จริงไหม? ยุคนี้คนเลือกที่จะ'โสด'มากกว่ามีคู่ เพราะกลัวความสัมพันธ์แบบ Toxic
จริงไหม? ยุคนี้คนเลือกที่จะ "โสด" มากกว่ามีคู่ เพราะกลัวความสัมพันธ์แบบ Toxic 💔🚫
เพิ่งผ่านช่วงวาเลนไทน์ปี 2026 มาหมาดๆ หลายคนอาจจะเห็นคนมีคู่เดินควงกันเต็มท้องถนน แต่รู้หรือเปล่าว่าสังคมยุคนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุค "จักรวาลคนโสด" อย่างเต็มตัว
คำถามคือ...ทำไมคนยุคเราถึงครองความโสดกันเยอะขึ้น? หาแฟนไม่ได้ หรือจริงๆ แล้ว "ตั้งใจโสด" เพราะเหนื่อยกับความสัมพันธ์แบบ Toxic กันแน่? วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้กันแบบมีสถิติรองรับ 📊
ในยุคที่คนโสดกำลังจะครองโลก 🌎
- ถ้าเรากางสถิติระดับโลกจากองค์การสหประชาชาติ (UN) จะพบว่าปัจจุบันโลกเรามีคนโสดทะลุ 2.12 พันล้านคน (หรือราวๆ 1 ใน 4 ของประชากรโลก) และมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ตัวเลขนี้จะพุ่งไปถึง 35% หรือประมาณ 3 พันล้านคนเลยทีเดียว โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วอย่างกลุ่มนอร์ดิก (เช่น นอร์เวย์ เดนมาร์ก) หรือเอเชียอย่างญี่ปุ่น ที่มีสัดส่วนคนโสดทะลุ 40% ไปเรียบร้อยแล้วเเละจากข้อมูลสถิติประชากรของไทยพบว่า สัดส่วนคนโสดในวัยเจริญพันธุ์ (15-49 ปี) พุ่งสูงแตะระดับ 40.5% และยิ่งถ้าเจาะไปที่กรุงเทพมหานคร ตัวเลขคนโสดทะลุไป 50.4% แล้ว! (เดินมา 2 คน ต้องมีคนโสด 1 คนแน่นอน)
เลิกดีกว่าทน 🚩
- สมัยก่อนผู้ใหญ่ชอบสอนว่ามีคู่แล้วต้องอดทน แต่คนยุคนี้ให้ความสำคัญกับ "สุขภาพจิต" มาเป็นอันดับหนึ่ง หลายคู่ต้องอยู่ด้วยกันแม้ไม่มีความสุข เพราะข้อจำกัดทางสังคม เศรษฐกิจ หรือภาพลักษณ์ครอบครัว คนรุ่นใหม่มีอิสระในการตัดสินใจมากขึ้น งานวิจัยด้านจิตวิทยาสมัยใหม่ชี้ว่าการอยู่ใน "Toxic Relationship" ไม่ว่าจะเป็นการถูกทำร้ายร่างกาย จิตใจ การนอกใจ หรือการควบคุมชีวิตกันและกัน ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจหนักกว่าการอยู่คนเดียวหลายเท่า คนรุ่นใหม่เลยมีคติประจำใจว่า "ถ้ามีแล้วไม่ดี สู้ไม่มีดีกว่า"
อิสระทางการเงิน = อิสระในการเลือก 💰
- ความกดดันทางเศรษฐกิจมีผลอย่างมาก การสร้างครอบครัวยุคนี้มีต้นทุนที่สูงมาก ทั้งค่าบ้าน ค่าครองชีพ ยิ่งถ้าไปเจอคู่ชีวิตที่สร้างหนี้สิน หรือเอาเปรียบทางการเงิน ยิ่งทำให้ชีวิตพังไวขึ้น เมื่อผู้คนสามารถพึ่งพาตนเองทางการเงินได้อย่างเต็มที่ ความจำเป็นที่จะต้อง “ทนอยู่” ในความสัมพันธ์เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจลดลง ความรักจึงไม่ใช่เงื่อนไขของการอยู่รอดเหมือนในอดีต แต่กลายเป็นทางเลือกที่ต้องมาพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี หากความสัมพันธ์ไม่ตอบโจทย์ การเดินออกมาก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป เพราะคนเราสามารถดูแลตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาคู่เสมอไป
สังคมที่เอื้อให้ฉายเดี่ยว 🧍♀️
- เมื่อก่อนการใช้ชีวิตคนเดียวสังคมอาจจะมองเป็นเรื่องแปลก เพราะโครงสร้างสังคมถูกออกแบบมาเพื่อคนที่มีครอบครัวหรือมีคู่เป็นหลัก รวมถึงค่านิยมทางสังคมที่มองว่าการมีคู่คือความสำเร็จของชีวิต เเต่เดี๋ยวนี้การไปกินชาบูหม้อเดี่ยว ไปดูหนังคนเดียว หรืออยู่บ้านคนเดียว กลายเป็นเรื่องปกติสุดๆ ธุรกิจต่างๆเริ่มหันมารองรับไลฟ์สไตล์คนโสดมากขึ้น ทำให้การใช้ชีวิตคนเดียวไม่ได้รู้สึกแปลกแยกหรือเหงาเหมือนเมื่อก่อน เราสามารถมีความสุขกับการติ่งซีรีส์ นั่งเขียนนิยาย หรือแต่งตัวแฟชั่นเก๋ๆ ออกไปคาเฟ่ได้โดยไม่ต้องรอใคร ดังนั้นการมีคู่จึงไม่ใช่เงื่อนไขของความสมบูรณ์ในชีวิตอีกต่อไป แต่กลายเป็นเพียง “ตัวเลือก” หนึ่งเท่านั้น
✨ยุคนี้ความโสดไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่มันคือ "ไลฟ์สไตล์" ที่เราออกแบบเองได้ การเป็นโสดคือการมีอิสระเต็มที่ที่จะเอาเวลาไปทำสิ่งที่รัก ในยุคที่ความสัมพันธ์รอบตัวเต็มไปด้วยความเปราะบาง การเลือกอยู่คนเดียวคือการสร้าง Safe Zone เพื่อปกป้องหัวใจจากความ Toxic ทุกรูปแบบ เพราะตราบใดที่เรายังรักและเติมเต็มตัวเองได้ การมีคู่ก็ไม่ใช่ "ความจำเป็น" แต่เป็นแค่ "โบนัส" ของชีวิตเท่านั้น โสดอย่างมีคุณภาพคือการอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขในทุกๆวัน
อ้างอิงจาก: สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(NESDC) และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
😃 ชวนมาดูเหล่าผู้คนที่ชีวิตเหมือนอยู่ในเมืองมหัศจรรย์ตลอดเวลา เพราะพวกเขามักพบเจอแต่เรื่องราวแปลก ๆ อยู่เสมอ 😆
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
ประเทศเดียวในอาเซียนที่ปกครองด้วยปกครองโดยระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 1 มีนาคม 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
คาบัง: วีรบุรุษสี่ขาผู้สละใบหน้าเพื่อลมหายใจของมนุษย์
การเดินทางของ "แม่น้ำโขง" จากธารน้ำแข็งทิเบตสู่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำมังกร
เจาะลึกเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" และสถิติย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
อาหารเหล่านี้ถ้ากินเยอะเกินไปจะทำร้ายสมอง และ พฤติกรรมการกินที่ทำให้เสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์
เมื่อตัวร้ายกลายเป็นตัวนำโชค! "ทอม เฟลตัน" โพสต์รูป "มัลฟอย" พร้อมคำอวยพรตรุษจีน ทำแฟนคลับอึ้งกันทั้งโซเชียล
สัตว์ที่เหลืออยู่น้อยมาก และคาดว่ากำลังจะสูญพันธุ์ไปจากโลก




