หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไข่ดิบ ไข่ลวก ไข่ต้ม แบบไหนให้โปรตีนสูงสุด

เขียนโดย davin

        "ไข่" ถือเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูกและหาง่ายที่สุด แต่ความเชื่อที่ว่าการกินไข่ดิบหรือไข่ลวกจะได้รับพลังงานและโปรตีนดีกว่าไข่ต้มสุกนั้น เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานในวงการคนรักสุขภาพ ความจริงแล้ว "ระดับความสุก" ของไข่ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรสชาติ แต่มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการดูดซึมสารอาหารของร่างกาย หากเราเลือกกินผิดวิธี ต่อให้กินจำนวนมาก ร่างกายก็อาจนำไปใช้ได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น การทำความเข้าใจกลไกการย่อยโปรตีนในไข่จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากอาหารมื้อสำคัญนี้

ปริมาณโปรตีนเท่ากัน แต่ "การดูดซึม" ต่างกันมหาศาล

        ในทางโภชนาการ ไข่ไก่ 1 ฟองให้โปรตีนมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 6-7 กรัม ไม่ว่าคุณจะนำไปต้มจนสุกหรือกินแบบดิบ ปริมาณโปรตีนตั้งต้นนั้นแทบไม่ต่างกันเลย แต่จุดที่สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญคือ "อัตราการดูดซึม" (Bioavailability) ซึ่งผลการวิจัยระบุไว้ชัดเจนดังนี้:

        สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะความร้อนช่วยทำให้โครงสร้างของโปรตีนคลายตัว (Denature) ส่งผลให้เอนไซม์ในระบบย่อยอาหารสามารถเข้ามาย่อยและดูดซึมกรดอะมิโนไปใช้ซ่อมแซมร่างกายได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ทำไมการกินไข่ดิบถึงได้ประโยชน์น้อยกว่าที่คิด?

        นอกจากร่างกายจะย่อยยากแล้ว ในไข่ขาวดิบยังมีโปรตีนที่ชื่อว่า "อะวิดิน" (Avidin) ซึ่งมีฤทธิ์ในการจับกับ "ไบโอติน" (วิตามิน B7) อย่างเหนียวแน่น ทำให้ร่างกายขาดวิตามินชนิดนี้ซึ่งจำเป็นต่อเส้นผมและผิวหนัง แต่เมื่อไข่ถูกปรุงสุกด้วยความร้อน ฤทธิ์ของอะวิดินจะถูกทำลายไป ทำให้ร่างกายได้รับทั้งโปรตีนที่ย่อยง่ายและวิตามินที่ครบถ้วน

จัดอันดับระดับความสุกกับประสิทธิภาพที่ได้รับ

        โดยสรุปแล้ว หากเป้าหมายของคุณคือการได้รับโปรตีนอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด "การกินไข่ที่ปรุงสุก" คือคำตอบที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องฝืนกินไข่ดิบตามความเชื่อเดิมๆ เพราะการใช้ความร้อนในระดับที่พอเหมาะ จะช่วยเปลี่ยนโครงสร้างไข่ให้กลายเป็นสารอาหารที่ร่างกายพร้อมนำไปใช้งานได้ทันที ทั้งยังมั่นใจได้ในเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยในระยะยาว

แปลโดย: davin
ที่มา: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3905294/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
davin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 202 ครั้ง
เขียนโดย davin
นักเขียนอิสระเน้นวิเคราะห์ความเชื่อ วัฒนธรรม คติชนวิทยา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้ และสิ่งที่สนใจส่วนตัว เน้นเข้าใจง่าย ทันต่อสถานการณ์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: goldfish13, Freya Rune, projor007, famai, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, kyogisa, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, davin
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้งรู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งจังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 2569อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย5 คำพูดติดปากสายมู ที่ฮิตใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ปี 25695 เมนูเซเว่นยามดึก ที่สายกินยกให้เป็น "ของดีราคาประหยัด"7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!5 นิสัยสุดเอือมบนรถสาธารณะ ที่ทุกคนต้องเคยเจอจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว5 อันดับ อาหารไทยที่คนต่างชาติ "งง" มากที่สุด แต่คนไทยเลิฟสุดๆ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 2569เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมจาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้งอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย"ลิซ่า" ร้องไห้หนักมาก! เป็นเพราะอะไร ?..พอรู้ความจริงทำเอาแฟน ๆ ถึงกับยิ้มตามเลขเด็ดตําราเรียงเบอร์ อ.ซันดาว งวด 16 ตุลาคม 69
เบเกิลนิวยอร์ก: ชัยชนะของอาหาร ความพ่ายแพ้ของคนทำประวัติศาสตร์หมากฝรั่ง จากยางไม้โบราณ สู่พลาสติกสังเคราะห์ที่ครองโลกเบลเยียมวาฟเฟิล เมนูคลาสสิกข้ามทวีปที่ถูกตั้งชื่อใหม่ในนิวยอร์กไขความลับ “แฮมดิบ” ทำไมเนื้อหมูที่ไม่ผ่านความร้อน ถึงกินได้อย่างปลอดภัย?
ตั้งกระทู้ใหม่