เปิดประวัติโรงกลั่นน้ำลึกลับที่โลกลืม“โรงกลั่นน้ำมันอ.ฝาง เชียงใหม่”
จุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมในประเทศไทยอาจทำให้นึกถึงภาพโรงกลั่นน้ำมันขนาดมหึมาแถวชายฝั่งทะเลชลบุรีหรือระยอง แต่หากย้อนรอยประวัติศาสตร์ฉบับคลาสสิกกลับไป จะพบว่าต้นกำเนิดที่สำคัญเริ่มต้นขึ้น ณ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและป่าไม้ทางภาคเหนือตอนบนที่ดูห่างไกลจากความรุ่งเรืองทางอุตสาหกรรม ทว่าใต้ผืนดินแห่งนี้กลับซ่อนขุมทรัพย์สีดำเอาไว้มานานนับร้อยปี เรื่องราวของโรงกลั่นน้ำมันฝางจึงเปรียบเสมือนตำนานที่ยังมีลมหายใจ โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยโบราณจากการที่ชาวบ้านสังเกตเห็นน้ำมันไหลซึมขึ้นมาบนผิวดินตามธรรมชาติ จนกระทั่งในช่วงปี พ.ศ. 2464 กรมรถไฟหลวงได้เริ่มเข้ามาสำรวจหาน้ำมันเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถไฟทดแทนการใช้ฟืน ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งในการวางรากฐานด้านพลังงานของประเทศ
วัตถุประสงค์หลักในการก่อตั้งโรงกลั่นแห่งนี้ในยุคบุกเบิกมีความเรียบง่ายทว่าหนักแน่น คือความพยายามที่จะพึ่งพาตนเองด้านพลังงานเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความผันผวนทางการเมืองและสงคราม การมีแหล่งทรัพยากรและโรงกลั่นเป็นของตนเองแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่นักย่อมสร้างความอุ่นใจได้มากกว่าการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว หากย้อนมองสภาพการณ์ในขณะนั้น ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันยังเป็นเรื่องใหม่และมีอยู่น้อยมาก ส่วนใหญ่มักเป็นการลงทุนโดยบริษัทข้ามชาติจากโลกตะวันตกในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำมันดิบมหาศาลอย่างอินโดนีเซียหรือพม่า การที่ประเทศไทยสามารถก่อตั้งโรงกลั่นน้ำมันฝางขึ้นมาได้จึงเป็นเรื่องที่ล้ำสมัยและแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของผู้นำในยุคนั้น
สำหรับโครงสร้างการบริหารจัดการ โรงกลั่นน้ำมันฝางอยู่ภายใต้การดูแลของภาครัฐมาโดยตลอด ปัจจุบันดำเนินงานภายใต้ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ กรมการพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหม ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้มีความเคร่งขรึมและดูเป็นพื้นที่เฉพาะตัวมากกว่าโรงกลั่นเชิงพาณิชย์ทั่วไป กระบวนการทำงานเริ่มต้นจากการขุดเจาะน้ำมันดิบในแอ่งฝาง ซึ่งเป็นน้ำมันดิบที่มีคุณสมบัติค่อนข้างพิเศษคือมีความหนืดสูงและมีส่วนประกอบของไขมาก การดำเนินงานจึงต้องใช้เทคนิคเฉพาะทางในการสกัดและกลั่นออกมาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน
แม้ปริมาณการกลั่นของโรงกลั่นฝางจะไม่ได้มหาศาลเหมือนโรงกลั่นสมัยใหม่ตามชายฝั่งทะเล โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถึง 1,200 บาร์เรลต่อวัน หรือที่เรียกกันในอุตสาหกรรมว่าโรงกลั่นขนาดจิ๋วแบบ Teapot Refinery แต่น้ำมันที่ผลิตได้กลับมีคุณค่ามหาศาลต่อพื้นที่ภาคเหนือ ผลิตภัณฑ์หลักที่ได้ประกอบด้วยน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และยางมะตอย ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ถูกส่งไปวางขายตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไป แต่จะส่งมอบให้กับหน่วยงานราชการ หน่วยงานทหาร และรัฐวิสาหกิจในเขตภาคเหนือเพื่อใช้ในภารกิจสำคัญและการคมนาคมขนส่ง รวมถึงการก่อสร้างถนนหนทางในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก นอกจากนี้ยังรวมถึงการส่งน้ำมันให้กับโรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ตลอดจนจำหน่ายให้แก่เกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่อำเภอฝางในราคาที่ย่อมเยาเพื่อเป็นสวัสดิการและบรรเทาความเดือดร้อน โรงกลั่นแห่งนี้จึงทำหน้าที่เป็นเสาหลักด้านพลังงานของชุมชนในชนบทห่างไกลมาอย่างยาวนาน
