หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก

เนื้อหาโดย Judsee

จำนวนมหาเศรษฐีทั่วโลกพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เกิน 4,000 คน 

  โดยมี ประเทศจีน กลับมาครองอันดับหนึ่งในฐานะดินแดนที่มีมหาเศรษฐี

มากที่สุด ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาและอินเดีย มหาเศรษฐีชาวจีนส่วนใหญ่

ถึง 90% สร้างฐานะด้วยตนเอง โดยมี จาง อี้หมิง ผู้ก่อตั้ง ByteDance เป็น

บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ ในขณะที่ระดับโลกนั้น อีลอน มัสก์ยังคง

รักษาตำแหน่งแชมป์ด้วยทรัพย์สินที่สูงเกิน 700 พันล้านดอลลาร์เป็นคนแรก

ในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการผลิต และเทคโนโลยี

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกยกให้เป็นกลไกสำคัญที่ให้กำเนิดกลุ่มเศรษฐีหน้า

ใหม่จำนวนมากที่สุด แม้นิวยอร์กจะยังเป็นเมืองที่มีมหาเศรษฐีหนาแน่นที่สุด

แต่ภาพรวมแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของความมั่งคั่งที่เปลี่ยนแปลงไปสู่นัก

ธุรกิจรุ่นใหม่ในฝั่งเอเชียอย่างชัดเจน

ยุคทองของมหาเศรษฐีโลก: การผงาดของจีน ปัญญาประดิษฐ์ และจิตวิญญาณแห่งการสร้างฐานะด้วยตนเอง

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความมั่งคั่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและทำสถิติใหม่ในหลายด้าน จากรายงาน Hurun Global Rich List 2026 พบว่าปัจจุบันโลกมีมหาเศรษฐีรวมกันมากกว่า 4,000 คน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยมีมหาเศรษฐีหน้าใหม่เกิดขึ้นเฉลี่ยถึงวันละ 2 คน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ มีประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงทิศทางเศรษฐกิจโลกในอนาคต ดังนี้

1. การขับเคี่ยวระหว่าง "จีน" และ "สหรัฐอเมริกา" ในฐานะศูนย์กลางความมั่งคั่ง

ปัจจุบัน จีน ได้กลับมาครองตำแหน่งประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลกอีกครั้งด้วยจำนวน 1,110 คน  แซงหน้าสหรัฐอเมริกาที่มี 1,000 คน แม้ว่าเมืองนิวยอร์กจะยังคงรักษาตำแหน่งเมืองที่มีมหาเศรษฐีหนาแน่นที่สุดในโลกไว้ได้ แต่เมืองในจีนอย่างเซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง ก็ตามมาติดๆ ในอันดับต้นๆ ของโลก 

ประเด็นที่น่าสนใจคือ 75% ของมหาเศรษฐีจีนในปัจจุบันเป็นรายชื่อใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในโผเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการกระจายความมั่งคั่งครั้งใหญ่ในแดนมังกร โดยอุตสาหกรรมหลักที่สร้างมหาเศรษฐีในจีนคือ ภาคการผลิต สินค้าอุปโภคบริโภค และการดูแลสุขภาพ

 

2. พลังของ "Self-made" และคนรุ่นใหม่

ข้อมูลระบุว่ามหาเศรษฐีทั่วโลกถึง 90% สร้างฐานะขึ้นมาด้วยตนเอง โดยเฉพาะในประเทศจีนที่มีสัดส่วนมหาเศรษฐีสร้างตัวสูงถึง 90% ซึ่งสูงกว่าสหรัฐอเมริกา (72%) และอินเดีย (56%) อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ จาง อี้หมิง ผู้ก่อตั้ง ByteDance (TikTok) ที่ครองอันดับหนึ่งในจีนด้วยทรัพย์สิน 79 พันล้านดอลลาร์ และ  เฉิน เทียนซือ วัย 41 ปี ผู้ก่อตั้ง Cambridge ที่ทรัพย์สินพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในปีเดียว

 

