เปิด 10 จังหวัดที่มีความยากจนสูงสุดในไทย ปี 2568–2569
จากรายงานล่าสุดของ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าแม้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยจะฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง แต่ ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจระหว่างจังหวัดยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่จบ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและชายแดนที่มีอัตราความยากจนสูงต่อเนื่องมาตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา

📊 รายงานระบุว่า ในปี 2567–2568 จังหวัดที่มี อัตราความยากจนสูงสุดในประเทศ คือ:
แม่ฮ่องสอน – 25.69%
ยะลา – 25.41%
ปัตตานี – 25.39%
นราธิวาส – 21.07%
อุบลราชธานี – 20.34%
สระแก้ว – 16.00%
พัทลุง – 15.74%
ศรีสะเกษ – 14.08%
เชียงราย – 13.69%
ตาก – 13.37%
🔎 จากตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ภาคเหนือ ใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความยากจนสูง เนื่องจากมีเศรษฐกิจฐานเกษตรเป็นหลัก การเข้าถึงโอกาสด้านการศึกษา การจ้างงาน และโครงสร้างพื้นฐานยังไม่เท่ากับกลุ่มจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมและบริการมากกว่า
📌 ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
แม่ฮ่องสอน, ยะลา, ปัตตานี ยังคงอยู่ใน 3 อันดับแรกของจังหวัดที่มีอัตราความยากจนสูงสุดติดต่อกันหลายปี
จังหวัดที่มีเศรษฐกิจพึ่งพาเกษตรเป็นหลัก มีความเสี่ยงต่อความผันผวนของรายได้สูง
ความเหลื่อมล้ำระหว่างจังหวัดใหญ่และจังหวัดชายแดนยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของนโยบายเศรษฐกิจไทย
📌 ความหมายของอัตราความยากจน
“อัตราความยากจน” ในที่นี้หมายถึง สัดส่วนของประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ซึ่งล่าสุดถูกปรับขึ้นตามค่าครองชีพ ทำให้จำนวนผู้ยากจนในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.4 ล้านคน หรือ 4.9% ของประชากรทั้งหมดแม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในปีที่ผ่านมา
🧠ทำไมบางจังหวัดยังจนอยู่?
👉 1. โครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแอ – พึ่งพาเกษตร มากกว่าอุตสาหกรรมหรือบริการที่สร้างมูลค่าสู
👉 2. เข้าถึงบริการสาธารณะยาก – การศึกษา สุขภาพ และการเข้าถึงเงินทุนยังไม่เท่าเที
👉 3. ขาดการลงทุนภาคเอกชน – นักลงทุนมักเลือกจังหวัดที่มีโครงสร้างพื้นฐานและตลาดแรงงานเข้มแข็งกว่
👉 4. ช่องว่างรายได้และโอกาส ระหว่างเมืองใหญ่และชนบทยังไม่ลดลง

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า “ความยากจนระดับจังหวัด” ไม่ได้เกิดจากรายได้ที่ต่ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการพัฒนาในระยะยาวของพื้นที่นั้นๆ ด้วย หากมองลึกลงไปจะพบว่าหลายจังหวัดที่มีอัตราความยากจนสูง มักมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ การคมนาคม และโอกาสทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจำกัด
ตัวอย่างเช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีอัตราความยากจนสูงที่สุดในประเทศนั้น เป็นพื้นที่ภูเขาเกือบทั้งหมด การเดินทางเชื่อมต่อกับจังหวัดใหญ่ค่อนข้างยาก ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าและการพัฒนาธุรกิจสูงกว่าพื้นที่อื่น ขณะที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส แม้จะมีศักยภาพด้านการค้าและทรัพยากรธรรมชาติ แต่ปัจจัยด้านความมั่นคงในอดีตก็ทำให้การลงทุนจากภาคเอกชนเติบโตได้ช้ากว่าหลายพื้นที่ของประเทศ
ในขณะที่จังหวัดในภาคอีสานอย่าง อุบลราชธานี หรือ ศรีสะเกษ แม้จะมีประชากรจำนวนมากและพื้นที่เกษตรกว้างใหญ่ แต่รายได้หลักยังคงมาจากการเกษตรแบบดั้งเดิม ซึ่งมีความเสี่ยงจากราคาผลผลิตและสภาพอากาศ ทำให้รายได้ของครัวเรือนผันผวนอยู่ตลอดเวลา
อีกประเด็นที่นักวิชาการให้ความสำคัญคือ “การย้ายถิ่นของแรงงาน” คนหนุ่มสาวจำนวนมากในจังหวัดที่มีรายได้น้อย มักย้ายเข้าไปทำงานในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี หรือระยอง ส่งผลให้แรงงานที่เหลืออยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือแรงงานทักษะต่ำ ทำให้ศักยภาพการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ลดลงไปอีก
นอกจากนี้ การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบขนส่ง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือแหล่งเงินทุน ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างจังหวัดยังคงอยู่ จังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ สนามบิน หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มักมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่า และสามารถดึงดูดการลงทุนได้มากกว่า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาครัฐได้พยายามแก้ปัญหานี้ผ่านหลายมาตรการ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การส่งเสริมสินค้าเกษตรมูลค่าสูง การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟ ทางหลวง และดิจิทัลอินเทอร์เน็ต เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า หากต้องการลดความยากจนในระดับจังหวัดอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องพัฒนาเศรษฐกิจในหลายมิติพร้อมกัน ทั้งการยกระดับทักษะแรงงาน การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาค การพัฒนาการท่องเที่ยวท้องถิ่น และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
ท้ายที่สุดแล้ว ตัวเลขอัตราความยากจนไม่ได้เป็นเพียงสถิติทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “โอกาสในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี” ของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งแก้ไข หากต้องการให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืนในอนาคต.

ติดตามข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ครบทุกมุมมอง ได้ที่ World News 360° 🌍

เขียนโดย World News 360
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
ประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง
ท้องเสีย แล้วอะไรที่เสียตามไปด้วย
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
พระโคกิน "เหล้า" ปี 67 เศรษฐกิจจะรุ่งจริงไหม? ในวันที่ดีเซลพุ่งแตะ 40 บาท!
"อิ่มจุกแต่ในใจสั่น.. ใครเติมดีเซลช่วงนี้รู้สึกเหมือนผมไหม?
เลือกแบบไหนดี? เป็นมดงานในองค์กรใหญ่ (มั่นคงแต่โตช้า) VS เป็นเดอะแบกใน Startup (เหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่โตไว) ในยุค 2026 นี้!
31 พฤษภาคมนี้ ชม Micro Blue Moon พระจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดของปี