หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมฟาโรห์อียิปต์จึงเลิกสร้างสุสานให้คนเห็น แล้วหันไปซ่อนพระศพไว้ในท้องภูเขา

เขียนโดย Lao Thu Thu

หากนึกถึงอียิปต์โบราณ หลายคนมักเห็นภาพพีระมิดสูงตระหง่านกลางทะเลทราย ราวกับบันไดศิลาที่เชื่อมโลกมนุษย์กับสรวงสวรรค์

แต่เมื่อล่วงเข้าสู่ยุคราชอาณาจักรใหม่ หรือ New Kingdom ประมาณ 1,550–1,070 ปีก่อนคริสตกาล ภาพของสุสานฟาโรห์กลับค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากอนุสรณ์สถานที่ตั้งเด่นเหนือพื้นดิน กลายเป็นอุโมงค์ลับที่เจาะลึกเข้าไปในภูเขา

มิใช่เพราะเหล่าฟาโรห์หมดศรัทธาในความยิ่งใหญ่ของศิลา หากแต่เพราะประสบการณ์อันเจ็บปวดจากอดีตสอนให้เห็นว่า สิ่งก่อสร้างที่สูงใหญ่และเห็นได้จากระยะไกล ย่อมดึงดูดสายตาทั้งผู้ศรัทธาและหมู่โจรปล้นสุสาน

ดังนั้น สุสานขององค์สมมติเทพในยุคใหม่จึงมิได้หายไป หากเปลี่ยนจาก “การอวดความยิ่งใหญ่เหนือพื้นดิน” ไปสู่ “การซ่อนความศักดิ์สิทธิ์ไว้ใต้ภูผา” ส่วนเทวสถานอันโอฬารก็ยังคงถูกสร้างขึ้น เพื่อประกาศพระบารมีแก่ผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่

นี่คือเรื่องราวจากพีระมิด สู่หุบเขากษัตริย์ และจากหน้าผาหินทราย สู่มหาวิหารอาบูซิมเบล อันเป็นหลักฐานว่า ชาวไอยคุปต์มิได้เพียงสร้างหินให้สูง หากยังรู้จักใช้ภูเขาทั้งลูกให้กลายเป็นประตูสู่โลกหน้า

จารึกบทที่ 1: หุบเขากษัตริย์ คูหาเขาวงกตซ่อนพระศพมิให้เสื่อมสูญ

ณ แผ่นดินนครธีบส์ หรือเมืองลักซอร์ในปัจจุบัน ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์คือดินแดนแห่งพระสุริยาอัสดง

สำหรับชาวอียิปต์โบราณ ทิศตะวันตกมิใช่เพียงทิศที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า แต่ยังเกี่ยวข้องกับความตาย การเปลี่ยนผ่าน และความหวังในการเกิดใหม่ สุสานจำนวนมากจึงตั้งอยู่บนฝั่งนี้ของแม่น้ำไนล์

กลางทะเลทรายอันเงียบงัน เหล่าฟาโรห์แห่งราชอาณาจักรใหม่ทรงเลือกชัยภูมิอันลี้ลับ เพื่อเจาะสลักอุโมงค์ใต้พิภพ เรียกว่า “ฮิโปเจียม” หรือสุสานใต้ดิน

ที่นั่นคือ หุบเขากษัตริย์ The Valley of the Kings

พีระมิดที่ธรรมชาติสร้างให้

เหตุหนึ่งที่หุบเขากรรกร้านแห่งนี้ถูกเลือก คือการมีสิงขรธรรมชาติยอดแหลมตระหง่านนามว่า “อัล-กุรน์” หรือ Al-Qurn ตั้งเด่นเหนือหุบเขา

ยอดเขานี้มีรูปทรงคล้ายพีระมิดตามธรรมชาติ ราวกับว่าภูผาได้ทำหน้าที่แทนมหาพีระมิดศิลาแล้ว

ในสายตาของชาวไอยคุปต์ พีระมิดมิใช่เพียงสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่และชีวิตนิรันดร์ การเจาะสุสานไว้ใต้ภูเขารูปพีระมิด จึงยังคงรักษาความหมายศักดิ์สิทธิ์เดิมไว้ได้ โดยไม่ต้องสร้างอนุสรณ์สถานขนาดมหึมาที่มองเห็นได้ง่ายจากระยะไกล

