ขายคอนโดฯ ไป ขายชาติไป เทียบไทยกับจีน
ช่วงนี้มีข่าวล้งมะพร้าว ก่อนหน้านี้ก็มีล้งลำไย ล้งทุเรียน ฯลฯ ต่อไปจะมี “ล้งคอนโดฯ (ห้องชุด)” หรือไม่ คนจีนจะมาเป็นเจ้าของห้องชุดปล่อยเช่าหรือไม่ ห้องชุดทั้งหลายจะกลายสภาพเป็นโรงแรมหรือไม่ จะเกิดความปั่นป่วนหรือไม่ มาลองเทียบการซื้อ
ห้องชุดในอาคารชุดหรือคอนโดมีเนียมในประเทศไทยและจีนก็มีสภาพคล้ายๆ กัน แต่การเปิดให้ต่างชาติซื้ออาจมีเงื่อนไขที่ต่างกันมาก เราควรพิจารณา
1. เงื่อนไขของผู้ซื้อนั้นในเบื้องต้นผู้ซื้อต่างชาติต้องอยู่อาศัยในประเทศที่จะซื้อก่อนซื้อหรือไม่ ปรากฏว่าในกรณีประเทศไทย ไม่จำกัด แทบจะกล่าวได้ว่าลงจากเครื่องบินก็ซื้อได้เลย แต่ที่จีนแตกต่างกัน เราจะซื้อจะต้องอยู่อาศัยในจีนมาแล้วประมาณ 1-2 ปี จึงจะมีคุณสมบัติที่จะซื้อได้ ผมเคยไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน แต่อยู่ไม่ถึงปี ก็ซื้อไม่ได้ เป็นต้น
2. ในด้านราคา ปรากฏว่าในกรณีประเทศไทย ไม่มีข้อจำกัด ซื้อได้ทุกราคา ขอแต่ให้มาซื้อด่วน (อยากขายเต็มทนแล้ว) ผลการสำรวจของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส พบว่าต่างชาติซื้อห้องชุดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในปี 2568 นั้น ปรากฏว่า 14% ซื้อในราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท อีก 26% ซื้อในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท และอีก 26% ซื้อในราคา 3-5 ล้านบาท สรุปแล้วสองในสาม (66%) ซื้อในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท แต่ที่จีนถึงแม้ไม่ได้กำหนด แต่ปรากฏว่าห้องชุดในเมืองใหญ่ๆ ของจีนมีราคาตารางเมตรละ 200,000 – 300,000 บาท และขนาดขั้นต่ำของห้องชุดในจีนก็ราว 50-60 ตารางเมตร ก็แสดงว่าราคาที่ต่างชาติซื้อต้องมีราคาประมาณ 10-20 ล้านบาทขึ้นไป แต่ที่ไทย คนจีนมาแย่งซื้อคนไทยได้เลย
3. จำนวนที่ซื้อได้ ที่ไทยก็ไม่จำกัด ซื้อยกชั้นก็ได้ แต่ปกติไม่เกิน 49% ตามกฎหมาย ส่วนที่เกินก็อาจใช้นอมินีซื้อก็ยังทำได้ ในอาคารชุดหลายแห่งทั้งในกรุงเทพมหานคร พัทยา หัวหิน กรรมการนิติบุคคลอาคารชุดส่วนใหญ่ก็เป็นคนต่างชาติ จดบันทึกเป็นภาษาต่างชาติก็มีแล้ว ยิ่งในอีอีซีต่างชาติซื้อห้องชุดได้ถึง 100% แต่ในจีนปรากฏว่า เขาอนุญาตให้คนต่างชาติซื้อได้แค่ 1 หน่วยเท่านั้น
4. สำหรับวัตถุประสงค์ที่ซื้อก็ปรากฏว่าในไทยไม่ระบุ แต่ในจีนระบุชัดว่าซื้อห้องชุดในจีนไปอยู่อาศัยของผู้ซื้อได้เท่านั้น จะไปทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้
5. ซื้อห้องชุดไปเก็งกำไรได้ไหม ในไทยสามารถทำได้โดยเสรี และคนจีนหรือคนชาติอื่นใดก็มาซื้อเก็งกำไรเท่านั้น แต่ในประเทศจีนไม่ได้เด็ดขาด เพราะเขากลัวว่าต่างชาติจะเข้าไปป่วนตลาดอาคารชุดของเขา
