Netflix ไม่ได้เริ่มจาก Streaming ย้อนเส้นทาง 29 ปี จาก DVD ถึงวันนี้
ถ้าพูดถึง Netflix ในวันนี้ ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคงเป็นแอปสีดำแดง เปิดขึ้นมาแล้วเลือกหนัง ซีรีส์ หรือสารคดีดูได้ทันทีจากมือถือ ทีวี หรือคอมพิวเตอร์
แต่ Netflix ที่เราคุ้นเคยทุกวันนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจาก Streaming
ย้อนกลับไปปี 1997 บริษัทแห่งนี้ยังเป็นเพียงธุรกิจเล็ก ๆ ที่กำลังทดลองหาวิธีใหม่ในการให้คนเช่าหนัง โดยสิ่งที่ส่งถึงบ้านลูกค้าไม่ใช่สัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่คือ แผ่น DVD ในซองทางไปรษณีย์
และกว่าที่ Netflix จะเดินทางมาถึงจุดที่มีสมาชิกแบบชำระเงินเกิน 325 ล้านบัญชีในปี 2025 บริษัทต้องเปลี่ยนตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
1997: Netflix ถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร
Netflix ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 1997 โดย Reed Hastings และ Marc Randolph ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ในช่วงแรก Netflix ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนบริการ Streaming เลย บริษัทกำลังทดลองโมเดลธุรกิจเกี่ยวกับการขายและให้เช่า DVD ผ่านอินเทอร์เน็ต
Netflix เปิดเว็บไซต์ให้เช่า DVD อย่างเป็นทางการในปี 1998 โดยในเวลานั้นลูกค้าสามารถเลือกหนังผ่านเว็บไซต์ แล้วรอแผ่นส่งมาถึงบ้านทางไปรษณีย์
ลองนึกภาพยุคนั้นดู
ถ้าอยากดูหนัง คนจำนวนมากยังต้องขับรถไปร้านเช่าวิดีโอ เดินหาแผ่นที่ต้องการ แล้วนำกลับบ้าน ก่อนจะต้องเอาไปคืนตามกำหนด
Netflix กำลังเสนอวิธีคิดใหม่ว่า
ไม่ต้องไปร้าน ให้หนังเดินทางมาหาคุณ
แล้วเรื่องค่าปรับ 40 ดอลลาร์จริงไหม?
นี่เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่โด่งดังที่สุดเกี่ยวกับ Netflix
เรื่องที่ถูกเล่าซ้ำมานานคือ Reed Hastings เคยคืนวิดีโอ Apollo 13 ช้าและโดนค่าปรับประมาณ 40 ดอลลาร์ จนเกิดความคิดว่า ทำไมธุรกิจเช่าหนังไม่คิดแบบสมาชิกเหมือนฟิตเนส คือจ่ายค่ารายเดือนแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องค่าปรับ
เรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความคิดของ Hastings จริง แต่ ไม่ควรนำมาเขียนว่าเป็นต้นกำเนิด Netflix แบบฟันธง
Marc Randolph ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix อธิบายในภายหลังว่า เรื่อง Apollo 13 และค่าปรับ 40 ดอลลาร์เป็นเรื่องเล่าที่ช่วยอธิบายปัญหาได้ดี แต่ไม่ได้สะท้อนกระบวนการก่อตั้งบริษัททั้งหมด และในช่วงแรก Netflix เองก็ยังมีค่าปรับคืนช้าอยู่ด้วย
ความจริงจึงน่าสนใจกว่าเรื่อง “ไอเดียผุดขึ้นมาในคืนเดียว”
Netflix เกิดจากการทดลอง คุยกัน และค่อย ๆ หาว่า อะไรคือวิธีส่งหนังให้คนต้องการกลับมาใช้บริการอีก
1999: จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้เกิดตอนเริ่ม Streaming
