เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน "สัญชาติของแบรนด์" กับ "เจ้าของที่แท้จริง" มักจะเป็นคนละเรื่องกันเลย หลายแบรนด์ที่เราคุ้นเคยว่าญี่ปุ่นจ๋าๆ แท้จริงแล้วถูกกลุ่มทุนจีนเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อขยายฐานการผลิตและใช้ชื่อเสียงด้านคุณภาพของญี่ปุ่นมาตีตลาดโลก
มาเปิดรายชื่อธุรกิจและแบรนด์ญี่ปุ่นชื่อดังที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่กันรเลย....
กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยี
นี่คือกลุ่มที่ชัดเจนที่สุด เพราะแบรนด์ญี่ปุ่นเผชิญกับการแข่งขันที่สูงมากจนต้องขายกิจการให้ยักษ์ใหญ่จากจีน
1. Toshiba (เฉพาะส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน): ถูกซื้อโดย Midea Group (ปี 2016) แม้โลโก้จะเป็น Toshiba แต่การบริหารและผลิตเป็นของจีน
ผู้ซื้อ: Midea Group (ไมเดีย) ในสัดส่วน ถือหุ้น 80.1% (Toshiba Corp. ยังถือไว้ 19.9%) มูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 17,000 ล้านบาทในขณะนั้น) เมื่อปี 2016
2. Sharp: ถูกซื้อโดย Foxconn (Hon Hai Precision Industry) จากไต้หวัน (ปี 2016) แม้ไต้หวันจะต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ในเชิงการเมือง แต่ในเชิงโครงสร้างธุรกิจมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มทุนภาษาจีนที่เข้ามาฟื้นฟูกิจการญี่ปุ่น
ผู้ซื้อ: Foxconn (Hon Hai Precision Industry) - กลุ่มทุนไต้หวัน ในสัดส่วนประมาณ 66% (ถือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดและมีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จ) มูลค่าประมาณ 3,500 - 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 1.3 แสนล้านบาท) เมื่อปี 2016
3. Sanyo: ถูกซื้อโดย Haier (ปี 2011) โดย Haier นำเทคโนโลยีและโรงงานของ Sanyo ไปต่อยอดเป็นแบรนด์ AQUA ที่ขายดีในญี่ปุ่นและเอเชีย
ผู้ซื้อ: Haier (ไฮเออร์ในสัดส่วนซื้อกิจการแบบ 100% (ในส่วนของเครื่องซักผ้าและตู้เย็น รวมถึงแบรนด์ AQUA) มูลค่าประมาณ 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10,000 ล้านเยน) เมื่อปี 2011
4. NEC (เฉพาะส่วน Personal Computers): เป็นการร่วมทุนที่ Lenovo ถือหุ้นใหญ่ (เกิน 51%) ทำให้คอมพิวเตอร์ NEC มีสายเลือดหลักเป็น Lenovo
ผู้ซื้อ: Lenovo ในสัดส่วน Lenovo ถือ 51% (NEC ถือ 49%) ในช่วงแรก และปัจจุบัน Lenovo มีอำนาจควบคุมเกือบทั้งหมด มูลค่าเป็นการควบรวมกิจการมูลค่ารวมในตอนนั้นประมาณ 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2011
5. Fujitsu (เฉพาะส่วน PC) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ของญี่ปุ่น: เช่นเดียวกับ NEC ปัจจุบัน Lenovo เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในส่วนธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ผู้ซื้อ: Lenovo ในสัดส่วน: ถือหุ้น 51% มูลค่าประมาณ 157 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,500 ล้านบาท) เมื่อปี 2017
ในกลุ่มยานยนต์และพลังงาน
1.Nissan (บางส่วน): แม้จะเป็นพันธมิตรกับ Renault แต่ในส่วนของ Envision AESC (บริษัทผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ของ Nissan) ถูกกลุ่ม Envision Group จากจีนซื้อหุ้นใหญ่ไป เพื่อคุมซัพพลายเชนแบตเตอรี่โลก
AESC (แบตเตอรี่ของ Nissan) ผู้ซื้อ: Envision Group สัดส่วนถือหุ้น 75% (Nissan ยังคงถือหุ้น 25%) มูลค่าไม่มีการเปิดเผยตัวเลขแน่ชัด แต่เป็นการขายเพื่อปรับโครงสร้างหนี้และเน้นทำตลาดแบตเตอรี่ EV โลก
2.Honma Golf: แบรนด์ไม้กอล์ฟสุดหรูที่นักกอล์ฟทั่วโลกยอมรับ ปัจจุบันเจ้าของคือ Maruman (ซึ่งถูกกลุ่มทุนจีนเทคโอเวอร์ไปก่อนหน้า) และบริหารโดยเศรษฐีชาวจีน
ผู้ซื้อ: กลุ่ม Merlion Holdings (นำโดยนักธุรกิจชาวจีน Liu Jianguo) ในสัดส่วนเข้าซื้อกิจการเกือบทั้งหมดในช่วงที่ล้มละลาย และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง มูลค่าการซื้อขายช่วงแรกมีมูลค่าราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปั้นแบรนด์จนมีมูลค่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้นหลายเท่าตัว