3. เทคโนโลยี AI: เครื่องยนต์ใหม่แห่งความมั่งคั่ง

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในการสร้างมหาเศรษฐีหน้าใหม่ โดยมีผู้ติดอันดับจากสาขานี้ถึง 114 คน ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งเป็นเศรษฐีใหม่ถอดด้าม ความร้อนแรงของเทคโนโลยียังส่งผลให้มหาเศรษฐีสายเทคเดิมมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เช่น อีลอน มัสก์ ที่ครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 6 ปี และเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มีทรัพย์สินเกิน 700 พันล้านดอลลาร์ (และพุ่งไปถึง 800 พันล้านในเวลาต่อมา) จากความสำเร็จของ Tesla และ SpaceX รวมถึง แลร์รี เพจ จาก Alphabet ที่ก้าวขึ้นมาติดอันดับ 3 ของโลกเป็นครั้งแรก

 

4. บทสรุปและทิศทางในอนาคต

ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั่วโลกในปี 2025-2026 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเด็นที่ต้องจับตาคือการรักษาความมั่งคั่งท่ามกลางความผันผวนของตลาด เช่น กรณีของ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ แห่ง LVMH ที่ต้องปรับตัวและเพิ่มการถือหุ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมสินค้าหรูหรา หลังความต้องการในตลาดจีนเริ่มอ่อนตัวลง

 

ในภาพรวม ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความมั่งคั่งในยุคใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมรดก แต่ขึ้นอยู่กับ นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และ การเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยมี "เอเชีย" เป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนกระแสสตาร์ทอัพของโลก

 

ประเด็นที่คล้ายคลึงกันหรือมีความหมายในทางเดียวกันที่แนะนำเพิ่มเติม

การปฏิวัติโดยเทคโนโลยี (Tech Disruption): ทั้งกรณีของ AI และความสำเร็จของ ByteDance หรือ Tesla ต่างชี้ไปที่จุดเดียวกันคือ เทคโนโลยีเป็นตัวเปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ

ความเหลื่อมล้ำและการขยายตัวของความมั่งคั่ง  แม้จะมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลก็แสดงให้เห็นว่าความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้นำเพียงไม่กี่คนที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมหาศาลในระยะเวลาอันสั้น

พลวัตของภูมิศาสตร์การเมืองเศรษฐกิจ: การสลับตำแหน่งระหว่างจีนและสหรัฐฯ สะท้อนถึงการแข่งขันเชิงอำนาจเศรษฐกิจผ่านจำนวนมหาเศรษฐีและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

เนื้อหาโดย: Judsee
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Judsee's profile


โพสท์โดย: Judsee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: paktronghie, คนนอนนา, Judsee
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่อากาศดีที่สุดในไทยเปิดรายได้นักบิน F-16 ในประเทศไทยเปิด 10 สิ่งก่อสร้างใหญ่ที่สุดในโลก มนุษย์สร้าง ไทยติดอันดับด้วยชาติเดียวในอาเซียนที่สามารถผสมผสานการใช้งานเครื่องบิน F-16 (สหรัฐฯ) และ JAS 39 Gripen (สวีเดน) ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดสถานศึกษาที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในประเทศไทยวงเวียนที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวด 16 มี.ค. 25697 ประเทศร่วมกันคว่ำบาตร พิธีเปิดและปิดพาราลิมปิกฤดูหนาวเงินเดือนพนักงานรถไฟฟ้าBTSแนวทางแม่น้ำขิงงวด 16 มีนาคม 2569 จับตาเลข 7 เด่นตำแหน่งงานของข้าราชการไทย ที่มีอัตราเงินเดือนสูงมากที่สุดเปิด 8 ความเข้าใจผิดเรื่องรถยนต์ ที่คนใช้รถยังเชื่อกันอยู่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หนังที่ขาดทุนรุนแรงมากที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติไว้ในโลก3 อันดับเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025สูตินรีแพทย์เตือน: ภัยเงียบจากการใช้ "แผ่นอนามัย" ผิดวิธี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
3 อันดับเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025จังหวัดในเขตภาคกลางของไทย ที่ปลูกและมีผลผลิตทุเรียนมากที่สุดประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกจังหวัดที่มี พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่