6. ซื้อไปปล่อยเช่ารายวันได้ไหม ที่ไทยเรากฎหมายไม่เอื้อ ทำไม่ได้ แต่ในทางปฏิบัติก็ปรากฏว่ามีอาคารชุดมากหลายที่ทำกัน บางแห่งเอากุญแจไปแขวนไว้ในที่สาธารณะ มีรหัสให้เข้ากดไปเอากุญแจได้เองเลย แต่ในจีนเขาห้ามขาด ที่ผ่านมา Airbnb เคยเข้าไปประกอบการในจีน แต่ต้อง “เจ๊ง” กลับออกมา เพราะเขามีธุรกิจท้องถิ่นที่คล้ายกัน ในทางปฏิบัติ เขาคงไม่ยอมให้ใครเข้าไปหากินในประเทศเขาง่ายๆ
7. ระยะเวลาการครอบครอง ถ้าเราซื้อห้องชุดในไทย เราครอบครองได้ตลอดไป จนกว่าอาคารจะพังซึ่งอาจจะกินเวลาเป็นร้อยปี แต่ในจีน เขาให้ครอบครองเพียงแค่ 70 ปี โดยคนต่างชาติสามารถซื้อได้แค่ 50-70 ปี หรือถ้าเป็นอาคารเก่าเหลือแค่ 40 ปีก็ได้แค่นั้น
8. กรณีอาคารถูกรื้อหรือพังไป ในไทยถึงแม้อาคารจะพังไป แต่ตัวที่ดิน เจ้าของร่วมทั้งหลายยังถือเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นร่วมกัน แต่ในจีนครบ 70 ปีแล้วสูญ ที่ดินเป็นของรัฐเท่านั้น
9. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในไทย ถ้าเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรกที่ราคาเกิน 50 ล้านบาทของราคาประเมินราชการ ก็ต้องเสียภาษีเพียง 0.02% (ล้านละ 200 บาท) ของราคาประเมินราชการ ซึ่งมักจะต่ำกว่าราคาตลาดเป็นอย่างมาก แต่ในจีน ต้องเสียภาษีถึง 1.2% ของราคาตลาดตามอายุที่เหลืออยู่ (จากไม่เกิน 70 ปี) ของแต่ละห้องชุด ต่างชาติมาซื้อห้องชุดในไทยจึงถือได้ว่าแทบไม่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเลย และถึงแม้จะเสียสำหรับบ้านหลังที่ 2 ก็ยังน้อยมาก ถูกกว่าค่าจัดเก็บขยะอย่างแน่นอน
10. ภาษีรายปีจากการให้เช่าห้องชุด ในไทยไม่มีแล้ว เพราะรวมอยู่ในภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายปีแล้ว แต่ในจีน สมมติว่าเราซื้อห้องชุดแล้ว ต่อมาย้ายกลับประเทศ เราก็อาจขายหรือให้เช่า ในกรณีให้เช่าห้องชุด ผู้ให้เช่าจะต้องเสียภาษีสูงถึง 12% ของค่าเช่าที่เก็บได้ จะมาทำยึกยักแบบไทยในสมัยก่อน เช่น แบ่งครึ่งหนึ่งเป็นค่าเช่าห้อง อีกครึ่งหนึ่งเป็นค่าเช่าเฟอร์นิเจอร์ จะได้ไม่ต้องเสียภาษี ย่อมไม่ได้
11. ภาษีกำไรจากการขายต่อ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Capital Gain Tax ในไทยปรากฏว่าแทบจะไม่เสียยกเว้นกรณีภาษีธุรกิจเฉพาะที่ครอบครองมาในระยะเวลา 5 ปี ที่เกินนั้นก็ยิ่งเสียเล็กน้อยมาก แต่ในจีน กำไรจากการขายห้องชุด ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 30% และเป็นขั้นบันไดไปถึง 60% ซึ่งก็คล้ายกับในยุโรป
อาจกล่าวได้ว่าถ้าเราไปซื้อห้องชุดในจีน แล้วจะขายต่อ ก็เหมือนดั่งถูกปล้นเพราะต้องเสียภาษีมากมาย ในขณะที่ไทยแทบไม่ต้องเสียภาษีอะไร แถมเอาไปทำธุรกิจต่างๆ ได้ด้วย และสิ่งที่น่ากลัวสำหรับไทยก็คือ
1. การซื้อห้องชุดของคนต่างชาติในไทย จึงเท่ากับเป็นการมาแย่งคนไทยซื้อเพราะเราไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำต่างจากในกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่กำหนดไว้ประมาณ 16 ล้านบาท หรือที่อินโดนีเซียที่กำหนดไว้ประมาณ 10 ล้านบาท
2. ต่อไปอาคารชุดต่างๆ อาจครอบครองโดยต่างชาติ ชาติใดชาติหนึ่งทั้งอาคารหรือส่วนใหญ่อาคาร กลายเป็นดั่ง “เขตเช่า” แบบยาวตลอดชีวิตไป
3. ธุรกิจโรงแรมก็อาจได้รับผลกระทบหนักเพราะห้องชุดจำนวนมากหรืออาคารชุดทั้งหลังที่ต่างชาติเหล่านี้ ซื้อไปก็จะมาเปิดเป็นกิจการโรงแรมแบบผิดกฎหมายหรือต่อไปอาจจะ “ปล่อยผี” ให้ถูกกฎหมายบ้าง
อย่างไรก็ตามนักพัฒนาที่ดินไทยก็คงชอบเพราะสามารถผ่องถ่ายขายทรัพย์สินได้ อย่าว่าแต่ห้องชุดเลย แม้แต่หมู่บ้านจัดสรร คนจีนยังมาซื้อแทบยกหมู่บ้านหรือบางแห่งอาจจะยกหมู่บ้านไปแล้ว กลายเป็นที่ซ่องสุมและอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ ก็ต้องคิดให้ดี นี่แหละบทความนี้จึงจั่วหัวว่า “ขายคอนโดฯ ไป ขายชาติไป” นั้นเอง
ท้ายที่สุด ไม่ว่าสถานการณ์ตลาดจะเปิดกว้างหรือมีความเสี่ยงมากเพียงใด การตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์ควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่รอบด้านและการวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ หากท่านสนใจบริการประเมินและวิจัยอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ที่ได้รับการรับรองโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับหน่วยงาน องค์กร และสถาบันการเงินชั้นนำจำนวนมาก พร้อมให้บริการสำรวจตลาด วิเคราะห์คู่แข่ง ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ รวมถึงการแจงนับการสัญจรและจราจรอย่างครบถ้วน ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณสัญชัย – เจ้าหน้าที่การตลาด โทร. 02-295-3905 ต่อ 105
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ทำไมเสียงฝนช่วยให้บางคนหลับง่าย
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ตัดจากศพ ห่อด้วยกระดาษ เมื่อขยะชันสูตรและเศษหินทำเนียบขาว ถูกแย่งชิงในราคาแพงลิบ
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
มีบัตรคนจน สมัครไทยช่วยไทย พลัสได้ไหม? เช็กเงื่อนไขก่อนสับสนเรื่องสิทธิ
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
วิวัฒนาการ "เกาเหลา" จากต้มจืดชาวจีนสู่เมนูคีโตยุคใหม่
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
ตัดจากศพ ห่อด้วยกระดาษ เมื่อขยะชันสูตรและเศษหินทำเนียบขาว ถูกแย่งชิงในราคาแพงลิบ
มีบัตรคนจน สมัครไทยช่วยไทย พลัสได้ไหม? เช็กเงื่อนไขก่อนสับสนเรื่องสิทธิ
เสาตกน้ำมันเกิดจากอะไร
5 ประเทศที่มีอากาศสะอาดที่สุดในโลก วัดจากอะไรบ้าง?