อีกทั้งพื้นที่นี้ยังเกี่ยวข้องกับเทพีฮาธอร์ในฐานะ “นายหญิงแห่งตะวันตก” ดินแดนแห่งสุสานจึงมิใช่เพียงที่ซ่อนพระศพ แต่เป็นภูมิทัศน์ทางศาสนาอย่างแท้จริง

สกัดหินให้กลายเป็นเส้นทางสู่โลกหน้า

การเจาะสุสานใต้ภูเขามิใช่งานง่าย

ช่างหลวงต้องสกัดชั้นหินปูนลึกลงไปใต้ดิน บางสุสานมีทางเดินยาวและลาดเอียงลงไปสู่ใจกลางภูเขา ราวกับจำลองการเดินทางของดวงพระวิญญาณผ่านดินแดนแห่งความตาย หรือ Duat

อุโมงค์เหล่านี้มิได้เป็นเพียงช่องทางเดิน แต่ถูกออกแบบให้มีลำดับของความมืด ความลึก และห้องศักดิ์สิทธิ์ด้านในสุด ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานโลงพระศพและเครื่องประกอบพิธีฝังพระบรมศพ

ยิ่งลึกเข้าไปเท่าใด ความหมายทางศาสนาก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น

กลอุบายพรางตาโจร

แม้จะซ่อนอยู่ในภูเขา สุสานเหล่านี้ก็ยังไม่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ เพราะทรัพย์สมบัติที่ฝังไปพร้อมพระศพมีมูลค่าสูงมหาศาล

จึงมีการสร้างกลไกและองค์ประกอบเพื่อพรางตา เช่น

บ่อดักลึก หรือ Well Shaft ซึ่งอาจช่วยกีดขวางผู้บุกรุก และในบางกรณียังช่วยรับน้ำป่าที่อาจไหลหลากเข้าสู่สุสาน

ทางเดินที่ทำให้สับสน

กำแพงปิดทับที่ฉาบปูนจนดูเหมือนทางตัน

บานทวารศิลาหรือผนังพรางตา เพื่อให้ผู้บุกรุกเข้าใจผิดว่าสิ้นสุดทางแล้ว

อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่า แม้ระบบเหล่านี้จะซับซ้อนเพียงใด สุสานจำนวนมากในหุบเขากษัตริย์ก็ยังถูกปล้นตั้งแต่สมัยโบราณอยู่ดี นั่นยิ่งทำให้สุสานที่รอดพ้นมาได้ กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งกว่าเดิม

คัมภีร์มรณะบนผนังถ้ำ

เมื่อช่างหลวงสกัดผนังหินเรียบร้อยแล้ว ผิวภายในจะถูกฉาบด้วยปูนปลาสเตอร์หรือ Gesso ก่อนที่ช่างเขียนหลวงจะลงสีจากแร่ธรรมชาติ

บนผนังถ้ำปรากฏอักษรฮีโรกลิฟิก ภาพเทพเจ้า และเรื่องราวจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ เช่น Book of the Dead, Book of Gates หรือคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในโลกหน้า

สิ่งเหล่านี้มิใช่งานตกแต่งเพื่อความงามเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนแผนที่ เวทมนตร์ และคำคุ้มครอง เพื่อช่วยดวงพระวิญญาณของฟาโรห์ผ่านด่านอันมืดมน ไปสู่การเกิดใหม่ในโลกนิรันดร์

ความลี้ลับแห่งโลงทองคำตุตันคาเมน

ในบรรดาสุสานทั้งหลาย สุสานของฟาโรห์หนุ่มตุตันคาเมน หรือ KV62 คือชื่อที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุด

สุสานนี้รอดพ้นจากการถูกรื้อค้นอย่างหนักมาได้นานนับสามพันปี ส่วนหนึ่งเพราะตำแหน่งและสภาพแวดล้อมที่ช่วยปิดบังทางเข้า จนกระทั่ง Howard Carter ค้นพบในปี ค.ศ. 1922

