ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำอาจทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
เขียนโดย sompeansomped
1.ไม่ทาครีมกันแดด การทาครีมกันแดดค่า spf 15 หรือ สูงกว่า สามารถลดความเสี่ยงของเซลล์มะเร็งผิวหนังได้ถึง 40-50% แต่กลับเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ละเลย ควรจะทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้าน รังสียูวีจากพระอาทิตย์มีอยู่ทุกที่ สามารถทะลุผ่านกระจกรถ หน้าต่างบ้าน มาทำร้ายผิวได้ แม้ตอนที่อากาศไม่ร้อน โดยเฉพาะเวลาขึ้นที่สูง เช่น ไปปีนเขา เล่นสกี รังสียูวีก็ยิ่งเข้าถึงผิวหนังได้ง่ายขึ้น
2.นั่งทั้งวัน อาจเป็นผลเสียอย่างรุนแรงต่อสุขภาพกายและจิต เช่น ความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน การเกิดลิ่มเลือด ทำให้ไม่มีสมาธิ ทำงานได้ไม่ดี ลองหันมาใช้วิธียืนบ้างช่วงพักเบรก เดินไปที่ลานจอดรถ เดินขึ้นลงบันได ถือโอกาสเดินออกกำลังกายไปในตัว
3.อดนอน การนอนน้อยทำให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง เนื้อเยื่อถูกทำลาย ติดเชื้อ โรคเบาหวาน โรคเครียด โรคหัวใจ โรคอ้วน ทั้งยังทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรหาอะไรทำก่อนนอนเพื่อผ่อนคลายกายใจ เช่น แช่อ่างอาบน้ำ ไม่กินกาเฟอีนและแอลกอฮอล์เวลาใกล้เข้านอน ซื้อหมอน ฟูกนอนที่มีคุณภาพ กำหนดเวลานอนให้เหมือนเดิมทุกวัน แม้จะเป็นวันหยุด เพื่อให้สมองและร่างกายเติมพลังและเยียวยาตัวเองอย่างเต็มที่
4.ดื่มกาแฟเป็นสิ่งแรกเมื่อตื่นนอน มีงานวิจัยพบว่ากาเฟอีนช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดี ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน และ อาจถึงขั้นช่วยให้อายุยืนด้วย แต่การดื่มกาแฟเป็นสิ่งแรกเมื่อตื่นนอน จะทำให้ร่างกายกระหายน้ำยิ่งกว่าเดิม หลังจาดที่อดข้าวอดน้ำมาหลายชั่วโมงระหว่างที่นอนหลับ ควรเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องอย่างน้อยสักแก้ว แล้วค่อยดื่มกาแฟดีกว่า
5.รีบกินอาหารแบบส่ง ๆ หากคิดว่า การกินแซนด์วิชเข้าปากพร้อมกับทำงานคือ การใช้เวลาอย่างคุ้มค่า ทำได้หลายอย่างพร้อมกัน แต่รู้ไหมว่าการรีบกินแบบส่ง ๆ อาจนำไปสู่ปัญหาระบบย่อยอาหาร และ ทำให้เผลอกินเยอะเกินขนาดจนน้ำหนักขึ้นได้ ระบบย่อยจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อรู้สึกผ่อนคลาย ควรกินให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียดขึ้น การกินอย่างมีสติมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก การดูดซึมสารอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมพฤติกรรมการกินตามสภาพอารมณ์ (Emotional eating) และ ดีต่อสุขภาพโดยรวม
6.เล่นมือถือผิดท่า การนั่งเล่นมือถือนาน ๆ จะทำให้คอเมื่อยตึง อาจทำให้กระดูกสันหลังอักเสบได้ เพราะโดยธรรมชาติ สรีระของคอไม่เหมาะกับท่าที่ต้องโน้มไปข้างหน้า และ แบกรับน้ำหนักศีรษะนาน ๆ จึงควรใช้มือถือเท่าที่จำเป็น ไม่โน้มหัว หรือ ห่อไหล่มาข้างหน้า
7.ไม่รักษาความสะอาดของแปรงสีฟัน แปรงสีฟันอาจกลายเป็นแหล่งสะสม เชื้อโรค และ แบคทีเรียที่อันตราย ต่อร่างกาย ถ้าไม่ดูแลความสะอาดให้ดี หลายคนมักทิ้งแปรงสีฟันไว้ในห้องน้ำ โดยไม่รู้ว่าแบคทีเรียสามารถลอยขึ้นมาในอากาศกับละอองน้ำจากชักโครก ไปเกาะอยู่บนแปรงสีฟันหรือตามร่างกาย ควรเปลี่ยนแปรงทุก 3-4 เดือน เก็บแยกต่างหากในกล่องเพื่อไม่ให้ปนเปื้อนเชื้อโรคในห้องน้ำ
อ้างอิงจาก: https://mw-wellness.com/health/8748
https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2262
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
LISA ปล่อยเพลงใหม่สะเทือนวงการ! แค่ไม่กี่ชั่วโมงยอดพุ่ง คนแห่ถก “นี่คือระดับโลกของจริง?”