หากมองย้อนไปในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นยุคทองของการก่อตั้งโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์เริ่มก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการกลั่นน้ำมันของโลกจากการเข้ามาลงทุนของบริษัทอย่าง Shell, British Petroleum และ Mobil เพื่อป้อนเชื้อเพลิงให้แก่เศรษฐกิจที่กำลังเติบโตในเอเชียและการสนับสนุนภารกิจในสงครามเวียดนาม ทว่าโรงกลั่นฝางกลับถือกำเนิดขึ้นจากอุดมการณ์ทางการเมืองและยุทธศาสตร์กระจายความเจริญสู่พื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์น้ำมันโลกทศวรรษ 1970 ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงและเกิดภาวะขาดแคลน รัฐบาลในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร ได้ตระหนักถึงความเปราะบางหากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบเพียงทางเดียว โรงกลั่นฝางจึงถูกยกฐานะให้เป็นโครงการนำร่องที่สำคัญในการศึกษาเทคโนโลยีการกลั่นเพื่อสร้างความเป็นอิสระด้านพลังงาน
ตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน โรงกลั่นฝางผ่านเหตุการณ์สำคัญมามากมาย ตั้งแต่ยุคบุกเบิกที่ต้องใช้เทคโนโลยีแบบโบราณและความพยายามอย่างสูงในการขุดเจาะ การเผชิญกับอุปสรรคในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่ทำให้การพัฒนาหยุดชะงักไปชั่วคราว จนกระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนในปี พ.ศ. 2501 ที่มีการติดตั้งหอกลั่นน้ำมันที่ทันสมัยขึ้น ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น แม้เทคโนโลยีปิโตรเลียมทั่วโลกจะก้าวไปไกลเพียงใดในวันนี้ แต่โรงกลั่นน้ำมันฝางยังคงทำหน้าที่เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านปิโตรเลียมที่สำคัญ และยังคงผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงความต้องการในภาคเหนืออย่างเงียบเชียบแต่ต่อเนื่อง การมีอยู่ของสถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของธุรกิจน้ำมัน แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความพยายามและการบุกเบิกด้านความมั่นคงทางพลังงานที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
กุ้งฝอยตัวเล็ก ทำไมถึงกลายเป็นเมนูดังและทรัพยากรที่ต้องจัดการ
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
น้ำมันตับปลา ต่างจากน้ำมันปลาอย่างไร กินแบบไหนถึงไม่เกินจำเป็น
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
ทำไมพังพอนกินงูเห่าได้ แม้กลืนส่วนที่มีพิษลงท้อง
งูแสงอาทิตย์: อัญมณีมีชีวิตแห่งผืนดิน
"กบฏอินเดีย" กับการต่อต้านกระสุนชโลมน้ำมันหมู
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
ถั่วเชียงดาว พืชท้องถิ่นที่ถูกพูดถึงทั้งเรื่องดิน รายได้ และโภชนาการ
ผลไม้สายพันธุ์ที่หาได้ยากที่สุดในโลก
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
งูแสงอาทิตย์: อัญมณีมีชีวิตแห่งผืนดิน
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
หัวนะโม: มรดกแห่งศรัทธาและพุทธคุณแห่งนครศรีธรรมราช
ปริศนาชายปริศนาบนชายหาดปี 1943: นักเดินทางข้ามเวลาหรือเพียงภาพถ่ายแห่งความเข้าใจผิด?
ปริศนาข้ามเวลาในคอนเสิร์ตเอลวิส: วัตถุในมือผู้ชมคืออะไร?



