หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 อาชีพสุดแปลกในอดีต ของกัมพูชา ปัจจุบันแทบไม่มีให้เห็นแล้ว


เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา แล้วก็ต้องยอมรับว่าหลายเรื่องทำให้รู้สึกนึกภาพตามได้อย่างน่าสนใจ เพราะหากย้อนกลับไปเพียงสามสี่สิบปีก่อน ชีวิตของชาวบ้านจำนวนมากยังผูกพันกับธรรมชาติอย่างแนบแน่น ทั้งแม่น้ำ ทุ่งนา และป่าไม้ อาชีพหลายอย่างเกิดขึ้นจากความจำเป็นของชีวิตในยุคนั้น จนกลายเป็นภาพคุ้นตาของหมู่บ้าน แต่พอเวลาผ่านไป สังคมเปลี่ยน เทคโนโลยีเข้ามาแทน วิถีชีวิตเดิมเหล่านั้นก็เริ่มค่อย ๆ เลือนหายไป

อาชีพแรกที่คนรุ่นเก่าของกัมพูชามักพูดถึงคือ ชาวประมงพื้นบ้านในทะเลสาบ โดยเฉพาะบริเวณ ทะเลสาบโตนเลสาบ ซึ่งถือเป็นแหล่งปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ อาชีพนี้เกิดขึ้นจากสภาพธรรมชาติของพื้นที่ที่มีน้ำท่วมตามฤดูกาล ปลาในทะเลสาบมีจำนวนมหาศาลจนชาวบ้านสามารถออกเรือจับปลาได้แทบตลอดปี ในอดีตหมู่บ้านหลายแห่งตั้งอยู่บนแพหรือบ้านลอยน้ำ ผู้ชายจะออกเรือหาปลา ส่วนผู้หญิงจะนำปลามาทำปลาหมักหรือปลาแห้งขายในตลาด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปริมาณปลาลดลงและกฎหมายการประมงเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านจำนวนไม่น้อยต้องเปลี่ยนอาชีพ

ถัดมาคือ อาชีพทำปลาหมักแบบครัวเรือน ซึ่งถือเป็นอาหารพื้นฐานของชาวกัมพูชา เพราะในอดีตเมื่อจับปลาได้จำนวนมากแต่ไม่มีตู้เย็น ชาวบ้านจึงคิดวิธีถนอมอาหารด้วยการหมักปลาใส่เกลือและข้าวคั่ว เก็บไว้กินได้เป็นเดือน ๆ ครอบครัวที่ทำปลาหมักเก่งมักทำขายให้เพื่อนบ้านหรือส่งตลาด ทำให้กลายเป็นอาชีพเสริมของหลายหมู่บ้าน แต่เมื่อระบบขนส่งดีขึ้นและมีอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น คนที่ทำเป็นอาชีพจริง ๆ จึงลดลง

อาชีพที่สามคือ ช่างทอผ้าไหมตามบ้าน อาชีพนี้มีที่มาจากวิถีชีวิตของผู้หญิงชนบทที่ต้องทำผ้าใช้เองในครอบครัว ตั้งแต่การสาวไหม ย้อมสี ไปจนถึงการทอด้วยกี่ไม้ใต้ถุนบ้าน เสียงกี่กระทบกันเบา ๆ เคยเป็นเสียงที่ได้ยินแทบทุกหมู่บ้าน ผ้าไหมบางผืนใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเสร็จ แต่เมื่อผ้าโรงงานราคาถูกเข้ามาแทน งานทอผ้าแบบครัวเรือนจึงค่อย ๆ หายไป

ต่อมาคือ อาชีพเลี้ยงไหมเพื่อผลิตเส้นไหม ซึ่งเกิดจากความต้องการวัตถุดิบสำหรับทอผ้าไหม ชาวบ้านจะปลูกต้นหม่อนเพื่อเป็นอาหารของตัวไหม จากนั้นเลี้ยงไหมในกระด้งไม้ไผ่จนมันสร้างรัง แล้วจึงนำรังไหมมาสาวเป็นเส้นไหมละเอียด งานนี้ต้องใช้ความอดทนและความชำนาญมาก แต่ในปัจจุบันเส้นไหมนำเข้าที่มีราคาถูกกว่าเข้ามาแทน ทำให้อาชีพเลี้ยงไหมแบบดั้งเดิมลดลงอย่างเห็นได้ชัด

อาชีพที่ห้าคือ ช่างสานเครื่องจักสานจากไม้ไผ่ ในอดีตไม้ไผ่เป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในชนบท ชาวบ้านจึงนำมาสานเป็นตะกร้า กระบุง หรือภาชนะใส่ข้าว เครื่องใช้เหล่านี้แทบทุกบ้านต้องมี บางคนสานเก่งจนสามารถทำขายในตลาดได้ แต่เมื่อภาชนะพลาสติกเข้ามาแทนที่ ความต้องการเครื่องจักสานจึงลดลงมาก