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมากเกิดขึ้นก่อน Streaming หลายปี
ในปี 1999 Netflix เปิดระบบสมาชิกแบบรายเดือน โดยไม่ต้องมีวันกำหนดคืนและไม่มีค่าปรับแบบเดิม สมาชิกสามารถเลือกหนังที่ต้องการ และเมื่อคืนแผ่นแล้ว Netflix ก็ส่งแผ่นถัดไปตามคิวที่ลูกค้าเลือกไว้
นี่อาจฟังดูธรรมดาสำหรับคนยุคนี้
แต่สำหรับธุรกิจเช่าหนังในเวลานั้น มันเปลี่ยนวิธีคิดไปมาก
จากเดิมที่ลูกค้าคิดว่า
“ฉันจะเช่าหนังเรื่องนี้”
กลายเป็น
“ฉันเป็นสมาชิก Netflix และ Netflix จะจัดส่งหนังที่ฉันอยากดูมาให้”
Netflix จึงไม่ได้ขายแค่ “แผ่นหนัง”
แต่กำลังสร้าง ความสัมพันธ์แบบต่อเนื่องกับสมาชิก
และนั่นกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของธุรกิจในเวลาต่อมา
2007: Netflix กล้าทิ้งสิ่งที่ตัวเองถนัด
ถ้าจะหา “จุดหักเห” ที่ทำให้ Netflix กลายเป็น Netflix ในแบบที่เรารู้จักในวันนี้ ปี 2007 คือปีที่ต้องพูดถึง
Netflix เริ่มนำบริการ Streaming มาใช้ ทำให้ผู้ชมสามารถรับชมเนื้อหาผ่านอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องรอแผ่น DVD ส่งมาถึงบ้าน
Netflix เองอธิบายการเปลี่ยนผ่านครั้งนั้นว่า เมื่อความเร็วบรอดแบนด์เพิ่มขึ้น บริษัทจึงเปลี่ยนจากธุรกิจ DVD-by-mail ไปสู่ Streaming ในปี 2007
นี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก เพราะในเวลานั้นธุรกิจ DVD ยังเป็นสิ่งที่ Netflix ทำเป็นหลัก
พูดง่าย ๆ คือ บริษัทกำลังเลือกว่าจะ
ปกป้องธุรกิจเดิม
หรือ
สร้างธุรกิจใหม่ก่อนที่ธุรกิจเดิมจะหมดความสำคัญ
Netflix เลือกอย่างหลัง
2013: Netflix ไม่อยากเป็นแค่ “ที่ดูหนัง”
การเปลี่ยนครั้งต่อมาเกิดขึ้นเมื่อ Netflix เริ่มก้าวเข้าไปสู่การสร้าง Original Content
ปี 2013 House of Cards กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของ Netflix ในการเข้าสู่ยุคผลิตคอนเทนต์ของตัวเอง โดยซีรีส์เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2013
ความหมายของการสร้างคอนเทนต์เองมีมากกว่าการมีซีรีส์ดังเพิ่มขึ้นหนึ่งเรื่อง
เพราะ Netflix กำลังเปลี่ยนสถานะจาก
แพลตฟอร์มที่รวบรวมหนังของคนอื่น
ไปสู่
บริษัทที่สามารถสร้างและเป็นเจ้าของคอนเทนต์ของตัวเอง
หลังจากนั้น Netflix ก็เดินหน้าสร้างและลงทุนกับคอนเทนต์ในหลายประเทศมากขึ้น
2016: Netflix ไม่ได้คิดแค่ตลาดอเมริกาอีกต่อไป
ปี 2016 เป็นอีกก้าวใหญ่ เมื่อ Netflix ขยายบริการไปทั่วโลกในวงกว้าง
Netflix ระบุว่าในช่วงเวลานั้นบริษัทขยับจากการให้บริการในประมาณ 60 ประเทศ ไปสู่ 190 ประเทศ ในปีเดียวกัน
นี่ทำให้ Netflix ต้องเปลี่ยนตัวเองอีกครั้ง
เพราะการนำคอนเทนต์อเมริกันไปขายทั่วโลกอย่างเดียวไม่เพียงพอ
ผู้ชมแต่ละประเทศมีภาษา วัฒนธรรม และความชอบแตกต่างกัน
Netflix จึงต้องเรียนรู้การลงทุนในเรื่องราวจากหลายประเทศ และในเวลาต่อมาเรื่องราวจากเอเชียก็กลายเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ระดับโลกของบริษัท
แล้ว Netflix เข้ามาไทยเมื่อไหร่?
