เปิดตำนานกษัตริย์ไทย “สู้ศึกบนหลังช้าง” วีรกรรมสะเทือนแผ่นดิน
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสงครามของไทยในสมัยโบราณ ซึ่งทำให้ย้อนนึกถึงภาพเหตุการณ์สำคัญที่คนไทยจำนวนมากคุ้นเคยกันดี นั่นคือการ “สู้ศึกบนหลังช้างศึก” ภาพของกษัตริย์และแม่ทัพผู้กล้า ที่ทรงนำกองทัพออกรบด้วยพระองค์เองบนหลังช้าง ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ความกล้าหาญ และศักดิ์ศรีของผู้นำในสนามรบของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอดีต
ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย มีการกล่าวถึงวีรกรรมลักษณะนี้อยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะเรื่องราวของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงนำทัพต่อสู้ศัตรูอย่างองอาจ จนกลายเป็นตำนานที่เล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน
พระองค์แรกที่มักถูกกล่าวถึง คือ
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งกรุงสุโขทัย วีรกรรมของพระองค์ถูกบันทึกไว้ใน ศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งเล่าถึงเหตุการณ์สำคัญเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ขณะมีพระชนมายุราว 19 พรรษา พระองค์ได้ร่วมออกรบกับพระราชบิดา และทรงขี่ช้างศึกเข้าชนกับช้างของ
ขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด
แม้จะยังทรงพระเยาว์ แต่พระองค์กลับแสดงความกล้าหาญอย่างยิ่ง สามารถเอาชนะศัตรูได้ในสนามรบ วีรกรรมครั้งนั้นทำให้ได้รับพระนามว่า “พระรามคำแหง” ซึ่งมีความหมายถึงผู้กล้าหาญดุจสายฟ้าในสงคราม เรื่องราวนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในตำนานความกล้าหาญที่คนไทยรู้จักกันดี และมักถูกยกเป็นตัวอย่างของผู้นำผู้ทรงปรีชาสามารถ
อีกพระองค์หนึ่งที่คนไทยแทบทุกคนรู้จัก คือ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษัตริย์นักรบแห่งกรุงศรีอยุธยา ผู้สร้างวีรกรรม “ยุทธหัตถี” อันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2135 เมื่อพระองค์ทรงทำยุทธหัตถีกับ
พระมหาอุปราชา แห่งพม่า ณ บริเวณทุ่งหนองสาหร่าย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในจังหวัด
สุพรรณบุรี
การรบครั้งนั้นถือเป็นการเผชิญหน้าระหว่างผู้นำของทั้งสองฝ่ายโดยตรงบนหลังช้างศึก ซึ่งในที่สุดสมเด็จพระนเรศวรทรงได้รับชัยชนะ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างขวัญกำลังใจแก่กองทัพไทยเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำเอกราชและความมั่นคงของกรุงศรีอยุธยาในช่วงเวลานั้นอีกด้วย
ในศึกครั้งเดียวกัน ยังมีพระอนุชาที่ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่อยู่ด้วย นั่นคือ
สมเด็จพระเอกาทศรถ ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในสนามรบ ก่อนจะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาในเวลาต่อมา เรื่องราวของพระองค์จึงมักถูกกล่าวถึงควบคู่กับสมเด็จพระนเรศวรในฐานะนักรบผู้กล้าหาญ
อย่างไรก็ตาม ในเชิงประวัติศาสตร์ คำว่า “ชนช้าง” และ “ยุทธหัตถี” มีความหมายแตกต่างกันอยู่บ้าง “ชนช้าง” หมายถึงการต่อสู้บนหลังช้างศึกในสนามรบทั่วไป ขณะที่ “ยุทธหัตถี” คือการรบแบบเผชิญหน้าระหว่างผู้นำหรือกษัตริย์ของทั้งสองฝ่าย เปรียบเสมือนการตัดสินศึกอย่างมีเกียรติ
เมื่อมองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ จะเห็นได้ว่าการสู้ศึกบนหลังช้างศึกไม่ได้เป็นเพียงยุทธวิธีทางการทหารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความกล้าหาญ ความเป็นผู้นำ และเกียรติภูมิของกษัตริย์ไทยในอดีต
และทุกครั้งที่เอ่ยถึงตำนานการรบบนหลังช้าง ชื่อของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ผู้ชนช้างตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้สร้างวีรกรรมยุทธหัตถีอันเลื่องชื่อ ก็มักจะถูกกล่าวถึงเสมอในฐานะวีรบุรุษแห่งหน้าประวัติศาสตร์ไทย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง :
1. กรมศิลปากร
2. ศิลปวัฒนธรรม
3. Wikipedia
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
เทียบ 5 สำนักงวด 1 ต.ค. 69 เลขไหนซ้ำกัน? 3-5-8 โผล่หลายโพย
กรุงเทพฯ เคยน้ำท่วมนาน 4 เดือน! ย้อนรอยมหาอุทกภัยปี 2526
โรงเรียนกวดวิชายุค 90s หายไปไหน ทำไมสยามไม่เหมือนเดิม
ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้าง
ไขความลับยีราฟ: ทำไมลิ้นต้องยาวครึ่งเมตรและมีสีน้ำเงินเข้ม?
โอกาส 1 ในล้านที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มันยากขนาดไหนกัน?
นอนน้ำลายไหลไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่ไม่ได้แปลว่าหลับลึก — จริง ๆ แล้วเกิดจากอะไร?
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปี
Google Earth เช็กได้ไหมว่าบ้านเราอยู่ในแอ่ง? ดู Elevation Profile ได้ แต่ห้ามใช้แทนแผนที่น้ำท่วม
ปฏิทินจีน 1 ต.ค. 69 เลข 2-7-8-0-3 โผล่ในปฏิทินครอบครัวข่าว 3
รถยนต์แบรนด์สัญชาติไทย รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ



