รู้หรือไม่...สิ่งที่ดูคล้ายๆกับ "เขา" ของยีราฟ เขาไม่ได้เรียกว่า "เขา" น๊า...
เขียนโดย dukedick
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆทุกๆคนไปทำความรู้จักกับ “ออสซิโคน” (Ossicones) ของยีราฟ 🦒 ถ้ามองแวบแรกหลายคนอาจเรียกมันว่า “เขา” เพราะมันชูขึ้นมาบนหัวเหมือนเขากวางหรือเขาควาย แต่อันที่จริงในทางชีววิทยามันมีชื่อเฉพาะว่าออสซิโคน และเป็นโครงสร้างที่ต่างจากเขาของสัตว์ชนิดอื่นแบบคนละระบบเลย ออสซิโคนไม่ใช่ชิ้นเคราตินแข็งๆ เหมือนเขาควายที่คล้ายเล็บมือ และก็ไม่ใช่เขากวางที่ผลัดหลุดแล้วงอกใหม่ทุกปี แต่มันคือ “ก้อนกระดูก” ที่เชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกับกะโหลกศีรษะ มีผิวหนังจริงๆ ห่อหุ้ม มีเส้นเลือดมาเลี้ยง และมีขนปกคลุมอยู่ตลอดชีวิต นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพอมองใกล้ๆ มันถึงดูนุ่มนวลกว่าที่คิด ไม่ได้เป็นแท่งแข็งเงาวับเหมือนเขาทั่วไป และสิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ยีราฟไม่ได้เกิดมาพร้อมออสซิโคนที่แข็งและติดกับกะโหลกทันที ตอนแรกมันเป็นแค่กระดูกอ่อนเล็กๆ ที่ “ลอยอยู่ใต้ผิวหนัง” เพื่อไม่ให้แม่ยีราฟบาดเจ็บตอนคลอด แล้วค่อยๆ แข็งตัวและเชื่อมติดกับกะโหลกเมื่อยีราฟโตขึ้น เหมือนธรรมชาติออกแบบมาให้ทั้งปลอดภัยตอนเกิดและแข็งแรงตอนโตพร้อมใช้งาน
ออสซิโคนยังเป็นเหมือน “ป้ายบอกเพศ” ที่ดูได้ง่ายมากอีกด้วย เพราะถ้าคุณเห็นยีราฟตัวผู้ มักจะสังเกตได้ว่าปลายออสซิโคนดูโล้นๆ หรือขนบางกว่าปกติ เหตุผลไม่ใช่เพราะพันธุกรรมหัวล้านอะไรทั้งนั้น แต่เพราะตัวผู้มีพฤติกรรมที่เรียกว่า necking คือใช้คอเหวี่ยงฟาดและเอาหัวโขกกันเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่และโอกาสผสมพันธุ์ การปะทะกันซ้ำๆ ทำให้ขนบริเวณปลายถูกถูไถจนหลุดไป อีกทั้งออสซิโคนของตัวผู้มักหนาและหนักกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก ส่วนตัวเมียมักมีออสซิโคนที่เรียวกว่าและมี “พู่ขน” ปิดปลายดูฟูสวย เพราะไม่ต้องเอาหัวไปปะทะหนักๆ แบบตัวผู้ เวลามองในภาพถ่ายหรือสารคดี ถ้าเห็นปลายออสซิโคนดูฟูๆ สะอาดๆ โอกาสสูงว่าจะเป็นตัวเมีย แต่ถ้าเห็นปลายดูทู่ๆ โล้นๆ เหมือนผ่านศึกมาเยอะ ก็เดาได้เลยว่าเป็นตัวผู้สายบู๊
แล้วออสซิโคนมีไว้ทำไม นอกจากทำให้ยีราฟดูมีเอกลักษณ์? หน้าที่หลักๆ ที่พูดถึงกันมากมีสองอย่าง อย่างแรกคือเป็น “อาวุธ” ในการต่อสู้ของตัวผู้ เพราะตอน necking นั้นยีราฟไม่ได้แค่ชนกันเบาๆ แต่มันเหวี่ยงคอเหมือนลูกตุ้ม แล้วใช้ออสซิโคนฟาดใส่อีกฝ่ายเหมือนกระบอง ใครคุมจังหวะได้ดีกว่า แข็งแรงกว่า ก็มีโอกาสชนะและได้สิทธิ์ในการผสมพันธุ์มากกว่า ส่วนหน้าที่ที่สองคือเรื่อง “การระบายความร้อน” เพราะออสซิโคนถูกห่อด้วยผิวหนังที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยง จึงมีแนวคิดว่าบริเวณนี้อาจช่วยถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกายได้ในอากาศร้อนของแอฟริกา แม้จะดูเป็นส่วนเล็กๆ บนหัว แต่เมื่อรวมกับจุดอื่นๆ ในร่างกาย มันอาจเป็นหนึ่งในกลไกช่วยให้ยีราฟอยู่รอดได้ดีขึ้นท่ามกลางแดดแรงและอากาศแห้ง
และเกร็ดน่ารู้ที่หลายคนจะว้าวคือ ยีราฟบางตัวไม่ได้มีแค่ออสซิโคนสองอันแบบที่เราคุ้นตา เพราะบางสายพันธุ์หรือบางตัวอาจมีโหนกกระดูกเพิ่มตรงกลางหน้าผาก หรือมีติ่งนูนเล็กๆ บริเวณหลังหู รวมๆ แล้วบางทีดูเหมือนมีถึงห้าอันเลยทีเดียว และนี่แหละคือเสน่ห์ของออสซิโคน มันทำให้เราเห็นว่าสิ่งที่ดูเหมือน “เขา” ธรรมดาๆ บนหัวสัตว์หนึ่งตัว จริงๆ แล้วซ่อนเรื่องราวของวิวัฒนาการ โครงสร้างร่างกาย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตเอาไว้แน่นมาก แค่เงยหน้ามองยีราฟอีกครั้ง เราก็เหมือนได้อ่านชีววิทยาฉบับย่อจากก้อนกระดูกมีขนสองอันบนหัวมันแล้ว
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขาย
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
ประเทศยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดในโลก
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก
"คางคกโพรงเม็กซิกัน" สัตว์หน้าแปลกที่แยกตัวจากโลกภายนอกมานานกว่า มาเป็นร้อยล้านปี!
ผีเสื้อจักรพรรดิใช้ 8-15 วัน เปลี่ยนจากดักแด้สู่ปีกใหม่
ล็อบสเตอร์สีฟ้า 1 ใน 2 ล้านตัว ทำไมสีสวยจึงอยู่รอดยาก
เมื่อลูกสิงโตและลูกเสือกลายเป็น "เพื่อนซี้" กันตั้งแต่วัยเยาว์


