หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิด 8 ความเข้าใจผิดเรื่องรถยนต์ ที่คนใช้รถยังเชื่อกันอยู่

แปลโดย ลูกสาวอบต

 

เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องของรถยนต์ก็มีความเชื่อต่อๆ กันมา ที่บางครั้งอาจจะล้าสมัยไปแล้วตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป หรือเป็นเพียงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนที่บอกต่อกันไปมากมาย

และนี่คือ 8 ความเข้าใจผิดยอดฮิต พร้อมเหตุผลว่าทำไมถึงไม่เป็นความจริงเสมอไป....

1. ต้องวอร์มเครื่องยนต์ทิ้งไว้นานๆ ก่อนออกรถ
ความจริงแลัวเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นระบบหัวฉีดไม่จำเป็นต้องจอดนิ่งวอร์มเครื่องนาน 5-10 นาที การวอร์มที่ดีที่สุดคือการ "เริ่มขับออกไปเบาๆ" เพื่อให้ความร้อนกระจายไปทั่วทั้งระบบ (รวมถึงเกียร์และช่วงล่าง)

เพราะระบบหัวฉีดรุ่นใหม่ทำงานร่วมกับ ECU (กล่องควบคุมเครื่องยนต์) ที่ฉลาดมาก ทำให้การจ่ายน้ำมันที่แม่นยำ ต่างจากสมัยคาร์บูเรเตอร์ และการอุ่นเครื่องขณะขับดีกว่าการขับออกไปช้าๆ (ไม่เร่งเครื่องแรง) ช่วยให้อุปกรณ์ส่วนอื่นๆ เช่น เกียร์และเฟืองท้าย ได้อุ่นไปพร้อมกับเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งดีกว่าการจอดนิ่งๆ ที่ร้อนแค่เครื่องอย่างเดียว

การจอดนิ่งนานๆ นอกจากเปลืองน้ำมันแล้ว ยังทำให้เครื่องยนต์ร้อนช้ากว่าการขับเคลื่อนออกไปอีกด้วย

2. ยิ่งเติมน้ำมันออกเทนสูง รถยิ่งแรง

น้ำมันออกเทนสูง คือ น้ำมันที่มีความสามารถในการ ต้านทานการชิงจุดระเบิด (Engine Knocking) ได้ดีกว่าน้ำมันทั่วไป ซึ่งค่าออกเทนนี้ไม่ใช่ตัววัดความแรงของน้ำมัน แต่เป็นตัววัด ความเสถียร ของน้ำมันภายใต้แรงอัดมหาศาลในห้องเผาไหม้ การเติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงกว่าที่คู่มือรถระบุ ไม่ได้ช่วยให้รถบ้านทั่วไปแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ค่าออกเทนคือดัชนี "ความต้านทานการชิงจุดระเบิด" หากเครื่องยนต์ของคุณไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีกำลังอัดสูงมาก การเติมออกเทน 95 ในรถที่รองรับ 91 จึงไม่ได้ให้พลังงานที่มากกว่าเดิม

ประเภทที่พบในไทย เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 และเบนซิน 95: เป็นระดับมาตรฐานที่รถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันเลือกใช้
E85: แม้จะเป็นน้ำมันทางเลือก แต่มีค่าออกเทนสูงกว่า 100 เนื่องจากมีส่วนผสมของเอทานอลสูง

หลายคนเชื่อว่าการเติมน้ำมันออกเทนสูงในรถที่ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้แค่ 91 จะทำให้รถแรงขึ้น แต่ในความเป็นจริง หากเครื่องยนต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับกำลังอัดสูง การเติมออกเทนที่สูงกว่ากำหนดมัก ไม่ช่วยให้แรงขึ้น อย่างเห็นได้ชัดและเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

 

3. ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กิโลเมตร

น้ำมันเครื่องที่ดำแสดงว่าสารชะล้างกำลัง ทำงานได้ดี ในการดักจับเขม่าและสิ่งสกปรกไม่ให้เกาะเครื่องยนต์ น้ำมันใสแจ๋วหลังจากใช้ไปนานๆ ต่างหากที่น่ากลัวเพราะมันไม่ได้ชะล้างอะไรออกมาเลย รถยนต์ปัจจุบันส่วนใหญ่มีระยะเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 10,000 หรือแม้แต่ 15,000 กิโลเมตร

ทั้งเทคโนโลยีเครื่องยนต์และคุณภาพของ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (Synthetic)** พัฒนาไปไกลมากจนสามารถรักษาคุณสมบัติได้นานขึ้น การเปลี่ยนบ่อยเกินไปอาจจะเป็นการจ่ายเงินเกินความจำเป็น (ยกเว้นกรณีใช้งานหนักมากในเมืองที่รถติดจัด)