อาชีพที่หกคือ คนทำเสื่อจากต้นกก อาชีพนี้มักพบในพื้นที่ลุ่มที่มีต้นกกขึ้นมาก ชาวบ้านจะเก็บต้นกกมาตากแห้ง ย้อมสี แล้วนำมาทอเป็นเสื่อสำหรับปูนอนหรือปูนั่ง เสื่อกกเคยเป็นของใช้จำเป็นในทุกบ้าน แต่เมื่อเสื่อโรงงานผลิตได้จำนวนมากและราคาถูกกว่า งานทำเสื่อแบบดั้งเดิมจึงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง

อาชีพที่เจ็ดคือ ช่างทำเรือไม้พื้นบ้าน ซึ่งเกิดขึ้นจากวิถีชีวิตของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ตามแม่น้ำและทะเลสาบ เรือถือเป็นพาหนะสำคัญทั้งสำหรับเดินทางและหาปลา ช่างทำเรือจะเลือกไม้เนื้อแข็งแล้วแกะสลักเป็นลำเรือด้วยมือ งานนี้ต้องใช้ประสบการณ์สูง แต่ปัจจุบันเรือไฟเบอร์และเรือเครื่องเข้ามาแทนที่ ทำให้ช่างทำเรือไม้เหลือน้อยลงมาก

อาชีพที่แปดคือ คนตัดฟืนขาย เพราะในอดีตครัวเรือนส่วนใหญ่ยังใช้ไม้ฟืนในการหุงต้ม ชาวบ้านบางคนจึงเข้าไปเก็บฟืนจากป่ามามัดขายตามตลาดหรือขายให้ร้านอาหาร เป็นอาชีพที่เกิดจากความต้องการเชื้อเพลิงในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อก๊าซหุงต้มและเตาสมัยใหม่แพร่หลาย อาชีพนี้ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

อาชีพที่เก้าคือ พ่อค้าหาบเร่ตามหมู่บ้าน ซึ่งมีที่มาจากสภาพหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลตลาด ผู้ค้าจะหาบของหรือใช้จักรยานบรรทุกสินค้าแล้วเดินขายไปตามบ้าน บางคนขายของกิน บางคนขายของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ชาวบ้านสามารถซื้อของได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล แต่เมื่อร้านค้าถาวรและตลาดสมัยใหม่เพิ่มมากขึ้น อาชีพนี้จึงค่อย ๆ หายไป

และอาชีพสุดท้ายคือ คนเฝ้านาไล่นก ซึ่งเกิดจากปัญหาที่นกจำนวนมากมักลงมากินข้าวในช่วงที่ข้าวกำลังสุก ชาวนาจึงต้องนั่งเฝ้านา คอยตีเกราะหรือส่งเสียงไล่นกทั้งวันทั้งคืน เป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนไม่น้อย แต่ในปัจจุบันมีวิธีป้องกันแบบอื่น เช่น อุปกรณ์ไล่นกหรือแผ่นสะท้อนแสง ทำให้คนเฝ้านาแบบเดิมแทบไม่เห็นแล้ว

เมื่อมองย้อนกลับไปก็จะเห็นว่า อาชีพเหล่านี้ล้วนเกิดจากวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติของผู้คนในประเทศ กัมพูชา อย่างแท้จริง แม้วันนี้หลายอาชีพจะค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่าย ขยัน และภูมิปัญญาของผู้คนในอดีต ที่เคยสร้างชีวิตและเลี้ยงครอบครัวจากสิ่งรอบตัวอย่างแท้จริง.

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชาเปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงินประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลกโรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุดปฏิทินจีนช่อง 3 งวดวันที่ 16 เมษายน 2569 เลขเด็ดต้อนรับสงกรานต์ทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วสินค้าที่ประเทศไทยส่งออกให้กัมพูชามากที่สุดมาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบันเปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุดส่องเลขเด็ดปฏิทินคำชะโนด ลุ้นรวยต่อเนื่องงวด 16 เมษายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“กำไรทิพย์” บิตคอยน์ฆ่าแมลงเม่าได้เลือดเย็นแต่ไม่ใช่อสังหาฯหนังไทยเรื่องแรก ที่ทำรายได้ในโรงภาพยนตร์ได้มากถึง 300 ล้านบาทเงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชาเลขเด็ด "เจ้าแม่ตะเคียน" งวดวันที่ 16 เมษายน 69 มาแล้ว!..เลขไหนเข้าวิน ส่องเลย!5 สกุลเงิน ที่มีมูลค่าต่ำที่สุดในโลกดราม่าฮ่องกง นักท่องเที่ยวโดนจับเหตุใช้กระเป๋าไฟฟ้าบนทางเท้า
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
บันทึกเกล็ดจันทร์ ซีรีส์ออนแอร์ใหม่เปิด 19 เมนู “อาหารเช้ากัมพูชา” ปี 69 ที่นิยมกินกันในช่วงนี้3 พืช “รสขมที่สุดในโลก” แต่สรรพคุณทางยาแน่นจนน่าทึ่ง11 สาเหตุ ฝุ่น PM2.5 ดันไทยพุ่งอันดับ 1 มลพิษโลก
ตั้งกระทู้ใหม่