Netflix เริ่มให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2016 และในวันที่ 27 เมษายน 2017 บริษัทเปิดอินเทอร์เฟซภาษาไทย พร้อมคำบรรยายและเสียงพากย์ภาษาไทยสำหรับเนื้อหาจำนวนมาก
การทำให้บริการ “เป็นภาษาไทย” จึงไม่ได้เป็นเพียงการแปลเมนู
แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้แพลตฟอร์มระดับโลกเข้ากับตลาดท้องถิ่นมากขึ้น
ปัจจุบัน Netflix ก็ยังลงทุนกับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง โดย Netflix ระบุว่าในช่วงปี 2021–2024 บริษัทลงทุนกับคอนเทนต์ท้องถิ่นในไทย 200 ล้านดอลลาร์ และมีนักแสดงกับทีมงานในไทยมากกว่า 13,500 คนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต
2023: ซองแดงที่เคยเป็นหัวใจของ Netflix หายไปจากธุรกิจ
มีภาพหนึ่งที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของ Netflix ในยุคแรก
ซองสีแดง
เป็นซองที่ใช้ส่ง DVD ไปถึงบ้านสมาชิก
แต่ในวันที่ 29 กันยายน 2023 Netflix จัดส่ง DVD แผ่นสุดท้าย และปิดฉากธุรกิจ DVD-by-mail หลังดำเนินมาประมาณ 25 ปี
น่าสนใจตรงที่ Netflix ไม่ได้มอง DVD ว่าเป็นความผิดพลาด
ในทางกลับกัน บริษัทระบุว่าธุรกิจ DVD เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างแนวคิดเรื่อง ทางเลือกและการควบคุมการรับชมของสมาชิก ซึ่งกลายมาเป็นพื้นฐานของธุรกิจในยุค Streaming
จากซองแดงที่เคยเดินทางไปตามบ้าน
วันนี้การส่งหนังของ Netflix เหลือเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากเรากดปุ่มเล่น
แล้ว Netflix วันนี้ใหญ่แค่ไหน?
ข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้จากรายงานของบริษัทสำหรับปี 2025 แสดงให้เห็นว่า Netflix มาไกลจากธุรกิจ DVD อย่างมาก
ในปี 2025 Netflix มีรายได้ประมาณ 45.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2024 และมี Operating Income ประมาณ 13.33 พันล้านดอลลาร์
เอกสารทบทวนผลการดำเนินงานปี 2025 ของบริษัทระบุว่า Netflix มีสมาชิกแบบชำระเงิน มากกว่า 325 ล้านบัญชี และรายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า เป็นมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม มีจุดหนึ่งที่ควรรู้ไว้เวลาอ่านตัวเลข Netflix ในข่าวเก่า
ตั้งแต่ปี 2025 Netflix ยุติการรายงานจำนวนสมาชิกเป็นตัวชี้วัดหลักแบบเดิม และหันมาให้น้ำหนักกับรายได้และ Operating Margin มากขึ้น
แปลว่าในอนาคต การถามว่า “Netflix มีสมาชิกกี่คน?” อาจไม่ใช่วิธีเดียวที่จะใช้วัดความแข็งแรงของบริษัทอีกต่อไป
Timeline: จาก DVD สู่ Netflix ที่เรารู้จัก
| ปี | จุดเปลี่ยน |
|---|---|
| 1997 | Reed Hastings และ Marc Randolph ก่อตั้ง Netflix |
| 1998 | เปิดบริการเช่า DVD ผ่านเว็บไซต์ |
| 1999 | เริ่มระบบสมาชิกแบบรายเดือน |
| 2007 | เปิดตัว Streaming |
| 2013 | ก้าวสำคัญสู่ Original Content กับ House of Cards |
| 2016 | ขยายบริการไปประมาณ 190 ประเทศ |
| 2016 | เริ่มให้บริการในประเทศไทย |
| 2023 | ส่ง DVD แผ่นสุดท้าย ปิดธุรกิจ DVD |
| 2025 | รายได้ประมาณ 45.18 พันล้านดอลลาร์ และสมาชิกแบบชำระเงินเกิน 325 ล้านบัญชี |
ข้อมูล Timeline อ้างอิงจาก Netflix และแหล่งประวัติศาสตร์/ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคำว่า “Netflix ประสบความสำเร็จ”
ถ้ามองย้อนกลับไป Netflix ไม่ได้มีเทคโนโลยีวิเศษที่ทำให้บริษัทชนะตั้งแต่วันแรก
สิ่งที่เห็นได้ชัดกว่าคือ ความสามารถในการเปลี่ยนตัวเอง
เริ่มจากการขายและเช่า DVD
→ เปลี่ยนมาเป็นสมาชิกแบบรายเดือน
→ เปลี่ยนจากแผ่นมาเป็น Streaming
→ เปลี่ยนจากผู้จัดจำหน่ายมาเป็นผู้สร้างคอนเทนต์
→ เปลี่ยนจากบริษัทที่เน้นตลาดอเมริกาเป็นแพลตฟอร์มระดับโลก
→ และวันนี้ยังเดินหน้าขยายไปสู่โฆษณา เกม ประสบการณ์ถ่ายทอดสด และรูปแบบการรับชมใหม่ ๆ
ดังนั้น ถ้าถามว่า
“Netflix เริ่มจากอะไร?”
