หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 เรื่องเกี่ยวกับอาหารที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด

เขียนโดย ลูกสาวอบต

 

เรื่องของอาหารการกินเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุด แต่ก็น่าแปลกที่เรามักจะจำความเชื่อผิดๆ ต่อกันมานาน บางเรื่องก็เป็นเพราะงานวิจัยเก่าที่ถูกล้มล้างไปแล้ว หรือบางเรื่องก็เป็นแค่การตลาดที่ฝังหัวเรา

นี่คือ 10 เรื่องเกี่ยวกับอาหารที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดอยู่.....

1. ไข่ดาว/ไข่ต้ม เพิ่มคอเลสเตอรอลจนอันตราย

หลายคนกลัวการกินไข่ทุกวันเพราะกลัวคอเลสเตอรอลสูง แต่ความจริงคือ คอเลสเตอรอลในอาหารมีผลน้อยมากต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เมื่อเทียบกับไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ไข่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่กินได้แทบทุกวัน (ถ้าไม่ได้มีโรคประจำตัวที่หมอสั่งห้ามเฉพาะ)

 

2. ผงชูรส (MSG) คือตัวการผมร่วงและปวดหัว

ยังไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไหนยืนยันได้ว่า MSG ทำให้ผมร่วง ส่วนอาการ "ซินโดรมร้านอาหารจีน" (ปวดหัว คอแห้ง) มักเกิดจากการที่อาหารนั้นมีโซเดียมสูงเกินไป หรือบางคนอาจจะแค่ไวต่อสารปรุงรสเฉยๆ แต่ในแง่พิษวิทยา MSG มีความปลอดภัยใกล้เคียงกับเกลือแกงเลย

 

3. น้ำตาลทรายแดง "ดีกว่า" น้ำตาลทรายขาว

ในเชิงสารอาหาร ทั้งคู่แทบไม่ต่างกันเลย น้ำตาลทรายแดงแค่มีกากน้ำตาล (Molasses) หลงเหลืออยู่เล็กน้อย ซึ่งให้แร่ธาตุเพียงน้อยนิดจนไม่มีนัยสำคัญต่อสุขภาพ **ร่างกายมองว่ามันคือน้ำตาลเหมือนกัน** และให้พลังงานเท่ากัน

 

4. การกินไขมันทำให้อ้วน

ไขมันไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไปร่างกายเราต้องการไขมันเพื่อดูดซึมวิตามิน A, D, E, K และสร้างฮอร์โมน สิ่งที่ทำให้อ้วนจริงๆ คือ "พลังงานส่วนเกิน" (Caloric Surplus) ไม่ว่าจะมาจากแป้ง น้ำตาล หรือไขมัน ถ้ากินเกินที่ใช้ก็อ้วนได้หมด

ควรกินไขมันในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยเลือก ไขมันดีจากธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ พร้อมกับควบคุมปริมาณแคลอรี่รวมให้สมดุ

 

5. อาหารแช่แข็งไม่มีประโยชน์เท่าของสด

ในหลายกรณี อาหารแช่แข็งมีสารอาหารมากกว่าของสดตามตลาดเสียอีก เพราะผักผลไม้แช่แข็งจะถูกเก็บและ "ฟรีซ" ทันทีในขณะที่สารอาหารสูงสุด ส่วนของสดมักจะเสียสารอาหารไปตามระยะเวลาการขนส่งและการวางขายที่โดนแสงและอากาศ

 

6. ดื่มน้ำผลไม้แทนการกินผลไม้สดได้

น้ำผลไม้ (แม้จะคั้น 100%) มักจะสูญเสียกากใย (Fiber) ไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือน้ำตาลฟรุกโตสที่เข้มข้นมาก ซึ่งร่างกายจะดูดซึมเร็วเกินไปจนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง (Insulin Spike) การกินผลไม้เป็นลูกๆ ดีกว่าแน่นอน

 

7. กาแฟทำให้ร่างกายขาดน้ำ

แม้คาเฟอีนจะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ แต่ปริมาณน้ำที่เป็นส่วนประกอบหลักในกาแฟนั้นมากกว่าปริมาณน้ำที่ร่างกายขับออกมา สรุปคือการดื่มกาแฟยังช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ (Hydration) ไม่ได้ทำให้ตัวแห้งเหี่ยวอย่างที่กลัวกัน

 

8. อาหาร Organic ไม่มีสารเคมีเลย

คำว่า Organic ไม่ได้แปลว่า "ศูนย์" เสมอไป เกษตรกรอินทรีย์ยังสามารถใช้ยาฆ่าแมลงได้ เพียงแต่ต้องเป็นสารที่สกัดจากธรรมชาติ (Natural Pesticides) ซึ่งบางชนิดก็มีความเป็นพิษหากใช้ไม่ถูกวิธี ดังนั้นไม่ว่าจะ Organic หรือไม่การล้างให้สะอาดคือหัวใจสำคัญ

