เปิดรายชื่อ 50 พืชอาหารจำเป็นยามสงคราม มีติดบ้านไว้ อย่างน้อยก็ไม่อดตาย
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับ “พืชอาหารสำหรับการเอาตัวรอดในภาวะสงครามโลก” อ่านแล้วต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ชวนให้คิดตามไม่น้อย เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เมื่อใดก็ตามที่เกิดสงครามใหญ่ สิ่งที่ได้รับผลกระทบก่อนเสมอคือเรื่องของอาหาร การขนส่ง และระบบการผลิตในประเทศ หลายครั้งถึงขั้นที่ผู้คนต้องปลูกอาหารกินเองเพื่อประคองชีวิตให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลายประเทศในยุโรปและอเมริกามีการรณรงค์ให้ประชาชนปลูกผักในสวนหลังบ้าน หรือที่เรียกว่า “Victory Garden” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของระบบอาหารของประเทศ แนวคิดนี้เองทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มตระหนักว่า หากวันหนึ่งโลกเกิดวิกฤตใหญ่ การมีพืชอาหารปลูกอยู่ในบ้านอาจกลายเป็นสิ่งสำคัญกว่าที่คิด
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า พืชที่เหมาะสำหรับปลูกไว้ในบ้านควรเป็นพืชที่ให้พลังงานสูง ปลูกง่าย โตเร็ว และเก็บรักษาได้นาน ตัวอย่างเช่นพืชหัวอย่างมันฝรั่ง มันเทศ และมันสำปะหลัง ซึ่งให้พลังงานสูงและสามารถเก็บไว้กินได้หลายเดือน รวมถึงพืชตระกูลถั่วอย่างถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง หรือถั่วแดง ที่ให้โปรตีนสูงและยังช่วยบำรุงดินไปในตัว
นอกจากนี้ยังมีพืชอาหารพื้นฐานอีกหลายชนิดที่เหมาะปลูกติดบ้านไว้ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ฟักทอง เผือก และมันต่าง ๆ ที่ถือเป็นแหล่งพลังงานหลักของมนุษย์มาตั้งแต่โบราณ
ส่วนพืชผักที่ปลูกง่ายและเก็บกินได้บ่อยก็มีไม่น้อย เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักโขม ผักชี ต้นหอม กะเพรา โหระพา และแมงลัก ผักเหล่านี้ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเก็บกินได้ อีกทั้งยังเป็นผักที่คนไทยคุ้นเคยในครัวเรือนอยู่แล้ว
ในกลุ่มผักที่เก็บได้นานก็มี หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม แครอท หัวไชเท้า และบีตรูต ซึ่งสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานหลายเดือนโดยไม่เสียเร็วเกินไป ขณะที่พืชให้ไขมันและพลังงานอย่างงา ทานตะวัน ถั่วลิสง หรือมะพร้าว ก็ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการประกอบอาหาร
ส่วนผลไม้ที่ปลูกง่ายในสภาพอากาศของประเทศไทยก็มีหลายชนิด เช่น กล้วย มะละกอ ฝรั่ง มะม่วง มะนาว และส้ม ซึ่งนอกจากจะให้ผลผลิตต่อเนื่องแล้ว ยังให้วิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย
ขณะเดียวกันยังมีพืชผักสวนครัวอีกหลายชนิดที่ปลูกง่าย โตเร็ว และเก็บกินได้เรื่อย ๆ อย่างพริก แตงกวา มะเขือ บวบ ฟักเขียว และตำลึง ซึ่งหลายบ้านในชนบทของไทยมักปลูกไว้ริมรั้วหรือหลังบ้านอยู่แล้ว
เมื่อรวมกันแล้ว พืชเหล่านี้กว่า 50 ชนิดถือเป็นพื้นฐานของ “สวนอาหารเพื่อการอยู่รอด” ที่ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักมักแนะนำ เพราะสามารถให้ทั้งพลังงาน โปรตีน วิตามิน และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า เรื่องนี้แม้จะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วโลกในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาดใหญ่ที่เราเพิ่งผ่านกันมาไม่นาน สิ่งเหล่านี้ทำให้คำว่า “ความมั่นคงทางอาหาร” กลายเป็นเรื่องสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ
การปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรกของคนรักธรรมชาติเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานของการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ อย่างน้อยที่สุด ต่อให้ไม่ได้เกิดสงครามจริง ๆ การมีผัก มีผลไม้ หรือมีพืชอาหารเล็ก ๆ อยู่ในบ้าน ก็ช่วยลดค่าใช้จ่าย ช่วยให้เราได้กินอาหารที่ปลอดภัย และยังสร้างความอุ่นใจอย่างประหลาด
เพราะในวันที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยความผันผวน การมีอาหารอยู่ในบ้านของตัวเองแม้เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่า อย่างน้อยชีวิตของเราก็ยังพึ่งพาตัวเองได้อยู่บ้าง
และบางครั้ง ความอุ่นใจเล็ก ๆ แบบนี้เอง อาจมีค่ามากกว่าที่เราคิดก็เป็นได้
แหล่งที่มาของข้อมูล :
Gardening Know How – Survival Garden Crops
Bangkokbiznews – พืชอาหารที่ควรปลูกหากเกิดสงครามนิวเคลียร์
Sanook News / LiveScience – พืชที่ช่วยให้มนุษย์ไม่อดตายในหายนะโลก
ข้อมูลประเภทพืชไร่และพืชอาหาร – puean.co.th
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
2จังหวัดที่ทำนาได้ทั้งปี
ประเทศที่มีคนแข่งHyroxเยอะที่สุด
'ฝานฉางอวี้' นางเอกล่าหยก เสน่ห์แรง มีผู้ชายมาชอบถึง 6 คน
แท้จริงครูไทยได้ปิดเทอมกี่วัน
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?