**Fully Synthetic: น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ผลิตจากสารเคมีที่มีความบริสุทธิ์สูง ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม และมีอายุการใช้งานนานกว่าน้ำมันทั่วไป
**Semi-Synthetic: น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ เป็นการผสมระหว่างน้ำมันพื้นฐานธรรมชาติกับสารสังเคราะห์

 

4. เปิดไฟฉุกเฉินตอนข้ามแยกหรือฝนตกหนัก

เป็นการกระทำที่อันตรายและผิดกฎจราจรหากคุณเปิดไฟฉุกเฉิน รถคันข้างๆ จะไม่รู้เลยว่าคุณกำลังจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน และอาจทำให้รถคันอื่นตาพร่ามัวในช่วงฝนตกได้ ควรใช้แค่ไฟหน้าและไฟตัดหมอกก็เพียงพอ

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะวิธีใช้สัญญาณไฟอย่างถูกวิธี เปิดใช้ไฟฉุกเฉินเมื่อรถจอดเสียบนถนน หรือริมไหล่ทาง เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นเพิ่มความระมัดระวัง เปิดไฟตัดหมอกเมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่มีทัศนวิสัยไม่ดี และปิดไฟตัดหมอกเมื่อมีรถขับสวนทางมาในระยะ 150 เมตร

ไฟสูงควรเปิดใช้กรณีขับผ่านเส้นทางที่มืดมาก เมื่อมีรถขับสวนทางมาให้เปลี่ยนมาใช้ไฟปกติ ไฟเลี้ยวควรเปิดใช้ก่อนเปลี่ยนช่องทาง หรือเลี้ยวรถในระยะไม่ต่ำกว่า 60 เมตร จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

 

5. รถสีขาวปลอดภัยกว่า หรือรถสีแดงโดนตำรวจจับบ่อยกว่า

สีรถมีผลต่อการมองเห็น (Conspicuity) แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักของอุบัติเหตุหรือการถูกเรียกตรวจ

เหตุผลเพราะสถิติการโดนใบสั่งขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมการขับขี่ เป็นหลัก ส่วนความปลอดภัยขึ้นอยู่กับทัศนวิสัยและการตัดสินใจของผู้ขับขี่

 

6. เข้าเกียร์ N (เกียร์ว่าง) ตอนลงเนินเพื่อประหยัดน้ำมัน
ความจริงแล้วนอกจากจะไม่ประหยัดเพิ่มขึ้นแล้ว ยังอันตรายมากด้วย

รถยนต์ระบบหัวฉีดปัจจุบันมีระบบ Deceleration Fuel Cut-off ซึ่งจะหยุดจ่ายน้ำมันเมื่อปล่อยคันเร่งในขณะที่เข้าเกียร์ไว้ การเข้าเกียร์ N จะทำให้รถเสียแรงหน่วงจากเครื่องยนต์ (Engine Brake) และทำให้เบรกทำงานหนักจนไหม้ได้

 

7. ยิ่งล้อแม็กวงใหญ่ รถยิ่งเกาะถนนดี
ล้อแม็กใหญ่อาจช่วยเรื่องความนิ่งและการทรงตัว แต่ต้องแลกมาด้วยความกระด้างและอัตราเร่งที่ลดลง

เหตุผลเพราะล้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมักมีน้ำหนักมากขึ้น (Unsprung weight) ทำให้ช่วงล่างทำงานหนักขึ้น และถ้าหน้ายางกว้างมากเกินไป อาจทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นด้วย

 

8. ต้องเปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้เพื่อระบายความร้อนหลังขับมาไกลๆ
ความจริงเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาให้ระบายความร้อนผ่านหม้อน้ำและพัดลมอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปิดฝากระโปรง

เหตุผลการเปิดทิ้งไว้ช่วยให้ห้องเครื่องเย็นลงเร็วขึ้นจริง แต่อุปกรณ์ต่างๆ ในเครื่องยนต์ถูกสร้างมาให้ทนความร้อนสะสมได้สบายๆ อยู่แล้ว การเปิดทิ้งไว้จึงเป็นเรื่องความสบายใจส่วนบุคคลมากกว่า

ถ้าสังเกตดี ๆ ความเชื่อเรื่องรถยนต์จำนวนมากเกิดขึ้นในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน หลายอย่างเคย “จริง” ในอดีต แต่เมื่อเครื่องยนต์ ระบบควบคุม และวัสดุใหม่ ๆ ถูกพัฒนา ความเชื่อเดิมบางข้อจึงกลายเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป

ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเรื่อง การวอร์มเครื่องยนต์ ในสมัยก่อน รถยนต์ใช้ระบบ คาร์บูเรเตอร์ ซึ่งการจ่ายน้ำมันยังไม่แม่นยำ เครื่องยนต์จึงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อให้การเผาไหม้เสถียร แต่รถสมัยใหม่ใช้ระบบ หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (EFI) ที่ควบคุมโดย ECU ทำให้การจ่ายเชื้อเพลิงแม่นยำตั้งแต่วินาทีแรกที่สตาร์ตรถ

