หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"สายยงยศ" เครื่องหมายฝ่ายเสนาธิการทางทหาร


เขียนโดย tantai

การกำเนิดของ “สายยงยศ” มีที่มาจาก จักรพรรดินโปเลียน ยอดขุนพลของฝรั่งเศส ในห้วงพุทธศตวรรษที่ ๒๔ ที่ได้คิดค้นขึ้นมาจากเชือกผูกม้าของนายทหารคนสนิทที่ใช้คล้องแขนในขณะขี่ม้า และจากนั้นได้ให้นายทหารคนสนิทเริ่มแต่งเครื่องหมายในการตรวจพลสวนสนามก่อน ซึ่งต่อมาได้นำมาใช้เป็นเครื่องประดับของนายทหารฝ่ายเสนาธิการด้วย โดยให้เพิ่มปลายข้างหนึ่งเป็นตุ้มทองเข้าไป เพื่อเป็นอนุสรณ์ของดินสอผูกเชือกล่ามไว้กับกระเป๋า ป้องกันการตกหายที่นายทหารเหล่านั้นชอบใช้โดยทั่วไป


สืบเนื่องจาก จักรพรรดินโปเลียนมีความพิถีพิถันในเรื่องการแต่งกายของทหารมากพอๆ กับการฝึกหัด จึงตั้งใจจะให้นายทหารฝ่ายเสนาธิการเหล่านั้นมีกำลังใจในการปฏิบัติงาน จึงกลายเป็นที่มาของ "สายยงยศ" โดยฝ่ายเสนาธิการจะเป็นสายไหมทองหรือไหมเหลือง ถัก ๑ เส้น สายเกลี้ยง ๑ เส้น กับตุ้มโลหะสีเหลืองทอง ๑ ตุ้ม ประกอบชุดเครื่องแบบปกติ สำหรับไหมทองจะให้ใช้เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ครึ่งยศ และเครื่องแบบสโมสร แต่หากเป็นเครื่องแบบปกติชนิดลำลองเสื้อเชิ้ตให้ใช้สายยงยศไหมเหลืองเกลี้ยง ทำเป็นบ่วงรวบปลายไว้ใต้อินทรธนูขวา และบ่วงคล้องดุมอกเสื้อเหมือนเดิม ซึ่งใช้ได้มาจนถึงปัจจุบันนี้

ในส่วนของเหล่าทัพอื่นๆ นั้นก็มีการประดับสายยงยศเช่นเดียวกัน โดยเทียบเคียงกับกองทัพบก ทั้งตำแหน่งหน้าที่ วิธีการ และสีของสายยงยศที่แตกต่างกันไป แต่ให้ใช้กับฝ่ายเสนาธิการเหมือนกัน

กองทัพบกไทยเริ่มมีการใช้สายยงยศครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังปรากฏในพระราชกำหนดเครื่องแต่งตัวทหารราบ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๐ พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้นายทหารผู้ใหญ่ คือ ชั้นหัวหน้าพนักงานในกรมยุทธนาธิการ ใช้สายยงยศชนิดถัก ๑ เส้น เกลี้ยง ๑ เส้น ส่วนนายทหารองครักษ์ให้ใช้สายยงยศทองถักใหญ่ ๓ เส้น มิได้บ่งถึงสายยงยศ

สำหรับฝ่ายเสนาธิการในรัชกาลที่ ๖ นายทหารฝ่ายเสนาธิการจึงได้มีสายยงยศของตนเองขึ้นเป็นสายไหมสีเหลืองหรือไหมทองถัก ๑ เส้น เกลี้ยง ๑ เส้น กับตุ้มโลหะสีทอง ๑ ตุ้ม และสำหรับไหมทอง (ดิ้น) ให้ใช้เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ครึ่งยศ เครื่องแบบสโมสร (ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์) ไหมสีเหลือง ใช้กับเครื่องแบบปกติ ชุดคอแบะ ชุดขาว และมิได้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ คือ ประดับแถบ หากแต่งเครื่องแบบปกติชนิดลำลองเสื้อเชิ้ตแล้ว ใช้สายยงยศไหมเหลืองเกลี้ยง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๑ ได้มีการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้สายยงยศในพระราชกำหนดเครื่องแต่งตัวทหารบกว่า ให้ใช้สายถักได้เมื่อเวลาแต่งเต็มยศเท่านั้น ถ้าไม่แต่งเต็มยศให้ใช้แต่สายเกลี้ยงสอดแขนเข้าในวงเหมือนอย่างนายทหารคนสนิท