คำตอบคือ ธุรกิจ DVD
แต่ถ้าถามว่า
“อะไรทำให้ Netflix เดินทางมาถึงวันนี้?”
คำตอบน่าจะไม่ใช่ DVD และไม่ใช่ Streaming เพียงอย่างเดียว
มันคือการที่บริษัท ไม่ยอมคิดว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ จะต้องเป็นธุรกิจเดียวกับที่ประสบความสำเร็จในวันพรุ่งนี้
และบางที นี่อาจเป็นเรื่องที่น่าสนใจกว่าการจำว่า Netflix ก่อตั้งในปี 1997 เสียอีก
Fact Check สำคัญ
จริง: Netflix ก่อตั้งในปี 1997 โดย Reed Hastings และ Marc Randolph
จริง: Netflix เปิดบริการเช่า DVD ทางอินเทอร์เน็ตในปี 1998
จริง: Netflix เปิดบริการ Streaming ในปี 2007
จริง: House of Cards เป็นหมุดหมายสำคัญของการเข้าสู่ Original Content ในปี 2013
จริง: Netflix ส่ง DVD แผ่นสุดท้ายในวันที่ 29 กันยายน 2023
ต้องระวัง: เรื่อง “ค่าปรับ 40 ดอลลาร์จาก Apollo 13 คือจุดกำเนิด Netflix” เป็นเรื่องเล่าที่มีการโต้แย้งจาก Marc Randolph จึงไม่ควรเขียนเป็นข้อเท็จจริงเด็ดขาด
Netflix — DVD Final Season / Final Shipment
Netflix — Thanks for Watching
Netflix — Made in Asia. Watched by the World
Netflix Thailand — “สวัสดี” Netflix พร้อมให้บริการในภาษาไทยแล้ว
Netflix — 2025 Annual Report / SEC Filing
Netflix 2025 Year in Review
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
เลขเด็ด "ปฏิทินท่านท้าวเวสสุวรรณ" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
กรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท
6 งานวัดและตลาดนัดชุมชนไทย ที่ไปจัดต่างประเทศแล้วกลายเป็นเทศกาลวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่
ทะเลาะกับแฟนแล้วซื้อประชด! สาวดวงปังคว้าแจ็กพอต 80 ล้านเข้าบัญชีแบบงงๆ
8 บริการสามล้อและตุ๊กตุ๊กไทย ที่ไปวิ่งในปารีสแล้วกลายเป็นรถนำเที่ยวราคาสูงลิบ
4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุด
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
5 คอร์สสอนทำอาหารไทย ที่ต่างชาติยอมบินมาเรียนถึงต้นตำรับ
ตำนานวัวธนู
6 วัฒนธรรมการกินแบบ “ขันโตก” ที่ต่างชาตินำไปต่อยอดเป็นงานเลี้ยงแบบ Sharing
ของเล่นยุค 90 ที่เคยซื้อหลักร้อย วันนี้บางรุ่นราคาหลักหมื่น
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
สังหรณ์มรณะ! หรือโชคชะตาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้? เรื่องราวของเด็กสาวผู้ทำนายวันตายของตัวเองได้อย่างแม่นยำ
6 เกลือขัดผิวจากเกลือทะเลไทย ที่เดินทางไกลจนกลายเป็นสกินแคร์ในตลาดต่างประเทศ
งมกุ้งในคลอง! เจอเครื่องเบญจรงค์สภาพสมบูรณ์ 100% ขายได้ 18 ล้าน
8 บริการสามล้อและตุ๊กตุ๊กไทย ที่ไปวิ่งในปารีสแล้วกลายเป็นรถนำเที่ยวราคาสูงลิบ




