หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Chengdu J-7 "ของเลียนแบบราคาถูก"


เขียนโดย Thai Weapon Channel

ในยุคที่เครื่องบินรบยุคที่ 5 อย่าง J-20 หรือ F-35 ครองหน้าฟีดโซเชียลด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนหลุดมาจากหนังไซไฟ เป็น "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์บินได้" ที่เคลือบสารดูดซับเรดาร์และราคาแพงระยับระดับร้อยล้านดอลลาร์ ใครจะเชื่อครับว่าในสมรภูมิจริงตามแนวชายแดนแอฟริกา หรือตะวันออกกลาง เรายังเห็นเงาร่างของเครื่องบินหน้าตาโบราณลำหนึ่งบินว่อนอยู่ท่ามกลางความร้อนระอุ

มันคือ Chengdu J-7 ครับ ถ้ามองเผินๆ มันก็คือ "ท่อเงินติดปีกสามเหลี่ยม" ที่มีจมูกเหมือนปากอ้าค้างดูตลกๆ เหมือนเศษเหล็กยุคสงครามเย็นที่ควรจะสูญพันธุ์ไปนานแล้ว แต่เชื่อไหมว่าในปี 2024 นี้ เจ้าเครื่องบินที่หลายคนปรามาสว่าเป็นแค่ "ของก๊อปราคาถูก" จาก MiG-21 ของโซเวียต กลับยังคงประจำการอย่างแข็งแกร่ง นี่คือเรื่องราวของ "AK-47 แห่งท้องฟ้า" ที่ใช้ปรัชญา "ดีพอก็พอแล้ว" จนกลายเป็นตำนานที่ฆ่าไม่ตายและอายุยืนกว่าต้นฉบับเสียอีก!

จุดที่เกือบทำให้ "ก๊อปเกรด A" กลายเป็น "ขยะราคาแพง"

ย้อนกลับไปช่วงปี 1950-1960 ตอนนั้นโซเวียตกับจีนยังเป็นพี่เบิ้มคอมมิวนิสต์ที่รักกันดี โซเวียตยอมส่งมอบเทคโนโลยี MiG-21F-13 ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ล้ำที่สุดในตอนนั้นให้จีน แต่แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ Sino-Soviet Split หรือการแตกหักทางการเมืองครั้งใหญ่

ที่ปรึกษาโซเวียตถูกสั่งให้ถอนตัวทันที พิมพ์เขียวถูกเผาทิ้งในถังน้ำมัน ข้อมูลเทคนิคถูกขนกลับ ทิ้งให้วิศวกรจีนยืนงงในโรงงานที่ว่างเปล่าพร้อมกับเศษเสี้ยวของแบบแปลนที่ขาดๆ หายๆ โซเวียตสบประมาทไว้เลยว่า "ถ้าไม่มีข้า พวกแกก็ทำได้แค่เศษเหล็กบินไม่ได้"

แต่จีนไม่ยอมแพ้ นี่คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ Reverse Engineering ที่ดุเดือดที่สุด วิศวกรจีนต้องทำ "งานละเอียด" ระดับโมเลกุล พวกเขาถอดน็อตทุกตัวออกมาวิเคราะห์ แม้กระทั่ง "สกรูเพียงตัวเดียว" ก็ยังต้องเอาเข้าห้องแล็บเพื่อหาคำตอบว่าทำไมมันถึงไม่ละลายเวลาบินความเร็วเหนือเสียง พวกเขาต้องงมเข็มหา "สูตรลับ" ของโลหะผสมไทเทเนียมและวิธีการชุบแข็งที่โซเวียตไม่ได้บอกไว้

ในสภาพที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีเครื่องทำความร้อนในโรงงาน มีเพียง "ไม้บรรทัดคำนวณ" (Slide Rules) กับความอึดระดับยอดมนุษย์ จนในที่สุดเครื่องบินต้นแบบ ก็ถือกำเนิดขึ้น และเมื่อนักบินทดสอบ เร่งเครื่องทะยานขึ้นฟ้าในปี 1966 มันคือการประกาศว่าจีนได้ก้าวข้ามการเป็น "ลูกน้อง" สู่การพึ่งพาตนเองอย่างเต็มตัว

ทำไมความถูกและถึกคือคำตอบ?

