10 เรื่องเกี่ยวกับอาหารที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด
เขียนโดย ลูกสาวอบต
เรื่องของอาหารการกินเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุด แต่ก็น่าแปลกที่เรามักจะจำความเชื่อผิดๆ ต่อกันมานาน บางเรื่องก็เป็นเพราะงานวิจัยเก่าที่ถูกล้มล้างไปแล้ว หรือบางเรื่องก็เป็นแค่การตลาดที่ฝังหัวเรา
นี่คือ 10 เรื่องเกี่ยวกับอาหารที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดอยู่.....
1. ไข่ดาว/ไข่ต้ม เพิ่มคอเลสเตอรอลจนอันตราย
หลายคนกลัวการกินไข่ทุกวันเพราะกลัวคอเลสเตอรอลสูง แต่ความจริงคือ คอเลสเตอรอลในอาหารมีผลน้อยมากต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เมื่อเทียบกับไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ไข่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่กินได้แทบทุกวัน (ถ้าไม่ได้มีโรคประจำตัวที่หมอสั่งห้ามเฉพาะ)
2. ผงชูรส (MSG) คือตัวการผมร่วงและปวดหัว
ยังไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไหนยืนยันได้ว่า MSG ทำให้ผมร่วง ส่วนอาการ "ซินโดรมร้านอาหารจีน" (ปวดหัว คอแห้ง) มักเกิดจากการที่อาหารนั้นมีโซเดียมสูงเกินไป หรือบางคนอาจจะแค่ไวต่อสารปรุงรสเฉยๆ แต่ในแง่พิษวิทยา MSG มีความปลอดภัยใกล้เคียงกับเกลือแกงเลย
3. น้ำตาลทรายแดง "ดีกว่า" น้ำตาลทรายขาว
ในเชิงสารอาหาร ทั้งคู่แทบไม่ต่างกันเลย น้ำตาลทรายแดงแค่มีกากน้ำตาล (Molasses) หลงเหลืออยู่เล็กน้อย ซึ่งให้แร่ธาตุเพียงน้อยนิดจนไม่มีนัยสำคัญต่อสุขภาพ **ร่างกายมองว่ามันคือน้ำตาลเหมือนกัน** และให้พลังงานเท่ากัน
4. การกินไขมันทำให้อ้วน
ไขมันไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไปร่างกายเราต้องการไขมันเพื่อดูดซึมวิตามิน A, D, E, K และสร้างฮอร์โมน สิ่งที่ทำให้อ้วนจริงๆ คือ "พลังงานส่วนเกิน" (Caloric Surplus) ไม่ว่าจะมาจากแป้ง น้ำตาล หรือไขมัน ถ้ากินเกินที่ใช้ก็อ้วนได้หมด
- ไขมันดี (HDL/Unsaturated Fat): เช่น อะโวคาโด, ถั่ว, ปลาที่มีไขมันสูง และน้ำมันมะกอก ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน บำรุงสมอง และช่วยให้อิ่มนานขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก
- ไขมันเลว (Trans Fat / Saturated Fat ในปริมาณสูง): เช่น ของทอด, เบเกอรี่, ขนมหวาน และอาหารแปรรูป หากกินมากเกินไปจะสะสมเป็นไขมันส่วนเกินและเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน
ควรกินไขมันในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยเลือก ไขมันดีจากธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ พร้อมกับควบคุมปริมาณแคลอรี่รวมให้สมดุ
5. อาหารแช่แข็งไม่มีประโยชน์เท่าของสด
ในหลายกรณี อาหารแช่แข็งมีสารอาหารมากกว่าของสดตามตลาดเสียอีก เพราะผักผลไม้แช่แข็งจะถูกเก็บและ "ฟรีซ" ทันทีในขณะที่สารอาหารสูงสุด ส่วนของสดมักจะเสียสารอาหารไปตามระยะเวลาการขนส่งและการวางขายที่โดนแสงและอากาศ
6. ดื่มน้ำผลไม้แทนการกินผลไม้สดได้
น้ำผลไม้ (แม้จะคั้น 100%) มักจะสูญเสียกากใย (Fiber) ไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือน้ำตาลฟรุกโตสที่เข้มข้นมาก ซึ่งร่างกายจะดูดซึมเร็วเกินไปจนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง (Insulin Spike) การกินผลไม้เป็นลูกๆ ดีกว่าแน่นอน
7. กาแฟทำให้ร่างกายขาดน้ำ
แม้คาเฟอีนจะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ แต่ปริมาณน้ำที่เป็นส่วนประกอบหลักในกาแฟนั้นมากกว่าปริมาณน้ำที่ร่างกายขับออกมา สรุปคือการดื่มกาแฟยังช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ (Hydration) ไม่ได้ทำให้ตัวแห้งเหี่ยวอย่างที่กลัวกัน
8. อาหาร Organic ไม่มีสารเคมีเลย
คำว่า Organic ไม่ได้แปลว่า "ศูนย์" เสมอไป เกษตรกรอินทรีย์ยังสามารถใช้ยาฆ่าแมลงได้ เพียงแต่ต้องเป็นสารที่สกัดจากธรรมชาติ (Natural Pesticides) ซึ่งบางชนิดก็มีความเป็นพิษหากใช้ไม่ถูกวิธี ดังนั้นไม่ว่าจะ Organic หรือไม่การล้างให้สะอาดคือหัวใจสำคัญ
9. กินคาร์โบไฮเดรตหลัง 6 โมงเย็นจะกลายเป็นไขมัน