ภายในสุสานปรากฏเครื่องประกอบพระศพจำนวนมหาศาล รวมถึงโลงและหน้ากากทองคำอันกลายเป็นภาพจำของอียิปต์โบราณ

สิ่งที่น่าสนใจคือ สุสานของตุตันคาเมนมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับสุสานฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์อื่น แต่เพราะมันรอดพ้นมาได้มากกว่า จึงทำให้โลกยุคใหม่ได้เห็นว่า สุสานหลวงแห่งอียิปต์เคยเต็มไปด้วยความมั่งคั่งและความเชื่ออันลึกซึ้งเพียงใด

จารึกบทที่ 2: มหาวิหารอาบูซิมเบล ศิลาจำหลักประกาศแสนยานุภาพเหนือปฐพี

หากหุบเขากษัตริย์คือศิลปะแห่งการซ่อนพระศพ มหาวิหารอาบูซิมเบลก็คือศิลปะแห่งการประกาศพระบารมีให้โลกเห็น

ณ แคว้นนูเบียทางใต้ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ทรงมีพระราชโองการให้เจาะภูเขาหินทรายริมแม่น้ำไนล์ สร้างเป็นเทวสถานอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์อียิปต์

ช่างฝีมือไม่ได้ขนหินมาก่อเป็นวิหาร แต่ใช้วิธีฝานหน้าผา แล้วแกะสลักลึกเข้าไปในเนื้อภูเขาดั้งเดิม

ด้านหน้าวิหารใหญ่ ปรากฏปฏิมาขนาดมหึมาของรามเสสที่ 2 ในท่านั่งครองบัลลังก์ สูงตระหง่านราว 20 เมตร จำนวน 4 พระองค์ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ราวกับจ้องมองผู้เดินทางที่ล่องเรือผ่านเข้ามาในเขตอำนาจของพระองค์

นี่มิใช่เพียงงานสถาปัตยกรรม แต่คือข้อความทางการเมืองที่สลักลงบนภูเขา

เทวสถานฝาแฝดของพระนางเนเฟอร์ตารี

ห่างจากวิหารใหญ่ไม่ไกล มีวิหารขนาดเล็กอีกแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพีฮาธอร์และพระนางเนเฟอร์ตารี มเหสีผู้เป็นที่รักของรามเสสที่ 2

สิ่งที่ทำให้วิหารนี้โดดเด่น คือรูปสลักของพระนางที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับองค์ฟาโรห์ ซึ่งนับเป็นสิ่งหาได้ยากในศิลปะราชสำนักอียิปต์

โดยปกติ รูปของราชินีมักมีขนาดเล็กกว่ากษัตริย์ เพื่อสะท้อนลำดับชั้นแห่งอำนาจ แต่ที่อาบูซิมเบล พระนางเนเฟอร์ตารีถูกยกขึ้นเคียงคู่พระราชสวามีอย่างสง่างาม

จึงอาจกล่าวได้ว่า วิหารแห่งนี้มิได้เล่าเรื่องอำนาจของรามเสสที่ 2 เท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นสถานะพิเศษของมเหสีผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งด้วย

ลำแสงสุริยะทะลวงถ้ำ

ความอัศจรรย์ของอาบูซิมเบลมิได้อยู่เพียงรูปสลักยักษ์ด้านหน้า

ภายในวิหารใหญ่ โถงถูกเจาะลึกเข้าไปในท้องภูเขา จนถึงห้องศักดิ์สิทธิ์ด้านในสุด หรือ Sanctum ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปสลักเทพเจ้า 4 องค์ ได้แก่ อามุน-รา, รา-โฮรัคตี, พทาห์ และรามเสสที่ 2 ในฐานะกษัตริย์ผู้ได้รับการเทิดทูน

กล่าวกันว่า โหราจารย์และช่างหลวงได้คำนวณทิศทางของวิหารอย่างแม่นยำ จนในหนึ่งปี แสงแรกของพระอาทิตย์จะส่องทะลุทางเข้าวิหาร เข้าไปแตะต้องรูปสลักด้านในสุดเพียง 2 ครั้ง คือ