กลุ่มค้าปลีกและเครื่องแต่งกาย
1.Renown: อดีตยักษ์ใหญ่เสื้อผ้าของญี่ปุ่น (เจ้าของแบรนด์ D'urban, Aquascutum) ถูก Shandong Ruyi ซื้อไป (แม้ภายหลังจะประสบปัญหาทางการเงินตามวงจรธุรกิจก็ตาม)
2.Honmono Sushi / ร้านอาหารบางกลุ่ม: ในญี่ปุ่นเริ่มมีเชนร้านอาหารและโรงแรมขนาดเล็กที่ทุนจีนเข้าไปกว้านซื้อแบบเงียบๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจีน
-----------------------------
ดีลส่วนใหญ่ มักจะอยู่ที่การถือหุ้น 51% - 80% เพื่อให้จีนมีอำนาจการบริหารสูงสุด แต่ยังเหลือชื่อผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นไว้เพื่อ "รักษาความน่าเชื่อถือ" และภาพลักษณ์แบรนด์
หากเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่าง Sharp หรือ Toshiba มูลค่าจะอยู่ในระดับ หมื่นล้านไปจนถึงแสนล้านบาท การที่จีนเข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงขนาดนี้ ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงสิทธิบัตร (Patents) และเทคโนโลยีการผลิตที่สะสมมานานของญี่ปุ่นได้ทันที ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักมากกว่าแค่ผลกำไรจากการขายของเพียงอย่างเดียว
เหตุผลไม่ได้มีแค่เรื่องกำไร แต่เป็นกลยุทธ์เชิงลึก การซื้อ "ทางลัด" ( การสร้างแบรนด์ให้คนเชื่อถือในระดับ "Made in Japan" ต้องใช้เวลาเป็นร้อยปี การซื้อกิจการทำให้จีนได้ภาพลักษณ์ความพรีเมียมและความน่าเชื่อถือไปทันที
การเข้าถึงเทคโนโลยี (R&D) ญี่ปุ่นเก่งเรื่องงานวิศวกรรมและการเก็บรายละเอียด จีนต้องการ Know-how เหล่านี้มาอัปเกรดมาตรฐานสินค้าของตัวเอง
ช่องทางการจัดจำหน่ายการซื้อแบรนด์ญี่ปุ่นที่มีหน้าร้านหรือเครือข่ายทั่วโลกอยู่แล้ว ช่วยให้สินค้าจีนกระจายไปสู่ตลาดโลกได้รวดเร็วขึ้น
ทางรอดของญี่ปุ่นบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องหรือขาดผู้สืบทอดกิจการ การขายให้กลุ่มทุนจีนที่มีเงินสดล้นมือจึงเป็นทางออกที่ช่วยให้พนักงานยังมีงานทำและแบรนด์ยังอยู่รอด
ถึงแม้เจ้าของจะเป็นจีน แต่มาตรฐานการควบคุมคุณภาพ (QC) ส่วนใหญ่ยังใช้มาตรฐานญี่ปุ่นเดิม หรือมีการผสมผสานกัน เพื่อไม่ให้เสีย "คุณค่าของแบรนด์" ที่ลูกค้าเชื่อถือได้
ที่มา: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1046849144154178&set=a.485854520253646
https://www.livemint.com/Companies/JtFAH7s61IWxESVR1TK20J/Whirlpool-buys-51-stake-in-China-appliance-maker.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Toshiba
https://asia.nikkei.com/business/business-trends/chinese-buyers-snag-small-but-vital-links-in-japan-supply-chains
https://www.yicaiglobal.com/news/in-photos-chinese-brands-steal-spotlight-at-akihabara-electric-town-in-tokyo#:~:text=This has helped them increase their operating,*%20Top%2Dload%20washers%20*%20Toshiba%20TV%20sets
เมืองที่ใหญ่และเจริญที่สุด ในภาคอีสานของประเทศไทย
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่ไม่มีน้ำตกอยู่เลยในธรรมชาติ
เปิดรายได้นักบิน F-16 ในประเทศไทย
แนวทางเลขเด็ด "อ.ดุ่ย ภรัญฯ" งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2569
รู้หรือไม่? ทำไม "หัวเตียง" ควรดันให้ชิดผนัง ประโยชน์เน้นๆ ที่มากกว่าแค่เรื่องฮวงจุ้ย!
ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองมากที่สุดในอาเซียน
ภรรยา กับ ภริยา ต่างกันอย่างไร ความหมายจริงในภาษาไทย
เลขฮิตหวยใบแดง 10 อันดับ งวด 16 มีนาคม 2569
10 จังหวัด “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิทะลุ 40 องศาแทบทุกปี
10 จังหวัดที่หนาวที่สุดในประเทศไทย
😃 ลองมาดูผู้คนจากหลากหลายอาชีพ แสดงให้เห็นว่า วันทำงานของพวกเขามีความพิเศษยังไง ? 😆
นักวิจัยชี้ คนรวย–คนจน มีลักษณะใบหน้าต่างกันอย่างไร
ฐานทัพของสหรัฐอเมริกา ที่เคยมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย












