16 สัญญาณของคนเข้าสังคมเก่ง
เขียนโดย machete007
คุณอาจไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้คนเข้าสังคมเก่งคืออะไร แต่คุณคงเคยพบเจอคนที่เข้าสังคมไม่เก่งซึ่งทําให้คุณรู้สึกหงุดหงิดและอึดอัดเมื่ออยู่ใกล้ มารยาทเป็นความฉลาดทางสังคมและวัฒนธรรม แต่ดูเหมือน“ความสุภาพ” แบบเดิม ๆ จะเริ่มเสื่อมความน่าสนใจ มันอาจทำให้เรานึกถึงการลบบุคลิกลักษณะของตัวเองและแทนที่ด้วยพฤติกรรมที่สอดคล้องกับผู้อื่นในสังคมมากขึ้น
แม้เราจะอยากเชื่อมโยงกับผู้คนในทางที่ทำให้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย แต่เราไม่จำเป็นต้องเลิกแสดงออกอย่างจริงใจเพื่อที่จะพยักหน้าอย่างสุภาพและยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร ทั้งสองสิ่งนี้สามารถไปด้วยกันได้ คนเข้าสังคมเก่งคิดและประพฤติตัวเหนือกว่าสิ่งที่เป็นที่ยอมรับทางวัฒนธรรม พวกเขาสามารถสื่อสารและทำให้ผู้คนสบายใจโดยไม่ละทิ้งความเป็นตัวเองและประเด็นที่อยากพูด แน่นอนว่านี่คือพื้นฐานของความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สมองปรารถนาและช่วยให้เราเติบโต ต่อไปนี้คือคุณลักษณะสำคัญของคนเข้าสังคมเก่ง
01.คนเข้าสังคมเก่งไม่พยายามกระตุ้นให้คู่สนทนาตอบสนองทางอารมณ์อย่างรุนแรง พวกเขาจะไม่คุยโวเกี่ยวกับความสำเร็จของตัวเองเพื่อกระตุ้นให้คู่สนทนาแสดงความรู้สึกทึ่ง และไม่พูดถึงความยากลำบากของตัวเองเกินจริงเพื่กระตุ้นให้อีกฝ่ายแสดงความเห็นใจ นี่มักเกิดขึ้นเมื่อหัวข้อสนทนาไม่ใช่เรื่องที่ต้องแสดงความรู้สึกอะไรมากมาย ซึ่งจะทำให้คนฟังอึดอัดใจเพราะรู้สึกเหมือนถูกกดดันให้แสร้งแสดงความรู้สึกออกมา
02.คนเข้าสังคมเก่งไม่พูดฟันธงเกี่ยวกับผู้คน การเมือง หรือความคิด วิธีที่รวดเร็วที่สุดที่จะทำให้ตัวเองดูไม่ฉลาดคือการพูดว่า “ความคิดแบบนี้น่ะผิด” (คุณอาจมองว่าผิด แต่ที่ความคิดนี้ยังคงอยู่ก็เพราะมีคนมองว่ามันถูกอย่างไรล่ะ) คนฉลาดจะพูดว่า “โดยส่วนตัวแล้วฉันไม่เข้าใจหรือไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้” การฟันธงเกี่ยวกับผู้คนหรือความคิดหมายถึงการไม่เปิดรับมุมมองอื่น ๆ เกี่ยวกับคนหรือความคิดนั้น นี่คือนิยามของคนโลกแคบและความไร้วิสัยทัศน์
03.คนเข้าสังคมเก่งไม่บอกปัดค่าวิจารณ์ทันที หรือตอบสนองทางอารมณ์อย่างรุนแรงจนกลายเป็นคนไม่น่าเข้าใกล้หรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ คนที่คบหาด้วยยากที่สุดคือคนที่รู้สึกถูกคุกคามเพียงเพราะได้รับคำแนะนำว่าพฤติกรรมของพวกเขาทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด และลงเอยด้วยการโกรธเคืองคนที่เตือน สุดท้ายปัญหาก็เลวร้ายลงกว่าเดิม คนเข้าสังคมเก่งจะรับฟังคำวิจารณ์ก่อนตอบสนอง เพราะการตอบสนองทางอารมณ์ทันทีโดยไม่พิจารณาคำวิจารณ์ให้ดีเป็นเพียงการปกป้องตัวเอง
- คนเข้าสังคมเก่งไม่คิดว่าความเห็นเกี่ยวกับใครสักคนของพวกเขาเป็นข้อเท็จจริง คนเข้าสังคมเก่งไม่พูดว่า “หมอนั่นมันงี่เง่า” ให้ฟังดูเหมือนข้อเท็จจริง แต่พวกเขาจะพูดว่า “ฉันเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับเขา ตอนนั้นฉันอึดอัดใจมาก”
- คนเข้าสังคมเก่งไม่เคยพูดถึงพฤติกรรมของผู้อื่นแบบเหมารวม พวกเขาไม่ใช้คำพูดว่า “ทุกครั้งคุณจะ...” หรือ “คุณไม่เคย....” เพื่ออธิบายประเด็นหนึ่ง ๆ ให้เห็นภาพ แต่จะแสดงเหตุผลของตัวเองโดยใช้ประโยคที่เริ่มต้นด้วยวลี “ฉันคิดว่า...” ซึ่งตรงข้ามกับการเริ่มด้วยคำว่า “คุณ...” พวกเขาพูดแบบนี้เพราะการเลือกคำพูดที่ไม่คุกคามผู้อื่นจะทำให้อีกฝ่ายเปิดรับมุมมองของพวกเขา และทำให้การพูดคุยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ
- คนเข้าสังคมเก่งพูดตรงประเด็น พวกเขาพูดสิ่งที่ต้องการจะพูดโดยไม่อ้อมค้อม อีกทั้งพูดอย่างใจเย็น เข้าใจง่าย กระชับ และตั้งใจ สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญคือการสื่อสารข้อความออกไป ไม่ใช่แค่การได้รับการตอบสนองจากผู้อื่น
- คนเข้าสังคมเก่งรู้จักแยกแยะอย่างสร้างสรรค์
พูดอีกอย่างคือ พวกเขารู้ว่าโลกไม่ได้หมุนรอบตัวพวกเขา จึงรับฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูดได้โดยไม่มานั่งกังวลว่าคำพูดนั้นอาจเป็นการต่อต้านพวกเขาเล็ก ๆ
พวกเขาสามารถที่จะเลิกเชื่อว่าผู้อื่นเป็นเหมือนตัวเอง และพยายามทำความเข้าใจมุมมองของอีกฝ่ายโดยไม่ทึกทักเอาเองว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องกับมุมมองของพวกเขา
- คนเข้าสังคมเก่งไม่พูดถึงความไม่รู้ของผู้อื่น
เมื่อคุณกล่าวหาว่าผู้อื่นเป็นฝ่ายผิด คุณกำลังทำให้พวกเขาปกป้องตัวเองมากขึ้น และนั่นก็จะปิดกั้นไม่ให้พวกเขาพิจารณามุมมองอื่น ๆ ถ้าคุณรับรองมุมมองของพวกเขาก่อน (“ประเด็นของคุณน่าสนใจมาก ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นมาก่อนเลย...”) แล้วค่อยแสดงความคิดเห็นของตัวเอง (“เมื่อไม่นานมานี้ฉันได้รู้ว่า...”) จากนั้นทำให้พวกเขารู้ว่าตัวเองยังมีสิทธิมีเสียงในการพูดคุยครั้งนี้ด้วยการถามความคิดเห็นของพวกเขา (“คุณคิดว่าอย่างไรบ้าง”) คุณก็จะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในบทสนทนาเรียนรู้ร่วมกัน แทนที่จะมัวแต่ปกป้องตัวเอง
- คนเข้าสังคมเก่งรับรองความรู้สึกของผู้อื่น
ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถการรับรองความรู้สึกของผู้อื่นคือการยอมรับว่าอีกฝ่ายรู้สึกตามนั้นจริง ๆ โดยไม่ใช้ตรรกะแล้วเมินเฉย ปฏิเสธ หรือเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนั้น (เช่น“วันนี้ฉันรู้สึกเศร้าจัง” “แหม จะเศร้าไปทำไม ชีวิตคุณดีออก!”) ความเข้าใจผิดมหันต์เกี่ยวกับเรื่องนี้คือ การรับรองความรู้สึกเป็นเรื่องเดียวกับการรับรองความคิด มีความคิดมากมายที่ไม่จําเป็นหรือไม่ควรได้รับการรับรอง แต่ความรู้สึกของทุกคนเป็นสิ่งที่สมควรถูกรับรู้ ยอมรับ และเคารพ การรับรองความรู้สึกของผู้อื่นคือการรับรองตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา แม้คุณจะรับมือต่างออกไปถ้าอยู่ในจุดเดียวกันก็ตาม พูดอีกอย่างคือ คุณควรรับรองสิ่งที่ผู้อื่นเป็น แม้พวกเขาจะแตกต่างจากคุณ
- คนเข้าสังคมเก่งรู้ว่า “ด้านมืด” ของพวกเขามีความเชื่อมโยงกับลักษณะเฉพาะ พฤติกรรม และนิสัยของผู้อื่นที่ทำให้พวกเขาหงุดหงิด การที่คนคนหนึ่งเกลียดชังนักการเมืองที่เผยแพร่ข้อมูลผิด ๆ สะท้อนว่าพวกเขากลัวว่าตัวเองจะหัวทึบหรือมีคุณสมบัติไม่เพียงพอ หรือการที่คนคนหนึ่งไม่พอใจเพื่อนที่เอาแต่นิ่งเฉยอาจหมายความว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะยอมให้ผู้อื่นควบคุมชีวิต ความเชื่อมโยงเช่นนี้ไม่ได้ปรากฏชัดเจนเสมอไป แต่ถ้าคุณมีการตอบสนองทางอารมณ์อย่างรุนแรง ก็แสดงว่ามีความเชื่อมโยงอยู่ เพราะถ้าคุณไม่ชอบบางสิ่งจริง ๆ คุณคงเลิกยุ่งกับมันไปแล้ว