  1. วันที่ 22 กุมภาพันธ์
  2. วันที่ 22 ตุลาคม

แสงอาทิตย์จะส่องสว่างไปยังรามเสสที่ 2 และเทพแห่งแสงสว่าง ขณะที่เทพพทาห์ ผู้เกี่ยวข้องกับความมืดและใต้พิภพ ยังคงอยู่ในเงามืด

สำหรับคนสมัยใหม่ นี่คือการพบกันของสถาปัตยกรรม ดาราศาสตร์ และพิธีกรรม

สำหรับชาวไอยคุปต์ นี่อาจเป็นหลักฐานว่า ฟาโรห์มิได้เป็นเพียงกษัตริย์บนแผ่นดิน แต่เป็นผู้เชื่อมโยงตนเองเข้ากับจักรวาล แสงอาทิตย์ และเทพเจ้า

จารึกบทที่ 3: อภินิหารปราชญ์ยุคหลัง ปฏิบัติการย้ายเทวสถานหนีน้ำ

เวลาผ่านไปกว่าสามพันปี มหาวิหารอาบูซิมเบลยังคงตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำไนล์

แต่ในคริสต์ทศวรรษ 1960 เมื่อมีการสร้างเขื่อนอัสวาน น้ำจากทะเลสาบนัสเซอร์เริ่มกลายเป็นภัยคุกคามต่อโบราณสถานแห่งนี้ หากปล่อยไว้ วิหารที่รามเสสที่ 2 สั่งเจาะเข้าไปในภูเขา อาจจมหายอยู่ใต้บาดาลตลอดกาล

UNESCO จึงร่วมกับนานาชาติ เปิดปฏิบัติการกู้มรดกโลกครั้งใหญ่ ซึ่งแทบจะเป็นภารกิจที่เกินจินตนาการของยุคนั้น

การตัดแบ่งภูเขาออกเป็นชิ้น

วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญใช้เลื่อยไฟฟ้า ลวดสลิง และเทคนิคพิเศษ ตัดวิหารหินทรายออกเป็นบล็อกขนาดใหญ่ รวม 1,035 ชิ้น น้ำหนักรวมกว่า 16,000 ตัน

จากนั้นจึงชะลอเลื่อนชิ้นส่วนศิลาเหล่านั้นขึ้นไปประกอบใหม่บนพื้นที่สูงกว่าเดิมราว 65 เมตร และถอยหลังจากตำแหน่งเดิมไปราว 200 เมตร

เพื่อให้วิหารยังดูเหมือนฝังอยู่ในภูเขาธรรมชาติ วิศวกรยุคใหม่ต้องสร้างโครงสร้างด้านหลังและเนินจำลองครอบไว้ ราวกับประกอบภูเขาลูกใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับวิหารเก่า

นี่เป็นหนึ่งในปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เพราะไม่ได้ย้ายเพียงรูปสลักหรือผนังบางส่วน แต่แทบจะย้าย “ภูเขาที่ถูกสลักเป็นวิหาร” ทั้งลูกไปไว้ในตำแหน่งใหม่

เมื่อวิทยาการยุคใหม่ต้องคารวะช่างหลวงโบราณ

หลังการย้าย วิหารอาบูซิมเบลยังคงรักษาปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องถึงห้องศักดิ์สิทธิ์ไว้ได้ แต่มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยจากตำแหน่งเดิม

ในบางแหล่งอธิบายว่า ปรากฏการณ์แสงอาทิตย์หลังการย้ายอาจเลื่อนไปจากเดิมราว 1 วัน เช่นเป็นวันที่ 23 กุมภาพันธ์ และ 23 ตุลาคม แทนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และ 22 ตุลาคม

ไม่ว่าจะมองในมุมใด ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยนี้ยิ่งทำให้ผู้คนยุคใหม่หันกลับไปทึ่งกับช่างคำนวณหลวงเมื่อสามพันปีก่อน

เพราะพวกเขามิได้มีเครื่องมือดาวเทียม ไม่มีซอฟต์แวร์จำลองแสง ไม่มีเครื่องจักรกลหนัก แต่กลับสามารถเจาะภูเขาให้ดวงอาทิตย์เดินทางเข้าไปแตะต้องรูปสลักด้านในสุดได้อย่างแม่นยำตามรอบปี

