10 จังหวัดของไทย ที่ตั้งชื่อจากภาษาต่างประเทศ
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับ “ชื่อจังหวัดในประเทศไทย” แล้วก็ทำให้ต้องหยุดคิดอยู่ครู่ใหญ่ เพราะที่ผ่านมาเราหลายคนคุ้นเคยกับชื่อจังหวัดต่าง ๆ จนรู้สึกว่าเป็นคำไทยที่ใช้กันมาตั้งแต่ดั้งเดิม แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไปจึงพบว่า ชื่อจังหวัดจำนวนไม่น้อยแท้จริงแล้วมีรากศัพท์มาจากภาษาต่างประเทศที่เข้ามามีอิทธิพลต่อดินแดนไทยตั้งแต่อดีตกาล
ประเทศไทยมีทั้งหมด 77 จังหวัด แต่ในจำนวนนี้มีหลายจังหวัดที่ชื่อมีที่มาจากภาษามลายู บาลี หรือสันสกฤต ซึ่งเป็นภาษาที่มีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรม ศาสนา และการติดต่อค้าขายของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายาวนานนับร้อยปี
จังหวัดแรกที่หลายคนอาจคุ้นหูที่สุดก็คือ
ภูเก็ต ชื่อของจังหวัดนี้เชื่อกันว่ามาจากคำในภาษามลายูว่า “บูกิต” หรือ “Bukit” ซึ่งมีความหมายว่า “ภูเขา” สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศของเกาะที่เต็มไปด้วยเนินเขาและภูเขาจำนวนมาก ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไปคำดังกล่าวจึงเพี้ยนเสียงกลายมาเป็น “ภูเก็ต” อย่างที่เราเรียกกันในปัจจุบัน
ถัดมาคือ ยะลา จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ชื่อมีรากมาจากภาษามลายูคำว่า “Jala” ซึ่งหมายถึง “แหจับปลา” สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตที่ผูกพันกับแม่น้ำลำคลองและการทำประมงเป็นหลัก
อีกจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานก็คือ ปัตตานี ซึ่งเชื่อว่ามาจากคำในภาษามลายูว่า “Petani” แปลว่า “ชาวนา” หรือ “ผู้ทำการเกษตร” บ่งบอกถึงอาชีพหลักของผู้คนในพื้นที่มาแต่โบราณ
ส่วน สตูล ก็มีที่มาจากภาษามลายูเช่นกัน โดยคำว่า “Setul” เป็นชื่อของผลไม้ชนิดหนึ่งในตระกูลเดียวกับมังคุด ก่อนจะกลายมาเป็นชื่อจังหวัดอย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
ขณะที่จังหวัดทางภาคใต้ฝั่งอันดามันอย่าง ตรัง ก็เชื่อว่ามีรากศัพท์จากภาษามลายูคำว่า “Terang” ซึ่งมีความหมายว่า “สว่าง” หรือ “รุ่งอรุณ” เปรียบเหมือนแสงแรกของวันใหม่
เมื่อขยับมาดูจังหวัดที่มีรากศัพท์จากภาษาบาลีและสันสกฤต ก็จะพบว่ามีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน อย่าง นราธิวาส ซึ่งคำว่า “นรา” หมายถึง “คน” ส่วน “อธิวาส” หมายถึง “ที่อยู่อาศัย” เมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายว่า “ที่อยู่อาศัยของผู้คน”
จังหวัดที่หลายคนรู้จักดีอย่าง สิงห์บุรี ก็มีที่มาจากภาษาสันสกฤตเช่นกัน โดยคำว่า “สิงห์” หมายถึงสิงโต ส่วน “บุรี” หมายถึงเมือง เมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายว่า “เมืองแห่งสิงห์”
อีกจังหวัดหนึ่งที่มีชื่อฟังดูสง่างามก็คือ สุพรรณบุรี โดยคำว่า “สุพรรณ” มาจากคำว่า “สุวรรณ” ในภาษาสันสกฤต ซึ่งหมายถึง “ทองคำ” ดังนั้นชื่อจังหวัดจึงมีความหมายว่า “เมืองแห่งทองคำ”
เช่นเดียวกับ กาญจนบุรี ซึ่งคำว่า “กาญจน์” หรือ “กาญจนา” ก็มีความหมายว่า “ทองคำ” ในภาษาสันสกฤต เมื่อนำมารวมกับคำว่า “บุรี” จึงหมายถึง “เมืองแห่งทองคำ” เช่นกัน
ส่วนจังหวัดที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอย่าง เพชรบุรี ก็มีรากศัพท์จากภาษาสันสกฤต โดยคำว่า “เพชร” หมายถึงอัญมณีล้ำค่า เมื่อนำมารวมกับคำว่า “บุรี” ที่แปลว่าเมือง จึงมีความหมายว่า “เมืองแห่งเพชร”
เมื่อพิจารณาเรื่องราวเหล่านี้แล้วก็จะเห็นได้ชัดว่า ชื่อจังหวัดของประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงคำเรียกสถานที่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงร่องรอยของประวัติศาสตร์ การค้าขาย ศาสนา และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นมายาวนานระหว่างผู้คนในภูมิภาคนี้
เรื่องเล็ก ๆ อย่าง “ชื่อจังหวัด” จึงเปรียบเสมือนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา และบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นคำไทยแท้มาแต่เดิม แท้จริงแล้วก็อาจมีรากเหง้ามาจากภาษาอื่นที่เดินทางข้ามทะเลและกาลเวลามาหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยอย่างแนบแน่นจนแทบแยกไม่ออก
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย
ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย
5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
จังหวัดในไทยที่มีถนนทางโค้งมากที่สุด
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
สวนหอมในฝัน: 10 อันดับไม้ดอกยอดนิยม ปลูกง่าย กลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้าน
เปลี่ยนของเก่าเป็นเงิน! ชี้เป้า 5 ตลาดปล่อย "ของมือสอง" ใน กทม. ค่าที่ถูก คนเดินเยอะ ปล่อยของออกไว
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
สวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
5 เมนูพื้นถิ่นไทย หน้าตาแปลก แต่รสชาติอร่อยแบบบ้านๆ
ตัวละครเอกสัญชาติไทย ที่ถูกสร้างและออกฉายโดยค่ายดิสนีย์



