เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณตื่นมาตอน 8 โมงเช้าแล้วฟ้ายังมืดสนิท เที่ยงวันก็ยังมืด และบ่ายสามก็มืด... คุณจะใช้ชีวิตอย่างไร?
แนะนำรู้จักกับคำว่า "Polar Night" (กลางคืนขั้วโลก) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ดวงอาทิตย์ไม่ขึ้นเลยไม่ขึ้นเหนือขอบฟ้าเกิน 24 ชั่วโมงในฤดูหนาวทางเหนือของเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล(ขั้วโลกเหนือ)และทางใต้ของเส้นแอนตาร์กติกเซอร์เคิล(ขั้วโลกใต้) สาเหตุมาจากแกนโลกเอียง 23.5 องศา ทำให้ขั้วโลกเหนือหันออกจากดวงอาทิตย์
🌍 มีประเทศไหน / เมืองไหนบ้างที่เจอเหตุการณ์นี้?
1. สหรัฐอเมริกา
- เมืองอุตคิอากวิก (Utqiagvik) - เป็นเมืองที่อยู่เหนือสุดของสหรัฐฯ มืดมิดยาวนานถึง 65-67 วันต่อปี โดยกินเวลาตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางหรือปลายเดือนมกราคม
- เมืองพรูโดเบย์ (Prudhoe Bay) - แหล่งขุดเจาะน้ำมันสำคัญเป็นศูนย์กลางแรงงานพลังงานที่เผชิญความมืดนานนับเดือนเช่นกัน
2. นอร์เวย์
- หมู่เกาะสฟาลบาร์ (Svalbard) / เมืองลองเยียร์เบียน (Longyearbyen) - หนึ่งในชุมชนที่อยู่เหนือสุดของโลก มืดสนิทแบบไม่มีแสงอาทิตย์เลยยาวนานกว่า 2 เดือนครึ่ง เมืองนี้มีประชากรไม่มาก แต่มีความสำคัญด้านวิจัยขั้วโลก การท่องเที่ยว และคลังเมล็ดพันธุ์โลก
- เมืองทรอมโซ (Tromsø) - เมืองใหญ่ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ได้รับฉายาว่า “ประตูสู่อาร์กติก” เมืองท่องเที่ยวยอดฮิต มืดประมาณ 2 เดือน (ปลาย พ.ย. - กลาง ม.ค.) แต่ชีวิตเมืองยังคึกคัก มีมหาวิทยาลัย ร้านอาหาร และกิจกรรมฤดูหนาวมากมาย
- เมืองฮัมเมอร์เฟสต์ (Hammerfest) - เมืองที่ได้ชื่อว่าอยู่เหนือสุดของแผ่นดินใหญ่นอร์เวย์ มีประวัติศาสตร์การเดินเรือและประมงยาวนาน มืดยาวนานประมาณ 2 เดือน
3. รัสเซีย
- เมืองมูรมันสค์ (Murmansk) - เมืองใหญ่ที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล เป็นท่าเรือสำคัญของกองทัพเรือรัสเซียและเส้นทางเดินเรืออาร์กติก มืดประมาณ 40 วัน
- เมืองโนริลสค์ (Norilsk) - เมืองอุตสาหกรรมเหมืองแร่ขนาดใหญ่ที่หนาวและมลพิษสูงมาก การใช้ชีวิตที่นี่ถือว่าท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและมืดมิดยาวนานถึง 45 วัน
- เมืองดิกสัน (Dikson) - เมืองท่าขนาดเล็กทางเหนือมีประชากรน้อยมาก มืดมิดยาวนานเกือบ 3 เดือน
4. เเคนนาดา
-
เมืองอินูวิก (Inuvik) - เมืองเล็กในเขต Northwest Territories มีเทศกาลฤดูหนาวและกิจกรรมวัฒนธรรมพื้นเมือง โดดเด่นด้วยปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนในฤดูร้อนและแสงเหนือ(Aurora)ในฤดูหนาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์อาร์กติกที่ขึ้นชื่อเรื่องหัตถกรรมและธรรมชาติ มืดมิดยาวนานประมาณ 30 วัน
-
เมืองอิกาลูอิต (Iqaluit) - เมืองหลวงของเขตนูนาวุตเป็นศูนย์กลางการปกครองและวัฒนธรรมของชาวอินูอิต แม้จะไม่ถึงกับมืดสนิท 24 ชั่วโมง แต่ในช่วงเหมายัน (Winter Solstice) จะมีแสงสว่างเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
