หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปวดหัวไมเกรนบ่อยห้ามพลาด! "ชีส-ไวน์-ช็อกโกแลต" ตัวการร้าย และ 4 สารอาหารช่วยสยบอาการ

แปลโดย มะม่วงแอปเปิ้ล

เคยสงสัยไหมว่าทำไม อาการปวดหัวไมเกรน มักจะกำเริบขึ้นมาในวันที่เราควรจะได้พักผ่อน หรือหลังจากทานอาหารมื้อพิเศษ? ล่าสุด พญ. หลี่ ลี่ฮวา ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา ได้ออกมาเตือนว่า อาหารยอดฮิตที่เราทานกันบ่อยๆ อาจเป็น "อาหารกระตุ้นไมเกรน" ที่ทำให้เส้นประสาทและหลอดเลือดในสมองทำงานผิดปกติ

ทำไม ชีส ไวน์ และช็อกโกแลต ถึงทำให้ปวดหัว?

ตัวการสำคัญที่ซ่อนอยู่ในอาหารกลุ่มนี้คือสารที่ชื่อว่า "ไทรามีน" (Tyramine) ซึ่งพบมากในอาหารจำพวก ชีสบ่ม (Aged Cheese), ไวน์แดง และช็อกโกแลต สารไทรามีนมีฤทธิ์กระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ที่มีร่างกายไวต่อสิ่งเร้าหรือมีโรคประจำตัวเป็นไมเกรนอยู่แล้ว สารนี้จะเข้าไป "จุดชนวน" ให้เกิดอาการปวดหัวข้างเดียวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหากทานในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีความเครียดสะสมจากการเดินทางและแสงแดด

4 สารอาหารช่วยลดไมเกรน ปรับสมดุลระบบประสาท

นอกจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นแล้ว การเติม สารอาหารลดไมเกรน เข้าสู่ร่างกายถือเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลในระยะยาว โดยมี 4 สารอาหารหลักที่งานวิจัยรองรับ ดังนี้:

  1. วิตามินบี 2 (Riboflavin): ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานในเซลล์สมอง ลดความถี่ในการปวด

  2. โคเอนไซม์ คิวเท็น (Coenzyme Q10): สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยรักษาความเสถียรของระบบประสาทและหลอดเลือด

  3. แมกนีเซียม (Magnesium): ช่วยให้หลอดเลือดคลายตัว และควบคุมการส่งสัญญาณประสาทไม่ให้ทำงานหนักเกินไป

  4. วิตามินดี (Vitamin D): ช่วยลดการอักเสบในร่างกายและปรับสมดุลสารเคมีในสมอง

แหล่งอาหารธรรมชาติที่แนะนำ: เน้นทานธัญพืชไม่ขัดสี, ถั่วเหลือง, เห็ด, ผักใบเขียวเข้ม, สาหร่าย และถั่ววอลนัท เพื่อรับวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ

วิธีแก้ปวดหัวไมเกรนเบื้องต้นและการป้องกัน

การรักษาไมเกรนไม่ใช่เพียงแค่การทานยาแก้ปวดเมื่อมีอาการ แต่คือการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Modification):

สรุป: หากคุณมีอาการปวดหัวเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ควรนิ่งนอนใจหรือซื้อยาทานเองต่อเนื่องเป็นเวลานาน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และปรับแผนการดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับร่างกายของคุณครับ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"แป๊ะกง" ให้เลขเด็ดงวด 1/4/69ถอดรหัสปริศนา "แม่ตะเคียนให้โชค" ลุ้นรวยงวดวันที่ 1 เมษายน 2569เผยเทคนิค "ซื้อหวยยังไงให้ถูกรางวัล"..รับประกันถูกแน่นอน!การลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้น จำนวนมหาศาลจากประเทศกัมพูชาเข้าไทย"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?รายได้ช่างไฟฟ้าแรงสูง เงินเดือนจริงสูงแค่ไหน"แต๋วจ๋าพารวย" งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คืนความสุขสู่ความรวยอำเภอที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ล่าสุดของประเทศไทยธุรกิจ "ไก่ย่างห้าดาว"เป็นของใคร? แบรนด์แฟรนไชส์อาหารเก่าแก่ ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทยจังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุดแค่ 3 พยัญชนะ! จังหวัดไทยที่สั้นที่สุดในประเทศไทยอันดับประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกประจำปี 2026
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หลอกโอนเงิน ยุค 5G อย่าหลงกลจนเงินหายวับ!3 ประเทศที่มีการเล่นหวยมากที่สุดในโลกเปลี่ยนห้องพักหรูเป็นสระไร้ขอบ! บทเรียนราคาแพงของคู่รักออสเตรเลียในจีนเลขเด็ด "เสือตกถัง (ปกฟ้า)" งวดวันที่ 1 เมษายน 69..รีบส่องเลย ก่อนหวยหมดแผง!!เปิด 5 พิกัด "เรื่องผีฮ่องกง" สุดสยอง ย้อนรอยตำนานเฮี้ยนยุคสงครามโลกครั้งที่ 2บริษัทใหญ่ของไทย ที่คนไทยรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
PFAS คืออะไร? ใกล้ตัวกว่าที่คิด…แค่ใช้กระทะ-ถุงกระดาษ ก็เสี่ยงสะสมสารเคมีโดยไม่รู้ตัว“กลิ่นเต่า‼️” ปัญหาโลกแตก🤯🤯อย่าทิ้ง! 5 ประโยชน์ของ "ฝาทิชชู่เปียก" เคล็ดลับ DIY ของใช้ในบ้านที่คาดไม่ถึงเปิดอันดับประเทศเน็ตแรงที่สุดปี 2026 ไทยอยู่อันดับไหน
ตั้งกระทู้ใหม่