จริงหรือ!! ถึงยุคถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก วงการบันเทิงไทย
หากจะพูดถึง "ยุครุ่งเรื่อง" หรือยุคทองของอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงไทย เราสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาหลักที่ทำหน้าที่ต่างกัน ยุคทองของ
"ทีวีอนาล็อก" (ช่วงปี 2530 - 2550) นี่คือยุคที่สื่อดั้งเดิมทรงอิทธิพลสูงสุด รายได้มหาศาลกระจุกตัวอยู่ที่ช่องหลัก (3, 5, 7, 9) มีเรตติ้งถล่มทลาย: ละครดังเรื่องหนึ่งสามารถทำเรตติ้งได้สูงถึง 30-40 (เช่น คู่กรรม หรือ สายโลหิต) ซึ่งในปัจจุบันเรตติ้งแค่ 5 ก็ถือว่าหรูแล้ว รวมทั้งอิทธิพลเด็ดขาด สื่อทีวีและหนังสือพิมพ์เป็นผู้กำหนดกระแสสังคม "ดาราดัง" คือคนที่เป็นที่รู้จักทั่วประเทศจริงๆ เพราะทุกคนดูช่องเดียวกัน และเม็ดเงินโฆษณา: แบรนด์สินค้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทุ่มเงินลงโฆษณาในรายการเรตติ้งดี ทำให้สถานีโทรทัศน์มีกำไรมหาศาล
ยุคเฟื่องฟูของ "คอนเทนต์ไทยในตลาดโลก" (ช่วงปี 2560 - ปัจจุบัน) แม้เรตติ้งทีวีจะตก แต่ในแง่ของ "มูลค่าและความหลากหลาย" นี่คือยุคที่อุตสาหกรรมบันเทิงไทยขยายตัวไปไกลที่สุด Soft Power และส่งออก เช่น ซีรีส์วาย (BL), หนังผี และละครแนวตบจูบ กลายเป็นสินค้าส่งออกหลักไปยังจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกา การมาุถึง Platform Streaming การมาของ Netflix, Disney+, Viu ทำให้ผู้ผลิตไทยมีงบสร้างงานคุณภาพระดับพรีเมียม (High Production) ที่ไม่ต้องง้อเรตติ้งทีวี แต่เน้นยอดผู้ชมทั่วโลก จากนั้นก้าวมาสู่ ยุคของศิลปินเดี่ยว การที่ศิลปินไทย (เช่น ลิซ่า Blackpink หรือไอดอล T-Pop) ไปสร้างชื่อระดับโลก ทำให้ภาพลักษณ์บันเทิงไทยดู "อินเตอร์" และทันสมัยกว่ายุคก่อน
อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงในปี 2025-2026 กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี AI และการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เรามาวิเคราห์ะกันว่าเกิดอะไรขึ้น...
1.การล่มสลายของโมเดลธุรกิจแบบเดิม เรตติ้งตัวชี้วัดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องกับวงการทีวีดิจิทัลและสื่อหลักเผชิญกับสภาวะเรตติ้งตกต่ำ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปรับชมเนื้อหาผ่านทางออนไลน์และ Social Media แทน
อีกทั้งรายได้จากโฆษณาหดตัว เม็ดเงินโฆษณาที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ถูกแชร์ไปยังแพลตฟอร์มต่างชาติอย่าง Facebook, YouTube และ TikTok ทำให้ช่องทีวีหลายแห่งต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อความอยู่รอด
2. การก้าวเข้ามาของยุค On-Demand ผู้บริโภคคือคนเลือก โดยในอดีตผู้ชมต้องรอตามเวลาผังรายการ แต่ปัจจุบันเป็นยุคที่ผู้ชมเลือกดูอะไรก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้รายการที่ "ไม่เจ๋งจริง" หรือ "ตกยุค" ถูกคัดออกไปจากความสนใจอย่างรวดเร็ว ในยุคที่ความบันเทิงไร้พรมแดน คอนเทนต์ไทยไม่ได้แข่งกันเองแค่ในประเทศ แต่ต้องแข่งกับซีรีส์เกาหลี หนังฮอลลีวูด หรือคอนเทนต์ระดับโลกที่เข้าถึงง่ายเพียงปลายนิ้ว
3. การปรับตัวสู่ทางรอด (New Normal) ไม่ใช่จุดจบแต่คือจุดเปลี่ยน: วิดีโอเน้นย้ำว่าคำว่า "อวสาน" อาจไม่ได้หมายถึงการพังทลายทั้งหมด แต่คือการที่โมเดลธุรกิจ "โลกใบเดิม" ไม่สามารถทำงานแบบเดิมได้อีกต่อไป
มีการสร้างรายได้ทางอื่น เช่นเดียวกับธุรกิจธนาคารหรือร้านหนังสือที่ต้องเปลี่ยนตัวเองเป็น Lifestyle หรือเน้นบริการดิจิทัล วงการบันเทิงไทยก็ต้องผันตัวสู่การเป็น Content Creator ที่ขายคอนเทนต์ได้ในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ยึดติดแค่หน้าจอทีวี
สรุป..สาเหตุที่วงการบันเทิงดูเหมือนจะ "ถอยหลัง" หรือ "ตกยุค" เป็นเพราะโครงสร้างสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ใครที่ปรับตัวไม่ทันยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ จะเหลือเพียงชื่อในความทรงจำ แต่สำหรับผู้ที่ปรับตัวได้ จะเป็นโอกาสในโลกใบใหม่ที่กว้างกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่อาจไม่ใช่ "จุดจบ" แต่เป็นจุด "รีเซ็ต" เพื่อให้วงการบันเทิงไทยหันมาปรับตัวโดยเน้นคุณภาพระดับพรีเมียมและการส่งออก IP ไปยังตลาดโลกผ่านสตรีมมิ่งแทนการพึ่งพาเพียงแค่เรตติ้งในประเทศ
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"
😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
BRICS จ่อคุยระบบจ่ายเงินใหม่ อินเดียต้องชั่งใจไม่ชนดอลลาร์
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
อาหารไทยที่ใช้เวลาทำนานที่สุด กว่าจะได้กินไม่ง่าย
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
ดวงตกเดือนพฤษภาคม 2569 ลอง 5 วิธีรีเซ็ตใจแบบสายมู
ปลาที่พบได้ในจังหวัดน่าน เพียงแห่งเดียวเท่านั้นบนโลก






