อีกครั้งกับราคาทองคำ(ร่วง)?
ทองคำกำลังหมดค่าท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์หรือไม่? ทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจนหลุดระดับ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะมีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ตาม
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสาเหตุหลักมาจาก ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น จนกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อและลดความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลให้ ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยอย่างทองคำแทนที่จะใช้ตรรกะการป้องกันความเสี่ยงแบบเดิมๆ
ทำไมราคาทองคำถึงลดลงล่ะทั้งๆที่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ล่ะ?
สาเหตุหลักที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงแม้จะมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรง เป็นผลมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่เข้ามามีบทบาทเหนือกว่าตรรกะการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ คือ แม้จะมีการเพิ่มมูลค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน "ตรรกะการป้องกันความเสี่ยง" ล้มไม่ได้ล้มเหลว
แต่มันถูกแทนที่ด้วย "การเพิ่มมูลค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ" และนโยบายอัตราดอกเบี้ย
ณ ตอนนี้ ตลาดได้เปลี่ยนจุดสนใจไปที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสภาพคล่องมหภาคและนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มากกว่าความเสี่ยงทางการเมืองเพียงอย่างเดียว ต่อมา คือ ห่วงโซ่ผลกระทบจากราคาน้ำมัน (Oil vs Gold) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น การโจมตีโรงงานพลังงานในอิหร่านและการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซ) ส่งผลให้ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
ซึ่งราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนี้แบบกลายเป็นปัจจัยลบต่อทองคำผ่านห่วงโซ่ กล่าวคือ เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น → เกิดการกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ → กดดันให้ความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยลดลง → ทองคำจึงต้องตกเป็นเหยื่อของสภาพแวดล้อมแบบนี้
ส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น
สิ่งนี้ทำให้ต้นทุนในการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นักลงทุนจึงเลือกย้ายเงินทุนเข้าสู่ดอลลาร์แทนในสภาพคล่องที่ตึงตัว ปกติแล้วการปรับตัวลดลงของความคาดหวังเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงดีดตัวสูงขึ้น ประกอบกับสภาพคล่องในตลาดที่ตึงตัวขึ้นเนื่องจากความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลดลง ทั้งหมด......ล้วนเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
แล้วววว อย่างนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และทองคำจะเป็นอย่างไร?
ความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และทองคำในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นห่วงโซ่การส่งผ่านที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า "ราคาน้ำมันหันมาต่อต้านทองคำ" (Oil turns against gold) ซึ่งขัดกับความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าทองคำควรจะมีราคาสูงขึ้นเมื่อเกิดความเสี่ยง
โดยสามารถสรุปกลไกความสัมพันธ์ได้คร่าวๆ คือ ราคาน้ำมันครับ. ราคาน้ำมันจะเป็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น การโจมตีโรงงานพลังงาน) ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยนี้จะกระตุ้นความคาดหวังเรื่องอัตราเงินเฟ้อโดยตรง เนื่องจากน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตและขนส่งหลัก
เมื่อพูดถึง อัตราเงินเฟ้อกดดันนโยบายการเงินกันบ้าง... เมื่อแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงหรือยืดเยื้อ ตลาดจะเริ่มกังวลแล้วล่ะว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะไม่ลดอัตราดอกเบี้ย หรืออาจถึงขั้นพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ทั้งหมดจึงกระทบต่อราคาทองคำในที่สุด...
เมื่อความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยลดลง จะส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย ต้นทุนในการถือครองทองคำจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำให้นักลงทุนเทขายทองคำและเปลี่ยนไปถือครองดอลลาร์แทน ภาวะเงินเฟ้อ จึงส่งผลเสียต่อทองคำในระยะเวลาต่อมา ในบริบทปัจจุบัน ตราบใดที่ราคาน้ำมันยังคงสูงและอุปทานพลังงานก็ยังติดขัด
ทองคำจะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากนโยบายดอกเบี้ยสูง ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำลดลงสวนทางกับความตึงเครียดทางการเมือง
ในทางกลับกัน หากมีสัญญาณว่าความขัดแย้งคลี่คลายและราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง แรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อจะลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะช่วยคืนความคาดหวังเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ย และกลับมาเป็นแรงสนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์นี้เป็นเพียง การปรับฐานระยะสั้น ในตลาดกระทิง เนื่องจากปัจจัยหนุนระยะยาว อย่างการเข้าซื้อของธนาคารกลางและทิศทางดอกเบี้ยขาลงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้นักลงทุนจะใช้กลยุทธ์ สะสมทองคำเพื่อถือครองระยะยาวแทนการเก็งกำไรระยะสั้นในช่วงที่ราคามีความผันผวนสูงเช่นนี้....
อย่างไรก็ตาม ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันถูกมองว่า "ไม่สามารถย้อนกลับได้" ทำให้ทองคำยังคงมีมูลค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยขั้นสุดท้ายในที่สุด
จนแล้วจนรอดการลดลงครั้งนี้เป็นเพียง "การปรับฐานอย่างรุนแรงภายในตลาดกระทิง" มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนทิศทางเป็นขาลงอย่างถาวรเนื่องจากมูลค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยระยะยาวยังคงอยู่ และการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นฐานที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ
เขียนโดย ชตระกูล ศรีสวัสดิ์
5 อาชีพที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากทำ แต่ประเทศต้องมี
เปิดโพยสลากปกเขียว งวด 16 พ.ย. 69 เลข 2 ตัวมาเป็นชุด จับตาเลขเบิ้ล
แนวทางเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ VIP" งวด 16 พ.ย. 69 ให้เลขเด่นและเลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ
แบรนด์จักรยานสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในปัจจุบัน
5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาท
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
ไทยเสี่ยงตายโดดเดี่ยวขั้นต่ำปีละ 47,000 คน เปิดแผนรับมือผู้สูงอายุด้วย ‘3 ค’
รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
เลขแม่นล่างเน้นเลขเด่นวงกลม เปิด 4 คู่สองตัว พร้อมวิเคราะห์ตำแหน่งเลข งวด 16 พฤศจิกายน 2569
แบรนด์จักรยานสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในปัจจุบัน
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569


![[ชตระกูล ศรีสวัสดิ์] วันที่เส้นแบ่งเขตอธิปไตยถูกทำลายลง
ในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยใหม่ มีเหตุการณ์ไม่กี่เหตุการณ์ที่ท้าทายเส้นแดงหลักของรัฐอธิปไตยอย่างตรงไปตรงมา](https://us-fbcloud.net/wb/data/1675/1675163-img.xr5yug.1p.webp)