-
สถานีอเลิร์ท (Alert) - ศูนย์เตือนภัยและวิจัยที่อยู่เหนือสุดของโลก มืดสนิทยาวนานหลายเดือน
5. กรีนแลนด์
-
เมืองคานาค (Qaanaaq) - เมืองที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของกรีนแลนด์ตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ มืดมิดยาวนานประมาณ 3 เดือนครึ่ง ชาวบ้านยังคงใช้การล่าสัตว์น้ำแข็งแบบดั้งเดิม
-
เมืองอิลูลิสซัต (Ilulissat) - ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ เป็น "เมืองแห่งน้ำแข็ง" ตัวเมืองถูกโอบล้อมด้วยธารน้ำแข็ง (Icefjord) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักในการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน แสงเหนือ และสุนัขลากเลื่อน มืดมิดประมาณเกือบ 2 เดือน
6. ฟินแลนด์ (ทางตอนเหนือที่เรียกว่า Lapland)
-
เมืองอุซโจกิ (Utsjoki) - ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศฟินแลนด์ ในเขตแลปแลนด์ ติดพรมแดนนอร์เวย์ มืดมิดยาวนานที่สุดในฟินแลนด์ ประมาณเกือบ 2 เดือน เป็นจุดชมแสงเหนือยอดนิยม มีวัฒนธรรมชาวซามิ (Sami) ที่เป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศเงียบสงบ กิจกรรมยอดฮิตคือการนั่งรถลากเลื่อนสุนัขฮัสกี้ เดินป่าท่ามกลางหิมะ และเยี่ยมชมโบสถ์ไม้ Utsjoki อันเก่าแก่
-
เมืองอิวาโล (Ivalo) - หมู่บ้านเล็กในแลปแลนด์ เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวฤดูหนาว เช่น ซาฟารีกวางเรนเดียร์ และชมแสงเหนือ มืดมิดประมาณ 43 วัน
7. สวีเดน
-
เมืองคิรูนา (Kiruna) - เมืองเหมืองแร่สำคัญขทางตอนเหนือสุดของสวีเดน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกในการชมแสงเหนือ โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนถึงมีนาคม เเละโรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของโลกที่สร้างขึ้นใหม่ทุกปีในหมู่บ้าน Jukkasjärvi มืดมิดประมาณ 28 วัน
8. ไอซ์แลนด์
-
เกาะกริมซีย์ (Grímsey) - ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของชายฝั่งไอซ์แลนด์บนเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลพอดีทำให้เป็นเมืองเดียวที่สัมผัสกับปรากฎการณ์นี้ได้จริงๆ ส่วนแผ่นดินใหญ่ของไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ใต้เส้นอาร์กติกเซอร์เคิลลงมานิดเดียว ทำให้จริงๆเเล้วไอซ์แลนด์ไม่ได้เจอกับความมืดสนิท 24 ชั่วโมง (แต่ก็สว่างแค่ 3-4 ชั่วโมงต่อวัน)
9. ทวีปแอนตาร์กติกา (ขั้วโลกใต้)
- สถานีอามุนด์เซน-สก็อตต์ (Amundsen-Scott South Pole Station) - สถานีวิจัยที่ตั้งอยู่ตรงขั้วโลกใต้สุดของโลก ต้องเผชิญความมืดต่อเนื่องยาวนานประมาณ 6 เดือน นักวิทยาศาสตร์ที่ประจำการต้องเตรียมทั้งร่างกายและจิตใจอย่างมากก่อนเข้าพื้นที่
🧭 คนที่นั่นเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร?