ในขณะที่โลกตะวันตกพยายามสร้าง "เฟอร์รารี่แห่งท้องฟ้า" ที่ซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการบินสูงถึง 50,000 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง จีนกลับมองต่างออกไปครับ พวกเขาเลือกจะสร้าง "รถกระบะที่ไว้ใจได้"

ความง่ายคือหัวใจ J-7 ไม่ต้องใช้ห้องสะอาด (Clean Room) หรือวิศวกรจบด็อกเตอร์ฝูงใหญ่มาดูแล แค่มีเครื่องมือพื้นฐานกับความอดทนก็รักษามันให้บินได้แล้ว

ราคาที่จับต้องได้ ในยุค 80 ถ้าคุณจะซื้อเครื่องบินตะวันตกคุณต้องจ่าย 30 ล้านดอลลาร์ แต่ J-7 ราคาเพียง 5 ล้านดอลลาร์!

ไร้โซ่ตรวนทางการเมือง การซื้อเครื่องบินจากวอชิงตันหรือมอสโกมักมาพร้อมกับเงื่อนไขที่ต้อง "เลือกข้าง" แต่ J-7 คือการ "กระจายอำนาจทางอากาศ" (Democratization of Air Power) ให้กับประเทศเล็กๆ ที่อยากมีปีกไว้ปกป้องตัวเองโดยไม่ต้องยอมตัวเป็นทาสรับใช้ใคร

เมื่อศิษย์คิดล้างครู

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ J-7 เลิกเป็นแค่ "ของก๊อป" คือการพัฒนาในรุ่น J-7E เดิมที MiG-21 ถูกออกแบบมาเป็นเครื่องบินขับไล่สกัดกั้น (Point Defense Interceptor) เน้นวิ่งเร็วเป็นเส้นตรงไปสอยเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ ทำให้มันมีข้อเสียร้ายแรงคือ "ถังน้ำมันเท่าไฟแช็ก" (บินได้แป๊บเดียว) และ "เลี้ยวเหมือนอิฐบินได้" (วงเลี้ยวห่วยแตก)

วิศวกรจีนจึงจัดการผ่าตัดใหญ่ด้วยการออกแบบปีกใหม่เป็นแบบ Double Delta Wing หรือปีกสามเหลี่ยมคู่ โดยการ "หักมุม" ช่วงปลายปีกเพื่อให้กระแสอากาศหมุนวน (Vortices of Air) ไหลผ่านได้ดีขึ้น ผลที่ได้คือ

พื้นที่หน้าตัดปีกเพิ่มขึ้น 10% ทำให้เลี้ยวได้คมและนิ่งขึ้นอย่างกะคนละลำ

มีที่เก็บน้ำมันเพิ่มขึ้น แก้ปัญหา ที่เรื้อรังมาจากเครื่องยนต์ R11 Turbojet รุ่นเก่า

ติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์และกระจกหน้าแบบแผ่นเดียวที่มองเห็นได้กว้างขวาง

นี่คือการประกาศอิสรภาพทางเทคโนโลยี เพราะในขณะที่โซเวียตทิ้งโครงสร้างนี้ไปหาเครื่องบินที่แพงกว่า แต่จีนกลับรีดประสิทธิภาพจากเหล็กชิ้นเดิมจนแซงหน้าต้นฉบับไปไกล

ขวัญใจชาวโลกที่สาม

J-7 คือ "ตัวตึง" ในสมรภูมิจริงที่อึด ทนฝุ่น ทนร้อน และไม่เกรงใจใคร

สงครามอิหร่าน-อิรัก เป็นเคสสุดแปลกที่ทั้งสองฝ่ายต่างใช้ J-7 เข้าห่ำหั่นกันเอง เพราะมันพร้อมรบตลอดเวลาในสภาพอากาศที่โหดร้าย

โปรเจกต์ปากีสถาน (F-7P Skybolt) นี่คือ "ลูกผสม" ที่แสบสันที่สุด เพราะปากีสถานเอาโครงสร้างของจีนมาใส่ เรดาร์อิตาลี, เก้าอี้ดีดตัวของตะวันตก และมิสไซล์ Sidewinder ของอเมริกา กลายเป็นเครื่องบินไฮบริดราคาถูกแต่หมัดหนักที่คว่ำแผนคว่ำบาตรของมหาอำนาจได้แบบหน้าหงาย