ร่างกายเราไม่ได้มี "นาฬิกาปลุก" ที่จะเปลี่ยนแป้งเป็นไขมันทันทีที่พระอาทิตย์ตกดิน ระบบเผาผลาญยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา หัวใจสำคัญอยู่ที่ปริมาณแคลอรีรวมทั้งวันไม่ใช่เวลาที่กินเข้าไป (ยกเว้นเรื่องกรดไหลย้อนที่ควรเว้นระยะก่อนนอน)
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคาร์โบไฮเดรตและเวลา พลังงานรวมสำคัญที่สุด: สิ่งที่กำหนดว่าคุณจะอ้วนหรือผอมคือ ปริมาณแคลอรี่รวมที่ได้รับตลอดทั้งวัน เทียบกับพลังงานที่ใช้ไป หากคุณกินไม่เกินความต้องการของร่างกาย แคลอรี่จากคาร์โบไฮเดรตตอน 2 ทุ่ม ก็มีค่าเท่ากับตอน 8 โมงเช้า
ระบบเผาผลาญไม่หยุดทำงานขณะหลับ: แม้เราจะหลับ ร่างกายยังคงเผาผลาญพลังงานเพื่อรักษาการทำงานของอวัยวะภายใน การกินคาร์โบไฮเดรตตอนเย็นจึงไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นไขมันในทันทีเพียงเพราะเราไม่ได้ขยับร่างกาย
อินซูลินกับมื้อเย็น: แม้บางงานวิจัยจะชี้ว่าร่างกายจัดการน้ำตาลได้ดีกว่าในตอนเช้า แต่การกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช) ในมื้อเย็นยังช่วยให้หลับสบายขึ้นและควบคุมฮอร์โมนความหิวในวันถัดไปได้ดี
10. ช็อกโกแลตทำให้เป็นสิว
งานวิจัยส่วนใหญ่ชี้ว่า ตัวการคือ "น้ำตาล" และ "นม ที่ผสมอยู่ในช็อกโกแลตต่างหากที่กระตุ้นการอักเสบและสิว ถ้าคุณทาน Dark Chocolate แท้ๆ (โกโก้ 70% ขึ้นไป) นอกจากจะไม่ค่อยกระตุ้นสิวแล้ว ยังได้สารต้านอนุมูลอิสระเพียบเลยด้วย
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับช็อกโกแลตและสิว
ไม่ใช่สาเหตุหลัก: การศึกษาหลายชิ้นไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่าง "โกโก้" (วัตถุดิบหลักของช็อกโกแลต) กับการเกิดสิว
น้ำตาลและนมคือตัวการจริง: ส่วนใหญ่อาการสิวเห่อหลังกินช็อกโกแลตมักเกิดจาก น้ำตาล และ ผลิตภัณฑ์จากนม ที่ผสมอยู่ ซึ่งมีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) สูง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นจนกระตุ้นการอักเสบและทำให้สิวแย่ลง
อาจกระตุ้นในบางคน: งานวิจัยใหม่ๆ (เช่น ในปี 2024) พบว่าในกลุ่มคนที่ผิวเป็นสิวง่ายอยู่แล้ว การกินช็อกโกแลต (แม้แต่ดาร์กช็อกโกแลต) ในปริมาณมากอาจทำให้สิวอักเสบเพิ่มขึ้นได้ในบางกรณี
ที่มา: https://www.verywellhealth.com/brown-sugar-vs-white-sugar-11743081
https://www.facebook.com/groups/1439343420037682/posts/1443491842956173/
https://www.unsw.edu.au/newsroom/news/2024/07/can-you-drink-fruit-vegetables-how-juice-compare-whole-food
https://viaguatemalacoffee.com/blogs/articles/does-coffee-dehydrate-you?srsltid=AfmBOoog3dSSs2k2Yn-LIrWDzTMyPwlvZvYdbvv0RymCsSd11_wYksnO
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2660769087487743&id=1641916332706362&set=a.1641925529372109
เขียนโดย ลูกสาวอบต
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
ประเทศที่ชอบเล่นหวยมากเป็นที่ 1
เลขเด็ด 16 เม.ย. 2569 รวมเลขดังหลายสำนักล่าสุด
ประเทศหรือเขตปกครองที่ครองแชมป์ "เดินเยอะที่สุด"
“ภาพเดียวสะเทือนโซเชียล” แอนเจลีนา โจลี ลงพื้นที่กัมพูชา ชาวเน็ตตั้งคำถาม โครงการช่วยเหลือไปถึงไหนแล้ว?
ไม่ใช่กรุงเทพ? เปิดชื่อ “จังหวัดค่าครองชีพสูงสุดในไทย” ที่หลายคนคาดไม่ถึง
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
เปิดหน้าต่างผิดเวลา ห้องยิ่งร้อนขึ้น วิธีทำให้เย็นแบบไม่ใช้แอร์ที่หลายคนพลาด
ห้างของคนไทยในประเทศจีน ที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุด
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
ห้างในไทยที่เคยโด่งดังมากในอดีต แต่ปัจจุบันได้ปิดกิจการไปแล้ว
ตายายเดินทาง 500 กม. หวังพึ่งลูกสาว แต่ถูกปฏิเสธ ต้องนั่งค้างคืนที่ บขส. จนคนทั้งสถานีสะเทือนใจ
คาวจนรับไม่ไหว! นักท่องเที่ยวต่างชาติ “อ้วกพุ่ง” หลังลองชิม “หอยตากแดดเขมร” ครั้งแรก โซเชียลถกเดือด กินได้จริงหรือ?
ด่วน! อนุทิน รับไม่ไหว ประกาศแจ้ง ปชช.แล้ว ปมวิกฤตน้ำมัน
เกิดเหตุจลาจลบนชายหาดที่เขมร
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย