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายถึงแนะนำว่า
สตาร์ต → รอไม่กี่วินาที → ขับออกไปช้า ๆ ได้เลย

อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ค่าออกเทนน้ำมัน บางคนเชื่อว่าตัวเลขสูงแปลว่าพลังงานมากกว่า แต่ในความจริงแล้ว ค่าออกเทนเป็นเพียงค่าที่บอกว่าเชื้อเพลิง ทนต่อการระเบิดก่อนเวลาได้ดีแค่ไหน

รถสปอร์ตหรือรถที่มีกำลังอัดสูงจึงต้องใช้น้ำมันออกเทนสูง เพื่อป้องกันอาการ “น็อกเครื่อง” แต่รถทั่วไปที่ออกแบบมาให้ใช้ 91 หากเติม 95 ก็แทบไม่ต่างกันเลยในแง่สมรรถนะ

ในทางกลับกัน สิ่งที่ส่งผลต่อสมรรถนะจริง ๆ กลับเป็นเรื่องพื้นฐานมากกว่า เช่น

ฟังดูธรรมดา แต่กลับมีผลกับทั้งความปลอดภัยและอายุการใช้งานของรถมากกว่าความเชื่อที่ส่งต่อกันมาเสียอีก

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือเรื่อง เกียร์ว่างตอนลงเขา หลายคนคิดว่าประหยัดน้ำมัน แต่ระบบเครื่องยนต์สมัยใหม่กลับทำตรงกันข้าม เมื่อปล่อยคันเร่งในขณะที่เข้าเกียร์ ECU จะตัดการจ่ายน้ำมันแทบทั้งหมด ทำให้การลงเขาโดยใช้เกียร์ช่วยหน่วงนั้น ประหยัดกว่าและปลอดภัยกว่า

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรถบรรทุกหรือรถใหญ่จึงใช้ Engine Brake เป็นหลักในการลงเขา

สุดท้ายแล้ว รถยนต์ในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกกว่าที่หลายคนคิดมาก สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การทำตามความเชื่อที่บอกต่อกันมา แต่คือการ ดูคู่มือรถยนต์ของรุ่นนั้น ๆ เพราะผู้ผลิตได้ออกแบบระบบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์อยู่แล้ว

บางครั้งคำถามง่าย ๆ อย่าง
“สิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับรถ มันยังจริงอยู่หรือเปล่า?”

อาจช่วยให้เราเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ และดูแลรถได้ถูกวิธีกว่าเดิม

และที่สำคัญ…
มันอาจช่วยให้คุณ ประหยัดเงินและขับรถได้ปลอดภัยมากขึ้น โดยไม่ต้องทำอะไรเกินความจำเป็นเลย.

 

------------------

คน ชอบ 8

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile


โพสท์โดย: ลูกสาวอบต
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ลูกสาวอบต
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดรายได้นักบิน F-16 ในประเทศไทยวงเวียนที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเมืองที่ใหญ่และเจริญที่สุด ในภาคอีสานของประเทศไทยประเทศที่ถือครองทองคำสำรองมากที่สุดในอาเซียนเงินเดือนพนักงานรถไฟฟ้าBTSอันวาร์ประกาศตัว ‘เพื่อนแท้’ พร้อมส่งน้ำมันช่วยเขมร แม้โลกจะผันผวน ไทยจะนิ่งเฉยก็ตามจังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่ไม่มีน้ำตกอยู่เลยในธรรมชาติตำแหน่งงานของข้าราชการไทย ที่มีอัตราเงินเดือนสูงมากที่สุดเปิดโผ 6 ของใช้ใกล้ตัว จ่อขึ้นราคาจากวิกฤตน้ำมันโลกสูตรคำนวณงวด 16/3/69สุดยอดไอเดียพระไทย เปลี่ยนถุงแกงเป็นน้ำมันเบนซิน ต้นทุนเพียง 200 บาท กลั่นใช้จริงมาแล้วกว่า 2 ปี ช่วยวัดประหยัดเงินเดือนละหลายพันเลขเด็ด “สั่งลุย” งวด 16 มีนาคม 2569 เปิดชุดเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงเรียนเอกชนในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักเรียนมากเป็นอันดับหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้น !! ถ้าเมืองไทยไม่มีการเกิดเด็กรุ่นใหม่เลยท้าวเวสุวรรณกับตำราทิศอสูร โหรไทยวิเคราะห์ดวงโชคงวด 16 มี.ค. 69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จะเกิดอะไรขึ้น !! ถ้าเมืองไทยไม่มีการเกิดเด็กรุ่นใหม่เลยจังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด ในเขตภาคอีสานของไทย“ชีอะห์” ไม่ใช่ศาสนาจริงหรือค่าตอบแทนพนักงานเช็ดกระจกบนตึกสูง
ตั้งกระทู้ใหม่