สิ่งที่หลายคนมักเข้าใจผิด

เรื่องการเปลี่ยนจากพีระมิดไปสู่สุสานใต้ภูเขา อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่า ฟาโรห์ยุคราชอาณาจักรใหม่ “เลิกสร้างสิ่งใหญ่โต” แล้ว

ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น

สิ่งที่เปลี่ยนคือ หน้าที่ของสถาปัตยกรรม

สุสานฝังพระศพถูกซ่อนไว้ในหุบเขา เพื่อป้องกันการปล้นและรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีฝังพระศพ

แต่เทวสถานและอนุสรณ์สถานที่ใช้ประกอบพิธี หรือประกาศพระบารมีต่อผู้คน ยังถูกสร้างอย่างมโหฬารดังเดิม ดังที่อาบูซิมเบลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

กล่าวอย่างง่ายคือ ฟาโรห์ไม่ได้เลิกใช้หินสร้างความยิ่งใหญ่ แต่เลือกให้ “ความตาย” อยู่ในความลับ และให้ “พระบารมี” ปรากฏต่อสายตาผู้คน

ภูเขาที่กลายเป็นประตูสู่โลกหน้า

จากหุบเขากษัตริย์ถึงอาบูซิมเบล อียิปต์โบราณแสดงให้เห็นว่า ภูเขามิได้เป็นเพียงก้อนหินขนาดใหญ่ในทะเลทราย

สำหรับฟาโรห์ ภูเขาคือที่ซ่อนพระศพ ครรภ์แห่งการเกิดใหม่ เทวสถานแห่งเทพเจ้า และเวทีประกาศอำนาจของกษัตริย์ผู้ถูกยกให้เป็นสมมติเทพ

พีระมิดอาจเป็นภาพจำอันยิ่งใหญ่ของอียิปต์ยุคแรก ๆ แต่สุสานใต้ภูเขาและวิหารเจาะหน้าผา คือหลักฐานว่าอารยธรรมไอยคุปต์มิได้หยุดอยู่กับรูปทรงเดิม

พวกเขารู้จักปรับเปลี่ยน ใช้ภูมิประเทศ ใช้ความเชื่อ ใช้ดาราศาสตร์ และใช้ศิลปะแห่งหิน เพื่อสร้างเส้นทางระหว่างโลกมนุษย์กับโลกหน้าให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

และบางที นั่นคือเหตุผลที่หินเหล่านี้ยังพูดกับเราได้ แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสามพันปีแล้วก็ตาม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Lao Thu Thu's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 46 ครั้ง
เขียนโดย Lao Thu Thu
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026ทำไมขวดซีอิ๊ว น้ำปลา มักจะมี "ปุ่มนูนเล็กๆ" อยู่ใต้ขวด?แนวทางเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" งวด 1 ก.ค.69 ให้เลขเด่นและเลขท้าย 2 ตัวเน้นๆรวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/7/695 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยฟุตบอลโลก คู่ไหน “คนทั้งโลกอยากดูมากที่สุด”ทำไม 7-Eleven ในประเทศไทย ถึงเป็นเหมือนสวรรค์ที่มีทุกอย่างในโลก3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย10 อันดับลำโพงบลูทูธที่เสียงดีที่สุดในปี 202610 เลขขายดี "จำเนียรอ่อนนุช" งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!!5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยผลไม้ไทยอะไรที่ฝรั่งคิดว่า "แปลกและท้าทาย" ที่สุด นอกเหนือจากทุเรียนแนวทางเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" งวด 1 ก.ค.69 ให้เลขเด่นและเลขท้าย 2 ตัวเน้นๆจังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ถวายของเซ่นไหว้สัมภเวสี วิญญาณกินยังไง อธิบายด้วยหลักการย่อยสลายในธรรมชาติฟุตบอลโลก คู่ไหน “คนทั้งโลกอยากดูมากที่สุด”ทำไม 7-Eleven ในประเทศไทย ถึงเป็นเหมือนสวรรค์ที่มีทุกอย่างในโลกเล่นเกมปลูกผักทั้งวัน หลับตายังเห็นแต่ผัก ภาวะ Tetris Effect สมองค้างที่หลายคนเคยเป็น
ตั้งกระทู้ใหม่