 

9. กินคาร์โบไฮเดรตหลัง 6 โมงเย็นจะกลายเป็นไขมัน

ร่างกายเราไม่ได้มี "นาฬิกาปลุก" ที่จะเปลี่ยนแป้งเป็นไขมันทันทีที่พระอาทิตย์ตกดิน ระบบเผาผลาญยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา หัวใจสำคัญอยู่ที่ปริมาณแคลอรีรวมทั้งวันไม่ใช่เวลาที่กินเข้าไป (ยกเว้นเรื่องกรดไหลย้อนที่ควรเว้นระยะก่อนนอน)

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคาร์โบไฮเดรตและเวลา พลังงานรวมสำคัญที่สุด: สิ่งที่กำหนดว่าคุณจะอ้วนหรือผอมคือ ปริมาณแคลอรี่รวมที่ได้รับตลอดทั้งวัน เทียบกับพลังงานที่ใช้ไป หากคุณกินไม่เกินความต้องการของร่างกาย แคลอรี่จากคาร์โบไฮเดรตตอน 2 ทุ่ม ก็มีค่าเท่ากับตอน 8 โมงเช้า

ระบบเผาผลาญไม่หยุดทำงานขณะหลับ: แม้เราจะหลับ ร่างกายยังคงเผาผลาญพลังงานเพื่อรักษาการทำงานของอวัยวะภายใน การกินคาร์โบไฮเดรตตอนเย็นจึงไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นไขมันในทันทีเพียงเพราะเราไม่ได้ขยับร่างกาย

อินซูลินกับมื้อเย็น: แม้บางงานวิจัยจะชี้ว่าร่างกายจัดการน้ำตาลได้ดีกว่าในตอนเช้า แต่การกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช) ในมื้อเย็นยังช่วยให้หลับสบายขึ้นและควบคุมฮอร์โมนความหิวในวันถัดไปได้ดี

 

10. ช็อกโกแลตทำให้เป็นสิว

งานวิจัยส่วนใหญ่ชี้ว่า ตัวการคือ "น้ำตาล" และ "นม ที่ผสมอยู่ในช็อกโกแลตต่างหากที่กระตุ้นการอักเสบและสิว ถ้าคุณทาน Dark Chocolate แท้ๆ (โกโก้ 70% ขึ้นไป) นอกจากจะไม่ค่อยกระตุ้นสิวแล้ว ยังได้สารต้านอนุมูลอิสระเพียบเลยด้วย

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับช็อกโกแลตและสิว
ไม่ใช่สาเหตุหลัก: การศึกษาหลายชิ้นไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่าง "โกโก้" (วัตถุดิบหลักของช็อกโกแลต) กับการเกิดสิว

น้ำตาลและนมคือตัวการจริง: ส่วนใหญ่อาการสิวเห่อหลังกินช็อกโกแลตมักเกิดจาก น้ำตาล และ ผลิตภัณฑ์จากนม ที่ผสมอยู่ ซึ่งมีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) สูง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นจนกระตุ้นการอักเสบและทำให้สิวแย่ลง

อาจกระตุ้นในบางคน: งานวิจัยใหม่ๆ (เช่น ในปี 2024) พบว่าในกลุ่มคนที่ผิวเป็นสิวง่ายอยู่แล้ว การกินช็อกโกแลต (แม้แต่ดาร์กช็อกโกแลต) ในปริมาณมากอาจทำให้สิวอักเสบเพิ่มขึ้นได้ในบางกรณี

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 207 ครั้ง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ลูกสาวอบต
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคนชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควรประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลกประเทศที่ "เงินเดือนวิศวกร" สูงที่สุดในโลก😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉ประเทศที่นอนน้อยที่สุดอีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน6 สถานการณ์ที่บอกได้ว่าคุณเป็น "ผู้ใหญ่จริง" แค่ไหนจังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนคนเข้ามาท่องเที่ยวน้อยที่สุดดีเซล 40.80 บาท ค่าไฟ 3.95 บาท เริ่มกระทบรายจ่าย 1 พ.ค.3 หนังบันดาลใจ ที่พาคุณอยากออกไปท่องโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
การสู้รบครั้งสุดท้าย ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มีเรื่องต้องคุย เย็นนี้กับประเด็นเซ่นพิษเศรษฐกิจ ตกงานนับแสนคนเจาะลึกจิตวิทยา! แบบทดสอบทายใจ "คนรักของคุณ" ขี้หึงและจอมบงการแค่ไหน?รู้หรือไม่ ปูนซีเมนต์ทำมาจากอะไรทำไมมันถึงแข็งตัวได้กันนะ ?เมืองที่เมื่อไปแล้ว เหมือนหลุดเข้าไปในเมืองเทพนิยาย... เมืองที่เวลาหยุดหมุนที่ "Suzdal"
ตั้งกระทู้ใหม่