- ใช้แสงไฟทดแทนแสงอาทิตย์
- รักษาตารางชีวิตให้เหมือนปกติ
- ทำกิจกรรมกลางแจ้งในความมืด
- มีเทศกาลและกิจกรรมฤดูหนาว
- ดูแลสุขภาพจิตเป็นพิเศษ
- ความคุ้นเคยและมองเป็นเรื่องปกติ
✨ เสน่ห์ของการท่องเที่ยว
การเดินทางไปยังพื้นที่ที่เกิดปรากฏการณ์ Polar Night อาจฟังดูแปลกและท้าทาย เพราะต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความมืดแทบตลอดทั้งวัน แต่ในความเป็นจริง ช่วงเวลานี้กลับเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว และมอบประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่นในโลก
- ท้องฟ้าจะสวยงามกว่าปกติ เมื่อไม่มีแสงอาทิตย์มารบกวน ท้องฟ้ายามค่ำคืนจะเผยให้เห็นหมู่ดาวระยิบระยับแบบเต็มตา และที่สำคัญคือ โอกาสในการชม "แสงเหนือ" จะสูงขึ้นมาก
- บรรยากาศฤดูหนาวที่เหมือนหลุดไปในโลกอีกใบ หิมะสีขาวที่ปกคลุมทั่วเมือง แสงไฟอบอุ่นที่ลอดผ่านหน้าต่างบ้านเรือน และความเงียบสงบของธรรมชาติ ผสมผสานกันจนทำให้พื้นที่เหล่านี้ดูเหมือนอีกโลกนนึง เป็นการสัมผัสความหนาวที่โรแมนติก ซึ่งแตกต่างจากประเทศเขตร้อน
- กิจกรรมสุดขั้วที่หาทำไม่ได้ในชีวิตประจำวัน นั่งเลื่อนสุนัขฮัสกีฝ่าหิมะ ซิ่งสโนว์โมบิลบนทะเลสาบน้ำแข็ง เจาะน้ำแข็งตกปลา เปิดประสบการณ์นอนในโรงแรมน้ำแข็ง และฟินไปกับการแช่ซาวน่าสไตล์สแกนดิเนเวียน
- วัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่น่าสนใจ วัฒนธรรมที่ผูกพันและเคารพธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิม การทำอาหารพื้นเมือง และภูมิปัญญาการเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย
- ประสบการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองชีวิต การพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่พระอาทิตย์ไม่ขึ้นเลย จะทำให้เรานึกถึงคุณค่าของแสงสว่าง เวลา และความเงียบสงบของธรรมชาติ ช่วยให้จังหวะชีวิตช้าลง จิตใจสงบ และได้ใช้เวลาทบทวนตัวเองมากขึ้น
- ความพิเศษที่ไม่ได้มีให้เห็นทั่วไป มีสถานที่ไม่มากนักบนโลกที่เราจะได้สัมผัส “กลางวันที่มืดเหมือนกลางคืน” การท่องเที่ยวในช่วง Polar Night จึงไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่เป็นการไปสัมผัสหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่พิเศษที่สุดของโลก
ถึงแม้จะเรียกว่า “กลางคืนขั้วโลก” แต่ในความเป็นจริงไม่ได้หมายความว่าจะมืดสนิทตลอดเวลาเสมอไป เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์ยังสามารถทะลุผ่านชั้นบรรยากาศมายังบริเวณเหนือเส้นขอบฟ้าได้ แม้ดวงอาทิตย์จะไม่ปรากฏให้เห็นก็ตาม ทำให้ในหลายพื้นที่ยังคงมีช่วงเวลาที่ท้องฟ้าสว่างเล็กน้อยคล้ายช่วงพลบค่ำ มักถูกเรียกว่า “พลบค่ำขั้วโลก” และระยะเวลาของแสงสลัวนี้จะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ 🌘🌠
อ้างอิงจาก: The Arctic Council, National Geographic, Travel Alaska
พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
โซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทย
10 เลขขายดี "สลากพารวย" งวดวันที่ 1 มีนาคม 69..อยากรวย รีบส่องเลย!!
ปิดด่านหวังต่อรอง แต่แรงสะเทือนย้อนกลับใส่เศรษฐกิจกัมพูชา
จังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย
“กว๊าน” เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยอยู่ที่ไหน?
ประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก
5 สัตว์เลี้ยงนำโชคยอดนิยมในประเทศไทย
"นกตาทิพย์": เปิดแนวทางข้อมูลบนเน้น ๆ งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
เลขเด็ด "ปฏิทินคำชะโนด (ฉบับพิเศษ)" งวดวันที่ 1 มีนาคม 69 ส่องเลย รวยแน่นอน!!
ทำไมรัสเซียจึงไม่มีไชน่าทาวน์.
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
ศรัทธาเหนือกาลเวลา: ภูมิปัญญาตัดต้อด้วยกะลาตาเดียวแห่งเมืองกระบี่
ลาบราดอร์หรือแมวน้ำ? เมื่อเจ้า "เอล" โชว์ท่ายืดเส้นสุดล้ำจนกลายเป็นไวรัล
"งานสบายรายได้ดี...ไม่มีจริง? แฉ 7 ความลับ 'วงการจ้างงานออนไลน์' ที่หลอกให้เราทำงานจนตัวตาย แต่จ่ายจริงแค่เศษเงิน!"
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
"งานสบายรายได้ดี...ไม่มีจริง? แฉ 7 ความลับ 'วงการจ้างงานออนไลน์' ที่หลอกให้เราทำงานจนตัวตาย แต่จ่ายจริงแค่เศษเงิน!"
"โรงเรียนหรือโรงงานผลิตหุ่นยนต์? แฉ 7 ความจริงเจ็บปวด 'ระบบการศึกษาไทย' ที่ขังเด็กไว้ในกรอบ จนโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความสุข!"
รวม 10 นโยบายสุดโต่งของ "ทรัมป์" ระดับที่โลกต้องจารึก

