลดกะ ลดโอที หรือย้ายงานเดิมไปให้ระบบทำแทน คนที่อยู่ในสายงานซ้ำ ๆ จึงต้องระวังมากกว่ายุคก่อน
สายงานแรกคือ งานเอกสาร งานธุรการ และงานคีย์ข้อมูล กลุ่มนี้เสี่ยงชัด เพราะเป็นงานที่มีรูปแบบตายตัว ทำซ้ำทุกวัน และตรวจสอบด้วยระบบได้ง่าย หลายองค์กรเริ่มใช้ซอฟต์แวร์จัดการเอกสาร ระบบ OCR ระบบบัญชีออนไลน์ และ AI ช่วยสรุปข้อมูล ทำให้ตำแหน่งที่เคยต้องใช้คนจำนวนมากค่อย ๆ ถูกลดบทบาทลง
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ งานออฟฟิศไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป แค่ได้นั่งโต๊ะ ใช้คอมพิวเตอร์ หรือทำงานเอกสาร ไม่ได้แปลว่าจะรอดจากเทคโนโลยีเสมอ รายงาน Future of Jobs 2025 ของ World Economic Forum ชี้ว่า นายจ้างจำนวนมากมองว่า AI และการประมวลผลข้อมูลจะเป็นแรงเปลี่ยนธุรกิจสูงมากภายในปี 2030 โดยมีตัวเลขถึง 86% ที่มองเทรนด์นี้เป็นปัจจัยสำคัญ ส่วนหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติก็ถูกมองว่าเป็นแรงเปลี่ยนงานเช่นกันที่ 58%
สายงานต่อมาคือ พนักงานบริการลูกค้าระดับพื้นฐาน โดยเฉพาะ Call Center ที่ตอบคำถามซ้ำ ๆ เช่น เช็กยอด แจ้งสถานะสินค้า รับเรื่องทั่วไป หรือแนะนำขั้นตอนพื้นฐาน ปัจจุบันแชทบอทและระบบตอบกลับอัตโนมัติทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แถมตอบคำถามมาตรฐานได้เร็วกว่าเดิม ทำให้หลายบริษัทไม่จำเป็นต้องเพิ่มคนในสัดส่วนเท่าเดิม
เอาจริง ๆ นะ งานบริการลูกค้าไม่ได้หายหมด แต่คนที่ทำได้แค่ตอบตามสคริปต์จะอยู่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ตำแหน่งที่ยังไปต่อได้คือคนที่แก้ปัญหาซับซ้อน รับมืออารมณ์ลูกค้าได้ดี และสื่อสารแบบที่ระบบยังแทนไม่ได้ งานแบบนี้ยังมีค่า แต่ต้องอัปเกรดจาก “คนรับสาย” เป็น “คนแก้ปัญหา”
อีกกลุ่มที่น่าห่วงคือ แรงงานภาคการผลิตและพนักงานโรงงานบางประเภท โดยเฉพาะงานสายพาน งานประกอบชิ้นส่วน งานตรวจนับ งานแพ็กสินค้า หรืองานที่ใช้ขั้นตอนเดิมซ้ำ ๆ โรงงานจำนวนไม่น้อยเริ่มลงทุนกับเครื่องจักร หุ่นยนต์ และระบบควบคุมการผลิต เพื่อลดต้นทุนระยะยาวและลดความผิดพลาดจากแรงงานคน
ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าโรงงานจะไม่จ้างคนแล้ว แต่รูปแบบคนที่โรงงานต้องการกำลังเปลี่ยน จากแรงงานที่ทำตามคำสั่งอย่างเดียว ไปสู่คนที่ดูแลเครื่องจักร อ่านค่าระบบ ซ่อมบำรุงเบื้องต้น หรือเข้าใจงานควบคุมคุณภาพได้มากขึ้น ใครยังอยู่กับทักษะเดิมแบบไม่ขยับเลย จะถูกกดดันหนักกว่าเดิม
สายงานที่สี่คือ พนักงานขายหน้าร้านและแคชเชียร์บางส่วน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคย้ายไปออนไลน์มากขึ้น ร้านค้าปลีกจำนวนมากใช้ระบบสั่งซื้อผ่านแอป ตู้ชำระเงินอัตโนมัติ ระบบสแกนสินค้าเอง และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเข้ามาช่วยขายแทนหน้าร้านบางส่วน งานขายจึงไม่ได้หายไป แต่ “จำนวนคนที่ต้องยืนประจำจุดขาย” อาจไม่เท่าเดิม
ผมมองว่าสายงานขายยังรอดได้ ถ้าคนขายไม่ได้ทำหน้าที่แค่เฝ้าร้านหรือคิดเงิน แต่ต้องเป็นคนแนะนำสินค้า ปิดการขายผ่านออนไลน์ ทำคอนเทนต์สั้น ๆ หรือดูแลลูกค้าหลังการขายได้ด้วย ยุคนี้คนขายที่มีทักษะดิจิทัลจะต่างจากคนขายที่รอให้ลูกค้าเดินเข้าร้านแบบเห็นได้ชัด
สายงานสุดท้ายคือ งานคลังสินค้าและขนส่งระดับปฏิบัติการบางส่วน โดยเฉพาะงานหยิบของ แพ็กของ ตรวจสต็อก หรือจัดเส้นทางแบบพื้นฐาน ภาคโลจิสติกส์ยังโตตามการซื้อขายออนไลน์ก็จริง แต่คลังสินค้าสมัยใหม่เริ่มใช้ระบบจัดการสต็อกอัตโนมัติ เครื่องสแกน บาร์โค้ด หุ่นยนต์เคลื่อนย้ายสินค้า และซอฟต์แวร์วางแผนขนส่งมากขึ้น
