มาทำความรู้จัก "ไข้กาฬหลังแอ่น" มัจจุราชเงียบคร่าชีวิตไวใน 48 ชั่วโมง พร้อมวิธีสังเกตอาการอันตราย
กลายเป็นโรคที่กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งสำหรับ "ไข้กาฬหลังแอ่น" หลังจากมีรายงานพบผู้ป่วยและเสียชีวิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 แม้จำนวนผู้ป่วยจะไม่สูงมากเมื่อเทียบกับโรคอื่น แต่ความน่ากลัวอยู่ที่ "ความเร็ว" และ "ความรุนแรง" ของโรค ที่สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียง 24–48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มแสดงอาการ โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 60% ในกลุ่มผู้ป่วยที่พบในปีนี้
ไข้กาฬหลังแอ่น คืออะไร และทำไมถึงอันตราย?
โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis ซึ่งส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างเฉียบพลัน ชื่อ "หลังแอ่น" มาจากลักษณะอาการชักเกร็งจนตัวแอ่นของผู้ป่วยบางราย ส่วน "ไข้กาฬ" สื่อถึงความร้ายแรงที่ทำให้เนื้อเยื่อตายจนเป็นสีคล้ำและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ:
-
เด็กเล็กอายุ 0–4 ปี วัยรุ่น และวัยทำงาน
-
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือพักอาศัยในที่แออัด
-
ผู้ที่มีพฤติกรรมใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ช้อน แก้วน้ำ หรือบุหรี่
ที่น่ากังวลคือ ประชากรราว 5–10% อาจมีเชื้อนี้อยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อผ่านทางละอองฝอยน้ำมูกน้ำลายไปยังผู้อื่นได้
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ด่วน
อาการเริ่มต้นของโรคนี้มักคล้ายไข้หวัดใหญ่ ทำให้หลายคนชะล่าใจ แต่หากมีอาการ "สีแดง" ดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ:
-
อาการระยะแรก: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง อ่อนเพลีย และเจ็บคอ
-
อาการวิกฤต: คอแข็ง (ก้มหน้าไม่ได้) ซึม สับสน ชักเกร็ง หรือมีผื่นจ้ำเลือดสีคล้ำลักษณะคล้ายดาวกระจายตามร่างกาย
หากรักษาล่าช้า เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดจนเกิดภาวะช็อก และแม้จะรอดชีวิตมาได้ ผู้ป่วยบางรายอาจต้องเผชิญกับความพิการถาวร เช่น หูหนวก เป็นอัมพาต หรือต้องตัดอวัยวะจากภาวะเนื้อเยื่อตาย
การป้องกันและแนวทางการรับวัคซีน
แม้ในประเทศไทยจะยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนในบุคคลทั่วไปเนื่องจากไม่ใช่โรคระบาดวงกว้าง แต่กลุ่มที่ควรพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกัน (ครอบคลุมสายพันธุ์ A, C, W, Y และ B) ได้แก่ ผู้ที่จะเดินทางไปพื้นที่ระบาด นักเรียนนักศึกษาที่จะไปต่างประเทศ หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
วิธีป้องกันตนเองในชีวิตประจำวัน:
-
หมั่นล้างมือให้สะอาดและสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด
-
ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด
-
หลีกเลี่ยงสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกและพักผ่อนให้เพียงพอ
รู้เท่าทันไข้กาฬหลังเเอ่นเพื่อรักษาชีวิต
"ไข้กาฬหลังแอ่น" แม้จะเป็นโรคที่พบไม่บ่อยแต่ทารุณต่อร่างกายอย่างมาก หัวใจสำคัญของการรอดชีวิตคือการสังเกตอาการและถึงมือแพทย์ให้เร็วที่สุดก่อนจะสายเกินแก้ การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลและการไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากโรคร้ายที่คร่าชีวิตได้เพียงชั่วข้ามคืน
#ไข้กาฬหลังแอ่น #สุขภาพ #เตือนภัยสุขภาพ #อาการไข้กาฬหลังแอ่น #กรมควบคุมโรค #วัคซีนป้องกันโรค #สาระน่ารู้ #โรคร้าย
เขียนโดย kyogisa
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
วิชาเรียนที่คะแนนเฉลี่ยตกกันทั้งห้องบ่อยที่สุด”
“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย
7 ขนมไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น แทบไม่เคยได้ยินชื่อ
“เปิดวิธีกำจัดกิ้งกือ ที่หลายบ้านใช้แล้วได้ผลจริง”
คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
“จังหวัดที่มีชื่อยาวและอ่านยากที่สุดในไทย”
ฟักทองดีต่อสุขภาพ แต่กินคู่กับบางอย่างอาจไม่ดีอย่างที่คิด
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฮอร์โมนเพศชาย เทสโทสเตอโรน (Testosterone)
กลุ่มคนทำงานไหนที่นิยมกู้เงินมากที่สุดในประเทศไทย
รูเล็กบนฝาแก้วกาแฟมีไว้ทำอะไร ทำไมไม่ควรปิดตอนจิบ
กินเห็ดดีจริงไหม ประโยชน์ที่หลายคนรู้ แต่ข้อควรระวังสำคัญกว่าที่คิด
ถอดรหัสปริศนา SOS สัญญาณกู้ภัยสากลที่โลกจำ กับความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด
ปริศนาวิวัฒนาการ 90% ทำไมมนุษย์ถนัดขวา? ความลับใต้กะโหลกศีรษะที่เชื่อมโยงกับลิงและเอป
จากสมรภูมิสงคราม สู่ระบบไซส์ S-M-L ที่ปั้นธุรกิจฟาสต์แฟชั่นเปลี่ยนโลก Standardized Clothing Sizes
"หัวปากกาลูกลื่น" เทคโนโลยีปราบเซียนที่ยากระดับสร้างยานอวกาศ