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีประกาศแก้ไขข้อความในพระราชกำหนดเครื่องแต่งตัวทหารบก พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่า นายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำกรมเสนาธิการ เรือประจำแผนกเสนาธิการ กองทัพ กองพล ซึ่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหมจะกำหนดให้มี "สายยงยศ" ให้มีเพิ่มขึ้นด้วย โดยให้ใช้สายยงยศเกลี้ยง ๑ เส้น ต้นสายรวมติดกับแผ่นผ้าบ่าซ้าย สอดแขนเข้าในวงสายนี้

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๔ ได้มีการแก้ไขพระราชกำหนดเครื่องแต่งตัวทหารบก โดยให้นายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำกรมเสนาธิการทหารบก หรือประจำแผนกเสนาธิการ กองทัพ กองพล อันมีความรู้และมีหน้าที่พิเศษ เรียกว่า นายทหารเสนาธิการ โดยกระทรวงกลาโหมได้มีคำสั่งให้ผู้ใดใช้สายยงยศนั้น ใช้สายยงยศ เกลี้ยง ๑ เส้น ทบต้นสายทั้ง ๒ ข้าง รวมติดกับแผ่นผ้าบ่าขวา มีห่วงที่ปลายสายคล้องที่ดุมคอเสื้อ

ในรัชกาลต่อมา นายทหารฝ่ายเสนาธิการจึงได้มีสายยงยศของตนเองขึ้นเป็นสายไหมสีเหลืองหรือไหมทอง ทำเป็นบ่วงรวบปลายไว้ใต้อินทรธนูเบื้องขวา แล้วคล้องเข้ากับกระดุมอกเสื้อเม็ดที่ ๑ สายยงยศแบบนี้ใช้ได้เรื่อยมาจนกระทั่งได้เกิดกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส จึงได้เปลี่ยนเป็นสีกากีแกมเขียว เพื่อให้เข้ากับเครื่องแบบสนาม ซึ่งจากนั้นไม่นานจึงได้เกิดสายยงยศฝ่ายเสนาธิการเป็นสายไหมทองหรือไหมเหลืองถัก ๑ เส้น สายเกลี้ยง ๑ เส้น กับตุ้มโลหะสีเหลืองทอง ๑ ตุ้ม (อนุสรณ์ของดินสอในสมัยก่อน)

สำหรับไหมทองให้ใช้เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ครึ่งยศ และเครื่องแบบสโมสร ต่อเมื่อแต่งเครื่องแบบปกติใช้ไหมสีเหลือง แต่หากเป็นเครื่องแบบปกติชนิดลำลองเสื้อเชิ้ตแล้ว ให้ใช้สายยงยศไหมเหลือเกลี้ยงทำเป็นบ่วงรวบปลายไว้ใต้อินทรธนูขวา และบ่วงคล้องดุมอกเสื้อเหมือนเดิม และคงใช้ได้มาจนถึงปัจจุบันนี้

เนื้อหาโดย: tantai
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
tantai's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 51 ครั้ง
เขียนโดย tantai
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปีสะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทยวิเคราะห์เลขตารางทักษาอาจาร์ออร่า งวดวันที่ 16 เมษายน 2569สถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยจังหวัดจับปลาหมึกได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทยเปิดเลขเด่นตำราท้าวเวสสุวรรณ...16 เมษายน 25695 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวายสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69"เมือง"ที่อากาศเย็นกำลังดีตลอดทั้งปีเปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อาการผีอำ คืออาการใดทางวิทยาศาสตร์เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุดมือขวาอ้าง "ฮุนเซน" เสียใจทำไทยสู้รบกัมพูชา ลั่น! ขอลดบทบาทแลกเปิดด่าน และขอแผ่นดินคืนสุขภาพดีเริ่มจากการเคี้ยว ทำไมการกินช้าจึงสำคัญกว่าที่คิดอย่าทิ้ง! 5 ผัก "ของแถม" หลังสั่งอาหาร เปลี่ยนเศษผักฟรี ให้เป็นสวนครัวหลังบ้าน 🥗ปีใหม่เขมร..คำสารภาพจากหัวใจของชาวกัมพูชา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน อากาศดี ค่าครองชีพถูกจังหวัดที่มีอำเภอน้อยสุดเพียง 3 อำเภอ หนึ่งเดียวในเขตภาคใต้ของไทย5 ประเทศแรกของโลก ที่ให้สิทธิ์ผู้หญิงสามารถเลือกตั้งได้เผย 5 เหตุผลที่ควรดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอน..เพื่อสุขภาพที่ดี
ตั้งกระทู้ใหม่