จุดที่ต้องแยกให้ออกคือ งานโลจิสติกส์ไม่ได้แย่ทั้งหมด ตรงกันข้าม บางตำแหน่งยังโตดีมาก แต่ตำแหน่งที่ใช้แรงอย่างเดียวและไม่ต้องตัดสินใจมาก จะถูกเทคโนโลยีบีบก่อน คนที่เข้าใจระบบคลังสินค้า ใช้โปรแกรมจัดการออเดอร์ได้ หรือวิเคราะห์เส้นทางขนส่งเป็น จะมีโอกาสมากกว่าคนที่ทำได้แค่งานซ้ำ ๆ
ภาพรวมของ 5 สายงานนี้มีจุดร่วมเหมือนกัน คือเป็นงานที่ทำซ้ำได้ ใช้กฎตายตัว และระบบเรียนรู้แทนได้ง่าย รายงานตลาดแรงงานของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เคยชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดแรงงานปี 2025 เป็นต้นไปต้องการการ Reskill และ Upskill มากขึ้น โดยเฉพาะทักษะด้าน AI, Big Data และ Cybersecurity ขณะที่ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสาร ยังเป็นสิ่งที่เครื่องจักรแทนได้ยาก
จริง ๆ แล้ว ข่าวดีคือ คนไม่ได้แพ้เทคโนโลยีทุกคน คนที่แพ้ก่อนมักเป็นคนที่หยุดอยู่กับงานแบบเดิมนานเกินไป ถ้าเริ่มเติมทักษะใหม่ เช่น ใช้เครื่องมือดิจิทัลเป็น อ่านข้อมูลพื้นฐานได้ สื่อสารดีขึ้น หรือย้ายจากงานทำซ้ำไปสู่งานที่ต้องใช้การตัดสินใจ โอกาสรอดในตลาดแรงงานยังมีอยู่มาก
แหล่งข้อมูลที่ใช้ประกอบ ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งรายงานภาวะการทำงานของประชากรช่วงปลายปี 2568 ว่าประเทศไทยมีผู้มีงานทำราว 39.7 ล้านคน และ World Economic Forum ที่ระบุว่าเทคโนโลยี AI การประมวลผลข้อมูล และระบบอัตโนมัติจะเป็นแรงเปลี่ยนงานสำคัญภายในปี 2030
มารู้จัก "สับปะรดบ้านคา" ราชบุรี ผลไม้รสเลิศแห่งขุนเขา หวานฉ่ำ หอมอร่อย จนต้องลองสักครั้ง
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
ปาฏิหาริย์ชายผ้าถุงแม่
อิกัวนาทะเล ต้นแบบก็อตซิลล่าแห่งกาลาปากอส สิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียวที่พิชิตมหาสมุทร
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ดื่มน้ำผลมากๆ อาจเพิ่มความเสี่ยง "ไขมันพอกตับ" โดยไม่รู้ตัว
10 พันธุ์สุนัขที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากที่สุด น่ารัก ฉลาด และเป็นเพื่อนที่แสนซื่อสัตย์
เลขเด็ด "เจ้าพ่อปากแดง" งวด 1 สิงหาคม 2569 รวมเลขเด่น เลขรอง และเลขท้าย
ทำไมงานศพในอีสาน ห้ามอาหารที่เป็นเส้นเป็นเครือก่อนวันเผา?
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญ
คำว่า “น่ารักน่าชัง” คำชมสุดย้อนแย้ง เริ่มพูดกันมาตั้งแต่สมัยไหน?
ปาฏิหาริย์ชายผ้าถุงแม่
มารู้จัก "สับปะรดบ้านคา" ราชบุรี ผลไม้รสเลิศแห่งขุนเขา หวานฉ่ำ หอมอร่อย จนต้องลองสักครั้ง
ทำไมเนื้อวัวจึงเสิร์ฟแบบไม่สุกได้ แต่เนื้อหมูดิบกลับอันตรายกว่า?
อิกัวนาทะเล ต้นแบบก็อตซิลล่าแห่งกาลาปากอส สิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียวที่พิชิตมหาสมุทร
ทำไมงานศพในอีสาน ห้ามอาหารที่เป็นเส้นเป็นเครือก่อนวันเผา?
มารู้จัก "สับปะรดบ้านคา" ราชบุรี ผลไม้รสเลิศแห่งขุนเขา หวานฉ่ำ หอมอร่อย จนต้องลองสักครั้ง
ทำไมงานศพในอีสาน ห้ามอาหารที่เป็นเส้นเป็นเครือก่อนวันเผา?
งาดำ กับ งาขาว เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร? ควรเลือกกินแบบไหนดีกว่า
10 พันธุ์สุนัขที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากที่สุด น่ารัก ฉลาด และเป็นเพื่อนที่แสนซื่อสัตย์