11.คนเข้าสังคมเก่งไม่โต้เถียงกับคนที่แค่อยากเอาชนะโดยไม่เรียนรู้ คุณจะรู้ว่านี่เป็นเรื่องจริงเมื่อมีคนเริ่ม “หาเรื่อง” โต้เถียง หรือหันไปใช้ตรรกะห่วย ๆ เพียงเพื่อให้ตัวเองดูเหนือกว่า คนเข้าสังคมเก่งรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ เติบโต และเชื่อมโยงกัน พวกเขาจึงไม่พยายามบังคับใครให้ทำเช่นนั้น
12.คนเข้าสังคมเก่งฟังเพื่อรับฟัง ไม่ใช่เพื่อตอบสนองขณะที่ฟังผู้อื่นพูด พวกเขาไม่ได้จดจ่อว่าตัวเองจะตอบสนองอย่างไร แต่จดจ่อกับถ้อยคำที่ผู้อื่นเปล่งออกมา นี่คือสิ่งที่รู้จักกันว่าการฝึก “สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้อื่น (Holding space)” ซึ่งเป็นการฝึกฝนที่อยู่เหนือการฝึกฝนอื่น ๆ
13.คนเข้าสังคมเก่งไม่โพสต์สิ่งที่พวกเขาไม่กล้าเปิดให้พ่อแม่ดู อธิบายให้ลูกฟัง หรือแสดงให้นายจ้างเห็นบนโลกออนไลน์ นอกจากข้อเท็จจริงที่ว่าหนึ่งในเหตุการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้นในสักวัน การโพสต์สิ่งที่คุณไม่กล้าสนับสนุนอย่างมั่นใจยังหมายความว่าคุณกำลังไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง (คุณทำสิ่งนั้นลงไปเพราะมีบางแง่มุมที่อยากให้ผู้อื่นยอมรับ)
- คนเข้าสังคมเก่งไม่มองว่าตัวเองเป็นผู้ตัดสินความถูกต้อง พวกเขาไม่พูดว่า “คุณเป็นฝ่ายผิด” แต่จะพูดว่า “ฉันคิดว่าคุณเป็นฝ่ายผิด”
- คนเข้าสังคมเก่งไม่ “พูดจาให้ร้ายฝ่ายตรงข้าม” หรือโจมตีตัวบุคคลเพื่อหักล้างประเด็นสำคัญ
“การพูดจาให้ร้ายฝ่ายตรงข้าม” หมายถึงการโจมตีลักษณะนิสัยของผู้อื่น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากประเด็นสำคัญ (ที่อาจสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง)
ตัวอย่างเช่น ถ้าคนที่กินช็อกโกแลตแท่งวันละ 3 ชิ้นพูดว่า “ฉันคิดว่าเด็กๆไม่ควรกินขนมในแต่ละวันมากเกินไป” คนเข้าสังคมเก่งจะไม่สวนกลับว่า
“คุณกล้าพูดออกมาได้ยังไง” เพราะพวกเขาสามารถพิจารณาคำกล่าวได้อย่างเป็นกลางโดยไม่โจมตีผู้พูด โดยปกติแล้วคนที่มีปัญหากับเรื่องหนึ่งๆมากที่สุดจะพูดความสำคัญของเรื่องนั้นได้อย่างตรงไปตรงมา (แม้โดยผิวเผินแล้วจะฟังดูย้อนแย้งก็เถอะ)
- คนเข้าสังคมเก่งมองเห็นความสําคัญของความสัมพันธ์กับตัวเองเป็นอันดับหนึ่ง และพัฒนาความสัมพันธ์นั้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คนเข้าสังคมเก่งเข้าใจประเด็นสำคัญที่ว่าความสัมพันธ์อันดีของคุณกับผู้อื่นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณมีความสัมพันธ์อันดีกับตัวเอง
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
5 เมนูอาหารไทย ที่ชาวต่างชาติติดใจที่สุด
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
ประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุด
10 อันดับ ภาษาที่ยากที่สุดในโลก ท้าทายสมองจนต้องร้องขอชีวิต
อยู่ดี ๆ คนก็แห่ไปลาว…สัญญาณบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น?
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
5 เมนูอาหารไทย ที่ชาวต่างชาติติดใจที่สุด
จังหวัดในประเทศไทยที่อากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี
ไม่มีเวลาเข้าวัด ได้บุญไหม? แชร์ 3 วิธีสร้าง "กล้ามเนื้อบุญ" ง่ายๆ ได้ทุกวัน
ฟัวกราส์ (Foie Gras) เบื้องหลังความอร่อยที่แลกมาด้วยความทรมานของห่าน
รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อิหร่าน 16 ล้านบาท
เที่ยวบินของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ถูกยกเลิกอย่างเร่งด่วนหลังจาก "ประตูห้องโดยสารถูกกระแทกจนเอียงโดยสะพานเทียบเครื่องบิน"