กระดูกสันหลังของแอฟริกา ในไนจีเรีย ซูดาน หรือซิมบับเว J-7 คือเครื่องบินลำแรกที่ช่วยให้นักบินของพวกเขาทำความเร็วเหนือเสียงได้ และเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องอธิปไตยด้วยงบประมาณที่จำกัด

จากเครื่องบินรุ่นปู่สู่ "ผีดิบความเร็วเหนือเสียง"

แม้ในปัจจุบัน J-7 จะเริ่มปลดประจำการจากภารกิจขับไล่ แต่มันไม่ได้หายไปสุสานขยะครับ จีนนำมันมาเข้าโปรแกรม "ชุบตัว" กลายเป็น โดรนความเร็วเหนือเสียง 

ลองนึกภาพเครื่องบินรบที่ไม่มีนักบินนับร้อยลำ บินพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูงเพื่อ "หลอกล่อ" และดึงดูดกระสุนมิสไซล์ราคาแพงของศัตรูให้หมดคลัง นี่คือการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์การทหาร นอกจากนี้ J-7 ยังเป็น "โรงเรียน" หลังใหญ่ที่สร้างระบบซัพพลายเชนและวิศวกรที่ผลิต J-20 ในวันนี้ มรดกของมันจึงยังคงไหลเวียนอยู่ในเครื่องบินรบจีนทุกรุ่น

เรื่องราวของ J-7 คือบทเรียนราคาแพงที่สอนให้รู้ว่า ความอดทนและการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาคือหัวใจของความสำเร็จ จีนเริ่มต้นจากความล้มเหลวและคำดูถูกว่าทำได้แค่ "ก๊อปชาวบ้าน" แต่พวกเขากลับใช้ความพยายามระดับพลิกแผ่นดินเพื่อเรียนรู้ "จิตวิญญาณ" ของเครื่องบินลำนี้ จนสามารถเปลี่ยน "เศษเหล็ก" ให้กลายเป็น "อาวุธที่ครองใจโลก"

มันคือสะพานที่ส่งให้จีนก้าวข้ามจากการเป็น "รัฐลูกน้อง" สู่การเป็น "ผู้นำระดับโลก" และที่สำคัญที่สุด... มันคือการประกาศว่านับจากนี้ไป จีนจะไม่ยอมกลับไปเป็นผู้ตามหรือต้องทนใช้ "ของก๊อป" ของใครอีกต่อไปครับ!

ติดตามเนื้อหาอื่นได้ที่ Youtube "Thai Weapon Channel"

แปลโดย: Thai Weapon Channel
ที่มา: China's Fighter for the World Volume 1: The F-7/FT-7 Family: Origins, Evolution and Variants ป็นหนังสือชุดใหม่ในซีรีส์ Technology@War ที่เจาะลึกเรื่อง J-7 โดยเฉพาะ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการพัฒนาจาก MiG-21 ไปจนถึงการกลายเป็นเครื่องบินรบส่งออกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

China's Fighter for the World Volume 2: The F-7/FT-7 Family: Equipment & Service เน้นไปที่การใช้งานจริงในกองทัพประเทศต่างๆ ทั่วโลกและการติดตั้งอุปกรณ์สมัยใหม่ในช่วงหลัง

Chinese Aircraft: China's Aviation Industry Since 1951 หนังสือเล่มนี้เปรียบเหมือนสารานุกรมอากาศยานจีน มีเนื้อหาครอบคลุมเครื่องบินรบทุกรุ่นรวมถึง J-7 อย่างละเอียด พร้อมภาพถ่ายที่หาดูยากและข้อมูลทางเทคนิคที่ครบถ้วน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Thai Weapon Channel's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย Thai Weapon Channel
แปลและรวบรวมโดย: Thai Weapon Channel: นักเขียน สารคดีประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีการทหาร และผู้จัดทำเนื้อหาสารคดีประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีการทหารในช่อง Youtube Thai Weapon Channel
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุดสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่นประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลกเกาะที่ไม่มีรถยนต์มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลกกินของมันจัดช่วงอากาศร้อน เสี่ยงทำร่างกายรวนโรงแรมที่สวยงามหรูหราที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่กินไฟมากที่สุด5อันดับรายได้แรงงานไทยและค่าครองชีพที่ญี่ปุ่น5ภาษาที่คนไทยพูดมากที่สุดในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่