10 มหาวิทยาลัยรัฐฯ ที่เก่าแก่สุดในไทย
เขียนโดย Mind Matter
มหาวิทยาลัยรัฐเก่าแก่ที่สุดสิบแห่งของประเทศไทยแต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวการก่อตั้งและพัฒนาที่สะท้อนถึงความพยายามในการขยายโอกาสทางการศึกษาระดับสูงให้กับสังคมไทยในแต่ละยุคสมัย โดยเริ่มต้นจากความต้องการพัฒนาบุคลากรเพื่อรับใช้ประเทศชาติในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ จนกระทั่งขยายไปสู่การกระจายการศึกษาออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโดยรวม การเล่าเรื่องราวของสถาบันเหล่านี้จึงเป็นการเดินทางผ่านกาลเวลาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจในการสร้างฐานความรู้ให้มั่นคงและยั่งยืน
มหาวิทยาลัยรัฐบาลที่เก่าแก่ที่สุด 10 แห่งในประเทศไทย
1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2460 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึงปี พ.ศ. 2442 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความรู้สำหรับงานราชการในยุคปฏิรูปประเทศ การพัฒนาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นำไปสู่การขยายหลักสูตรให้ครอบคลุมมากขึ้น
โดยในปี พ.ศ. 2453 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และย้ายสถานที่เรียนไปยังวังวินด์เซอร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2460 จึงได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเต็มรูปแบบเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเปิดสอนในสี่คณะหลัก ได้แก่ รัฐประศาสนศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และอักษรศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ ในช่วงแรกการเรียนการสอนเน้นระดับประกาศนียบัตรและเตรียมปริญญาเพื่อรองรับความต้องการบุคลากรในสังคมที่กำลังพัฒนา
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 บางส่วนของคณะนิติศาสตร์ถูกโอนย้ายไปยังสถาบันอื่นเพื่อปรับโครงสร้างการศึกษาให้สอดคล้องกับระบอบใหม่ และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มหาวิทยาลัยยังคงดำเนินการสอนต่อเนื่องแม้จะเผชิญความยากลำบาก หลังสงครามสงบลงในช่วงทศวรรษ 2490 เป็นต้นมา ได้มีการขยายคณะวิชาและปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2515 เมื่อได้รับการพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และในช่วงทศวรรษต่อ ๆ มา มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขยายวิทยาเขตและเปิดหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาเพิ่มเติม จนกลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่ครอบคลุมหลากหลายสาขาและมีส่วนร่วมในการวิจัยระดับชาติอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีที่ผ่านมา
2. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งเมื่อ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 ในชื่อเดิมคือมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เพื่อให้การศึกษากฎหมายและรัฐศาสตร์ โดยเปิดรับนักศึกษาจากหลากหลายอาชีพและพื้นเพโดยไม่จำกัดเพียงผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายเท่านั้น เป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย ทำให้ในปีแรกมีผู้สมัครถึงกว่า 7,000 คน และดำเนินการในลักษณะตลาดวิชาที่เน้นความยืดหยุ่น หลักสูตรแรก ๆ ครอบคลุมธรรมศาสตรบัณฑิตและการบัญชี โดยใช้สถานที่เดิมของโรงเรียนกฎหมายที่เชิงสะพานผ่านพิพิธพลีลา ต่อมาในปี พ.ศ. 2478 ได้ย้ายไปยังพื้นที่ท่าพระจันทร์
จัดตั้งโรงเรียนเตรียมปริญญาในปี พ.ศ. 2481 เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้สนใจเรียนต่อระดับสูง และในปี พ.ศ. 2490 หลังเหตุการณ์ทางการเมืองบางประการ ชื่อมหาวิทยาลัยถูกปรับให้เหลือเพียงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจากผู้ประศาสน์การเป็นอธิการบดี และปรับหลักสูตรให้เน้นนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชีมากขึ้น ซึ่งต่อมาได้ขยายสู่หลากหลายสาขาปัจจุบันมีคณะหลากหลายตั้งแต่แพทย์ศาสตร์ไปจนถึงศิลปกรรม
3. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาปนา 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 จากการรวมวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขนกับโรงเรียนวนศาสตร์ที่แพร่ โดยเดิมย้อนไปถึงโรงเรียนช่างไหมใน พ.ศ. 2447 สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเปลี่ยนเป็นโรงเรียนการเพาะปลูกและรวมกับโรงเรียนแผนที่กรมคลอง ช่วงแรกเปิด 4 คณะคือเกษตร วนศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เพื่อพัฒนาการเกษตรไทย พ.ศ. 2495 ขยายคณะสัตวแพทยศาสตร์ และ พ.ศ. 2502 เปิดวิทยาเขตกำแพงแสน พัฒนาต่อเนื่องจน พ.ศ. 2531 รับพระราชทานพระนามาภิไธย "เกษตรศาสตร์" ปัจจุบันเป็นผู้นำด้านเกษตรและชีววิทยา ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่และงานวิจัยที่ช่วยเกษตรกรทั่วประเทศ
4. มหาวิทยาลัยมหิดล สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 ในชื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ซึ่งมีรากฐานยาวนานย้อนไปถึงปี พ.ศ. 2433 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนแพทยากรที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อผลิตแพทย์แผนใหม่ให้กับประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2460 โรงเรียนนี้ถูกโอนไปเป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับการพัฒนาด้วยความช่วยเหลือจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ การแยกออกมาเป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในปี พ.ศ. 2486 เกิดขึ้นเพื่อให้การศึกษาด้านแพทยศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้องมีความเป็นอิสระมากขึ้น โดยรวมคณะทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์เข้ามาด้วย
ในปี พ.ศ. 2512 ได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นเกียรติแด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้บุกเบิกการแพทย์แผนใหม่ การพัฒนาในช่วงต่อมา รวมถึงการขยายวิทยาเขตศาลายาและการเปิดสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่น ๆ ทำให้สถาบันแห่งนี้กลายเป็นผู้นำด้านการแพทย์ การวิจัย และบริการสุขภาพระดับชาติ โดยมีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดหลายทศวรรษ
5. มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาปนา 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 จากโรงเรียนประณีตศิลปกรรมที่ ศ.ศิลป์ พีระศรี ชาวอิตาเลียนก่อตั้งใน พ.ศ. 2476 ที่วังท่าพระ เริ่มสอนจิตรกรรมประติมากรรมฟรีให้ข้าราชการ พ.ศ. 2478 รวมโรงเรียนนาฏยดุริยางคศาสตร์และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนศิลปากร พ.ศ. 2498 เปิดคณะสถาปัตยกรรมไทยและโบราณคดี พ.ศ. 2509 เปิดคณะมัณฑนศิลป์ และขยายไปนครปฐม พ.ศ. 2511 คณะอักษรศาสตร์ พ.ศ. 2513 คณะศึกษาศาสตร์ พ.ศ. 2515 คณะวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2529 คณะเภสัชศาสตร์ ปัจจุบันสถาบันแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมที่ครอบคลุมหลายวิทยาเขตและสาขาวิชา
6. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคเหนือ สถาปนา 21 มกราคม พ.ศ. 2507 ตามพระราชบัญญัติ โดยเริ่มเตรียมการตั้งแต่ พ.ศ. 2504 ที่เรือนเดิมเชิงดอยสุเทพ ในฐานะมหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาคภาคเหนือ ตามนโยบายการกระจายการศึกษาออกสู่ภูมิภาคในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเรียนครั้งแรก 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 ด้วย 3 คณะมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ นักศึกษารุ่นแรกเดินทางด้วยขบวนรถไฟ พ.ศ. 2510 เปิดคณะแพทย์ พ.ศ. 2512 คณะเกษตร พ.ศ. 2518 คณะวิศวกรรมศาสตร์ พัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยครบวงจร เน้นงานวิจัยล้านนาและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันได้ขยายคณะวิชาและเปิดหลักสูตรบัณฑิตศึกษาเพิ่มเติม จนกลายเป็นศูนย์กลางวิชาการที่ครอบคลุมวิทยาศาสตร์สุขภาพ เกษตรศาสตร์ และสังคมศาสตร์ในภาคเหนือ
7. มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาปนาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2509 ภายใต้ชื่อเดิมมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อตอบสนองความต้องการพัฒนาภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเผชิญกับความยากจนและความแห้งแล้ง โดยเริ่มจากสถาบันเทคโนโลยีขอนแก่นในปี พ.ศ. 2505 และเปิดสอนในสามคณะแรก ได้แก่ เกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์-อักษรศาสตร์ หลังจากนั้นในช่วงทศวรรษ 2510 ได้ขยายไปสู่คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น แพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมทั้งสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์เพื่อรองรับการเรียนการสอนและบริการชุมชน การพัฒนาในช่วงต่อเนื่องรวมถึงการเพิ่มคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ทำให้สถาบันแห่งนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของภาคอีสาน
8. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า สถาปนาเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2509 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการบริหารประเทศ โดยเริ่มจากการโอนงานจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ งานฝึกอบรมของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาจัดตั้งเป็นสถาบันบัณฑิตศึกษาที่เน้นหลักสูตรปริญญาโทและเอกด้านการบริหาร การพัฒนา และสถิติประยุกต์ การช่วยเหลือจากมูลนิธิฟอร์ดและสถาบันอเมริกันช่วยให้สถาบันแห่งนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงแรกเน้นการผลิตนักบริหารระดับสูงเพื่อสนับสนุนการพัฒนาชาติ และต่อมาในปี พ.ศ. 2562 ได้เปลี่ยนเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการศึกษา
9. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาปนาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2511 เดิมชื่อมหาวิทยาลัยภาคใต้ เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ตามแผนพัฒนาภูมิภาค โดยเริ่มก่อสร้างที่พัทลุงและหาดใหญ่ และได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อเป็นเกียรติแด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก การเปิดสอนครั้งแรกในปี พ.ศ. 2511 เริ่มด้วยคณะวิศวกรรมศาสตร์และศึกษาศาสตร์ ตามด้วยการขยายไปยังคณะอื่น ๆ ในวิทยาเขตหลายแห่งทั่วภาคใต้ การพัฒนาเน้นการวิจัยและบริการวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาภูมิภาค โดยเฉพาะด้านการแพทย์ การเกษตร และการท่องเที่ยว
10. มหาวิทยาลัยรามคำแหง สถาปนาเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ในฐานะมหาวิทยาลัยเปิด เพื่อขยายโอกาสการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้กับประชาชนจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าเรียนแบบปกติได้ โดยเปิดรับนักศึกษาจากทุกวัยและพื้นเพโดยไม่ต้องสอบเข้า และใช้ระบบการสอนผ่านเอกสารและการสอบปลายภาค การจัดตั้งครั้งนี้ตอบสนองความต้องการการศึกษาที่เท่าเทียมในยุคที่ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อมาได้พัฒนาไปสู่การใช้เทคโนโลยีการศึกษาที่ทันสมัยมากขึ้น จนกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญา
การก่อตั้งและพัฒนาของมหาวิทยาลัยรัฐเก่าแก่ทั้งสิบแห่งเหล่านี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำในแต่ละยุคที่มุ่งสร้างสังคมที่มีความรู้และความสามารถในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การสร้างบุคลากรสำหรับราชการในยุคต้น ไปจนถึงการกระจายโอกาสสู่ภูมิภาคและการเน้นการวิจัยเพื่ออนาคต แต่ละสถาบันได้ปรับตัวตามบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา และยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลิตบัณฑิตและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยในปัจจุบันและอนาคตต่อไป
หวยลาว 10/6/69 โค้งสุดท้าย! สรุปเลขดังจากกระแสโซเชียล เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดวันนี้
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
สติกเกอร์ LINE 50 ดอลลาร์ไต้หวัน ทำคู่รักทะเลาะ สิ่งที่ซ่อนอยู่ไม่ใช่แค่เงิน
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"
กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
งานพิธีหรือเทศกาลทางศาสนา ที่มีจำนวนผู้ร่วมงานมากที่สุดในโลก
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
สกุลเงินประจำชาติที่ไร้ค่าที่สุดจนกลายเป็นตำนาน
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
